หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 21

การช่วยเหลือในเงามืด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เอกสารสัญญาราคาแพงถูกฉีกทิ้งลงในถังขยะสีดำสนิท ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง แต่มันกลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดาอย่างชัดเจน เธอนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสำนักงานกฎหมาย แววตาคู่คมกริบกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏรายชื่อคู่แข่งทางธุรกิจ ซึ่งกำลังพยายามเล่นสกปรกเพื่อฮุบโครงการใหญ่ที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจมานานหลายเดือน ความเหนื่อยล้าไม่เคยเป็นอุปสรรคสำหรับผู้หญิงที่เคยตายทั้งเป็นมาแล้วครั้งหนึ่งค่ะ รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ภรรยาตัวน้อยที่คอยนั่งรอสามีกลับบ้านอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป เธอกลายเป็นกุหลาบหนามแหลมที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกคนที่บังอาจเข้ามาทำลายความสงบสุขของเธอและลูกชาย ทว่า... ปัญหามันไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องงาน “คุณรินรดาคะ มีพัสดุตีกลับมาค่ะ... แต่ว่าสภาพมันแปลกๆ เหมือนโดนกรีดแล้วเย็บปิดใหม่” เลขานุการสาวหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาวางกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลบนโต๊ะ รินรดาขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันนิดๆ เธอหยิบมีดคัตเตอร์เล่มเล็กขึ้นมา กรีดเปิดเทปกาวอย่างระมัดระวัง ภายในกล่องไม่มีระเบิด ไม่มีสิ่งน่ากลัวอย่างที่เลขาฯ หวาดระแวง มีเพียงแฟ้มเอกสารลับชุดหนึ่ง... เอกสารที่เปิดโปงหลักฐานการทุจริตของคู่แข่งที่กำลังเล่นงานเธออยู่ พร้อมกับจดหมายสั้นๆ ที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรคอมพิวเตอร์ไร้ลายมือชื่อ *‘จัดการพวกเขาซะ... พวกมันไม่คู่ควรแม้แต่จะยืนในพื้นที่เดียวกับคุณ’* หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง มันไม่ใช่ความกลัวค่ะ แต่มันคือความระแวงระวัง ใครกันที่รู้ปัญหาของเธอรวดเร็วขนาดนี้? และใครกันที่มีอิทธิพลมากพอจะกวาดล้างอุปสรรคเหล่านี้ให้พ้นทางโดยที่เธอไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ? ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางเมืองซึ่งตั้งตระหง่านมองลงมาเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน อคินกำลังยืนจิบไวน์แดงราคาแพงลิบลิ่ว แต่น้ำรสชาติฝาดเฝื่อนนั้นไม่สามารถลบความกระวนกระวายในใจของเขาลงได้เลย แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาและเย่อหยิ่งกำลังจดจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงบนแท็บเล็ต ภาพนั้น... ปรากฏร่างบางของรินรดากำลังขมวดคิ้วเคร่งเครียดอยู่หน้ากองเอกสารในสำนักงานของเธอเอง “คุณกำลังเหนื่อยอีกแล้วนะริน...” อคินพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความเจ็บปวดที่เขาไม่มีวันกล้าเอ่ยบอกใคร ความเย่อหยิ่งและเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัว ถูกทำลายลงราบคาบตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาได้สบตาคู่กลมโตของเด็กชายตัวน้อย... เด็กชายที่ถอดแบบพิมพ์เขียวใบหน้าของเขามาอย่างไร้ที่ติ เขารู้ดีว่ารินรดากำลังเผชิญกับอะไรบ้าง เพราะทุกความเคลื่อนไหวในวงการธุรกิจตอนนี้ อยู่ในการควบคุมของ ‘อคิน โฮลดิ้งส์’ ทั้งหมด เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า จะไม่มีเศษฝุ่นละอองใดๆ ปลิวไปกระทบผิวเนียนนุ่มของผู้หญิงที่เขาเคยทำลาย และไม่มีวันได้ครอบครองเธอกลับคืนมาอีกแล้ว “ท่านประธานครับ ทางกลุ่มทุนตระกูลหลี่เริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ พวกเขาพยายามจะเข้าซื้อหุ้นในบริษัทของ คุณรินรดา ทางอ้อม” เลขานุการส่วนตัวของอคินก้าวเข้ามาายรายงานด้วยท่าทีนอบน้อม อคินหันขวับ ดวงตาคมดุฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวลดฮวบจนอุณหภูมิติดลบ “พวกมันกล้าดี อย่างไร... จัดการซะ ทำให้ตระกูลหลี่ไม่มีที่ยืนในตลาดหุ้นภายในเช้าวันพรุ่งนี้ และจำไว้... อย่าให้รินรดารู้เด็ดขาดว่าใครอยู่เบื้องหลังความช่วยเหลือครั้งนี้ ถ้าเธอระแคะระแคะขึ้นมา นายเตรียมเก็บกระเป๋าไสมหัวออกจากบริษัทได้เลย” “รับทราบครับท่าน” เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบถอยฉากออกไปจากห้องทันที อคินวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง หลับตาลงพร้อมกับนึกถึงภาพรอยยิ้มของน้องลีโอ ลูกชายตัวน้อยที่เขามีโอกาสได้แอบมองอยู่ห่างๆ ผ่านกระจกใสของโรงเรียนอนุบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่ไม่มีร่องรอยของความเกลียดชัง แต่มันกลับตอกย้ำความผิดบาปในอดีตของเขาให้ลึกลงไปเรื่อยๆ จนหัวใจแทบแหลกสลาย เขากำลังไถ่บาป... แต่มันเป็นการไถ่บาปในเงามืด ที่แม้แต่คำว่า ‘ขอบคุณ’ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับจากปากของเธอ ตัดภาพกลับมาที่ฝั่งรินรดารับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ความช่วยเหลือที่ถาโถมเข้ามาอย่างประจวบเหมาะจนน่ากลัว ทำให้เธอเริ่มสืบสาวราวเรื่องด้วยตัวเอง เอกสารลับที่ส่งมาปริศนา IP Address ของคนที่ส่งอีเมลขู่คู่แข่งทางธุรกิจให้ถอนตัว ทุกอย่างถูกรวบรวมและแกะรอยจนกระทั่งปลายนิ้วเรียวสวยกดคลิกเปิดไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวสุดท้าย ที่แอบติดตั้งไว้บริเวณลานจอดรถใต้คอนโดมิเนียมหรูของเธอเอง ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้นัยน์ตาของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รถยนต์สีดำสนิทรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นคันเดิม... คันเดียวกับที่เคยจอดวนเวียนอยู่แถวบ้านเธอบ่อยครั้ง และร่างสูงสง่าที่ก้าวลงมาจากรถในยามวิกาล แม้ใบหน้าครึ่งหนึ่งจะถูกความมืดกลืนกิน แต่โครงสันจมูกโด่งเป็นคมและแผ่นหลังกว้างใหญ่นั้น เธอย่อมจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลมหายใจของตัวเอง! อคิน... รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาผสมปนเปกับความสับสน เขาคิดจะเล่นเกมอะไรกันแน่? ส่งคนมาคอยปกป้อง คอยกำจัดศัตรูให้เธอในเงามืด ทำตัวเป็นฮีโร่ผู้แสนดี ทั้งที่ในอดีตเขาคือคนที่ผลักเธอดิ่งลงเหวอย่างไม่ใยดีงั้นเหรอ? “คุณคิดจะทำบ้าอะไรกันแน่ อคิน...” เธอพึมพำกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สะท้อนใบหน้าเรียบเฉยแต่ดุดันของตนเอง ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะปิดหน้าต่างโปรแกรมนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากเบอร์แปลกปริศนาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ รินรดากดเปิดดูอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่เพียงแค่สายตาได้กวาดอ่านข้อความสั้นๆ ประโยคแรก หัวใจที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผากลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแทบหยุดเต้น *‘แม่ครับ... ปะป๋าตัวโตคนนั้น ยืนรอแม่อยู่ที่ระเบียงห้องข้างล่างแล้วนะครับ’* รินรดาสะارتร่างเฮือก เธอรีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วพุ่งตัวไปที่ผ้าม่านระเบียงทันที มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกระชากผ้าม่านออกเพื่อมองลงไปเบื้องล่าง... และภาพที่เห็นก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ที่มุมมืดใต้แสงไฟสลัวของสนามหญ้าคอนโดฯ ร่างสูงใหญ่ของอคินกำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเธอผ่านความมืด และในอ้อมแขนแกร่งนั้น... มีร่างเล็กป้อมของน้องลีโอลุกขึ้นโบกมือหยอยๆ ให้เธอด้วยรอยยิ้มสดใส โดยมีอดีตสามีผู้เย็นชาของเธอยืนมองอยู่เคียงข้างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และสะใจไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%