หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 23

คืนพายุฝน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงกัมปนาทของสายฟ้าฟาดกระหน่ำลงมาเคล้ากับเสียงคำรามก้องของพายุโซนร้อนที่โหมกระหน่ำกรุงเทพมหานครจนแทบกลายเป็นเมืองบาดาล รินรดายืนนิ่งสนิทอยู่หลังบานกระจกใสของห้องรับแขก สายตาคมกริบทอดมองออกไปเบื้องนอกผ่านคราบหยดน้ำฝนที่เกาะพราวระยับราวกับหยาดน้ำตา ความมืดมิดของรัตติกาลถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีขาววาบเป็นพักๆ และในเสี้ยววินาทีที่แสงอสนีบาตส่องสว่างนั้นเอง เงามืดทะทึบของร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงพายุไม่ได้ดูเกรี้ยวกราด หากแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและหนักหน่วงจนน่าประหลาดใจ รินรดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำสีเทาหม่นเมื่อครั้งอดีตที่เคยถูกผู้ชายคนนี้เหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีไหลย้อนกลับเข้ามาในกระแสความคิดทันที เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่คอยนั่งซับน้ำตาหลังบานประตูรอคอยความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้วค่ะ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เรียบเฉยราพื้นผิวทะเลสาบไร้คลื่น ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูและบิดกลอนเปิดออกด้วยความเชื่องช้า ลมฝนที่พัดกรรโชกเข้ามาพร้อมกับไอน้ำเย็นจัดปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอทันทีที่บานประตูถูกเปิดออก อคินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างกายสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเปียกปอนโชกโชน เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลู่ไปกับแผงอกกำยำ เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบหน้าผากหยดน้ำฝนไหลยصلลงตามกรอบหน้าคมคายที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาไร้หัวใจ แต่ในเวลานี้... ดวงตาคู่นั้นกลับแดงก่ำและฉายแววความเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม "ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและบาดลึกหัวใจเธอในอดีต บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ รินรดายืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาเย็นชาและว่างเปล่ากวาดมองสภาพอันน่าสมเพชของอดีตสามีด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา เธอไม่ขยับตัวหลีกทางให้ และไม่มีแม้แต่คำทักทายต้อนรับใดๆ ทั้งสิ้น "คุณมาทำอะไรที่นี่คะ คุณอคิน" น้ำเสียงของเธอเรียบสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกลียด แต่มันเต็มไปด้วยความห่างเหินที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน "ดึกดื่นมืดค่ำ และพายุเข้าขนาดนี้ บ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะมาเหยียบ" อคินขยับตัวอย่างยากลำบาก ริมฝีปากหยักลึกสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอื้อiเอ่ยคำพูดที่คนอย่างเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินหลุดออกมาจากปากตัวเอง "ผม... ผมไม่มีที่ ่จะไป... รถผมเสียกลางทาง และผม... ผมแค่อยากเจอหน้าคุณกับลูก" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนอคินต้องหลบสายตา "ลูก? เพิ่งนึกขึ้นได้เหรอคะว่าตัวเองมีลูก? ตอนที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ตอนที่คุณไล่ฉันออกจากชีวิตโดยไม่แม้แต่จะชายตานั่น... คุณไม่เคยคิดถึงคำนี้เลยนี่คะ" "ริน ผมรู้ว่าผมผิด... ผมมันเลว ผมสมควรได้รับบทลงโทษทุกอย่าง แต่ได้โปรด..." อคินก้าวเท้าละล้าละลังเข้ามาประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยือกของฝนโชยเข้าจมูก "ขอแค่คืนนี้... คืนเดียวเท่านั้น ให้ผมได้พักพิงในบ้านหลังนี้เถอะนะ ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ" รินรดามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เธอมองเห็นความพังทลาย ความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ และความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตวิญญาณของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี มันช่างสะใจ... สะใจเสียจนเธอแทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ในขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดในอดีตก็กรีดลึกลงมาซ้ำๆ จนหัวใจปวดร้าว เธอควรจะไล่เขาออกไปให้พ้นหน้า ปล่อยให้เขาจมน้ำตายไปกับสายฝนข้างนอกนั่นเสียให้เข็ด แต่ทว่า... สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า การเก็บเขาไว้ใกล้ตัวเพื่อดูความทรมานของเขามันช่างหอมหวานเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด "เชิญค่ะ" รินรดาก้าวถอยหลัง เปิดทางให้ร่างสูงใหญ่ที่เปียกปอนก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธอ "แต่จำไว้... ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณ คุณเป็นแค่แขกที่ไม่ได้รับเชิญ และกรุณาอยู่ในที่ที่ฉันจัดไว้ให้ อย่าได้ก้าวก่ายเข้ามาในเขตความเป็นส่วนตัวของเราเด็ดขาด" อคินพยักหน้ารับอย่างจำยอม เขาก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่อ่อนล้า ร่างกายที่เคยสง่างามและหยิ่งทะนงบัดนี้กลับดูเปราะบางและแตกสลายได้อย่างง่ายดาย รินรดาสั่งให้แม่บ้านเตรียมผ้าขนหนูและห้องรับแขกชั้นล่างให้เขา ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้านเพื่อจัดการกับความวุ่นวายในจิตใจของตนเอง เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งล่วงเข้าสู่ช่วงดึกสงัด เสียงพายุภายนอกเริ่มซาลงเหลือเพียงละอองฝนที่โปรยปรายกระทบหลังคาบ้านเบาๆ รินรดาสวมชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่ม เธอเดินลงมาจากชั้นบนเพื่อจะลงมาดื่มน้ำอุ่นในห้องครัว แต่ทว่า... เมื่อเดินผ่านห้องรับแขก แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะกลับส่องกระทบกับร่างของอคินที่ยังคงนั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา เขาไม่ได้นอนพักผ่อนตามที่เธอบอก แต่กลับนั่งเหม่อลอยราวกับคนวิกลจริต และวินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กวัยสองขวบก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดๆ "คุณแม่จ๋า... ลีโอนอนไม่หลับครับ" เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของเด็กชายตัวน้อยในชุดนอนลายการ์ตูนที่ขยี้ตาเดินออกมาจากห้องนอนฝั่งตรงข้าม รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบสาวเท้าเข้าไปอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกทันที "ลีโอครับ ทำไมยังไม่นอนลูก ดึกมากแล้วนะคนเก่ง" อคินที่สะدุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น และเมื่อดวงตาคมกริบของเขาประสานเข้ากับใบหน้าจิမ်းลิ้มของเด็กน้อยในอ้อมแขนของรินรดา ร่างทั้งร่างของประธานหนุ่มก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ลมหายใจของอคินสะดุดกึก ดวงตาสองข้างเบิกกว้างจนแทบถסתออกจากเบ้า เมื่อภาพสะท้อนตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น... แต่มันคือตัวเขาเองในวัยสองขวบราวกับถอดแบบออกมาจากบล็อกเดียวกัน ดวงตากลมโต คิ้วหนาได้รูป สันจมูกโด่งรั้น และแม้กระทั่งมุมปากยามที่เด็กน้อยบึ้ง อคินลุกขึ้นยืนช้าๆ ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อตระหนักถึงความจริงอันน่าตกตะลึงที่ถูกปิดตายมาตลอดสองปี "ริน..." อคินกระซิบเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างไร้ความอาย "เด็กคนนี้... ลูก... ลูกของเราใช่ไหม?" รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา แววตาที่มองเขากลับเต็มไปด้วยความสะใจและคมกริบดั่งใบมีด เธอรวบกอดลูกชายแน่นขึ้น พร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดจนอคินแทบสิ้นสติ "สายไปแล้วค่ะคุณอคิน... เด็กคนนี้ไม่มีพ่อ และต่อให้คุณจะคุกเข่าอ้อนวอนแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันได้สิทธิ์นั้น" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ - กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%