หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 3

ก้าวแรกสู่โลกกว้าง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
แฟ้มเอกสารในมือของอดีตคู่หมั้นผู้เย่อหยิ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพง เสียงกระดาษปึกใหญ่กระจายเกลื่อนราวกับเสียงหัวใจของอคินที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความโกรธเกลียด ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมอบให้กับคนที่เคยทำลายชีวิตเธอ "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง รินรดา" เสียงของอคินแหบพร่า สั่นเทาจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีใครต่อใคร เขาพยายามก้าวเข้ามาหาเธอ แต่รอยถอยหลังเพียงครึ่งก้าวของรินรดากลับทรงพลังยิ่งกว่ากำแพงเหล็ก "แปลว่าที่คุณพยายามจะผูกขาดฉันไว้ด้วยกฎหมายบ้าๆ มันไม่มีค่าอะไรอีกแล้วค่ะ คุณอคิน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เอกสารหย่าเซ็นเรียบร้อย ทรัพย์สินส่วนของฉัน ฉันไม่เอาสักบาทเดียว สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือการไปให้พ้นจากนรกขุมนี้... นรกที่มีคุณเป็นผู้สร้าง" สายตาคมกริบของอคินหันขวับไปมองหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างประตู—ชญานี อดีตคู่หมั้นที่เขี่ยทิ้งได้ไม่ใยดีเมื่อยามที่ผลประโยชน์ขัดแย้งกัน บัดนี้เธอกลับมายืนยิ้มเยาะด้วยแววตาสสมน้ำหน้า ชญานีก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจให้ทุกคนได้ยิน "น่าเสียดายนะคะคุณอคิน ของตายที่คุณคิดว่าต่อให้ทิ้งขว้างยังไงก็คงอยู่ที่เดิม วันนี้บินหนีมือคุณไปซะแล้ว... แถมยังเป็นการบินหนีไปพร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่ฉันบังเอิญไปเจอในตู้เซฟลับของคุณซะด้วยสิคะ" รินรดาไม่สนใจเกมการแก้แค้นระหว่างคนทั้งสองอีกต่อไป หัวใจของเธอตอนนี้ถูกดึงดูดด้วยเสียงรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่เบื้องล่างของตึกระฟ้าแห่งนี้ เธอกวาดสายตามองห้องทำงานที่เธอเคยนั่งรอเขาด้วยความหวังโง่ๆ นานนับปี ไม่มีอะไรให้อาลัยอีกแล้ว ความเจ็บปวดที่เคยกรีดแทงในอดีต บัดนี้ได้หล่อหลอมให้เธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งดั่งหินผา เธอหันหลังให้ชายหนุ่มผู้เคยเป็นสามี เดินมุ่งหน้าออกจากห้องนั้นโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเป็นครั้งที่สอง เสียงเรียกชื่อเธอที่ดังไล่หลังมาด้วยความตระหนกและสิ้นหวัง กลายเป็นเพียงเสียงลมที่พัดผ่านสำหรับรินรดา รถแท็กซี่สีชมพูส้มเคลื่อนตัวออกจากใจกลางกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่สถานีขนส่งสายเหนือ ทัศนียภาพสองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้ากลายเป็นบ้านเรือนที่เริ่มบางตา และในอ้อมแขนของเธอนั้น ร่างเล็กๆ ของน้องลีโอก กำลังหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย ใบหน้าจิ้มลิ้มยามหลับใหลช่างถอดแบบมาจากอคินอย่างไร้ที่ติ สันจมูกโด่งรั้นริมฝีปากหยักได้รูป และแพขนตายาวงอนนั้น—มันคือภาพสะท้อนของผู้ชายใจร้ายคนนั้นในวัยเด็กอย่างไม่ผิดเพี้ยน รินรดาก้มลงจูบหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ หยาดน้ำตาที่กลั้นมานานไหลรินเงียบเชียบ ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นหยาดน้ำตาแห่งความโล่งอก "เราเป็นอิสระแล้วนะลูก... ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีเงาของเขาอีกต่อไปกันเถอะนะคะ" กระซิบแผ่วเบากับเด็กน้อยในอ้อมแขน ขณะที่รถโดยสารเคลื่อนตัวเข้าสู่ชานชาลาเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองเล็กๆ ในหุบเขาทางภาคเหนือ—สถานที่ที่เธอซ่อนตัวตนและเตรียมแผนการทั้งหมดไว้ สามวันต่อมา ณ บ้านไม้เก่าแก่แต่น่ารักริมเชิงเขาในจังหวัดเชียงราย รินรดากำลังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของเครื่องใช้ในบ้านเช่าหลังเล็ก กลิ่นอายของดินชื้นหลังฝนและไอหมอกยามเช้าที่ลอยละล่องผ่านหน้าต่างบานกว้าง ช่วยชะล้างความโสมมและบาดแผลในอดีตให้จางลงไปได้บ้าง น้องลีโอกำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้อตัวน้อยในสวนหย่อมหน้าบ้าน เสียงหัวเราะคิกคักสดใสของเด็กน้อยดังกังวานขับไล่ความเงียบเหงาให้หมดไป รินรดายืนมองลูกชายผ่านกระจกหน้าต่างด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองมีความหมาย ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูด้านหน้าดังขึ้นขัดจังหวะความสงบ รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เนื่องจากที่นี่เธอยังไม่ได้ทำความรู้จักกับใคร และไม่มีใครรู้ว่าเธอหลบมาอยู่ที่นี่ นึกว่าเป็นเจ้าของบ้านที่แวะมาทักทาย เธอจึงเดินไปเปิดประตูโดยไม่ได้ระแวดระวัง ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอต้องแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อบานประตูเปิดออกกว้าง และร่างสูงโปรคุ้นตาของใครบางคนกำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อคิน... เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ดวงตาคมกริบของอคินแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับคนเพิ่งวิ่งมาไกล เสื้อผ้าที่เคยเนียบกริบยับยู่ยี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่สิ่งตรึงตรึงรินรดาให้ขยับเขยื้อนไม่ได้ คือสายตาที่เขากำลังมองข้ามไหล่เธอไป... ไปยังสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่ซึ่งน้องลีโอกำลังวิ่งกลับมาหาเธอ พร้อมกับส่งเสียงเจื้อยแจ้ว "แม่จ๋า... ลีโอดอกไม้สวยๆ มาฝากครับ!" เด็กน้อยหยุดชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้าแปลกถิ่นยืนอยู่ตรงประตูบ้าน ร่างเล็กเอียงคอด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบปริบๆ ก่อนจะจ้องมองใบหน้าของอคินนิ่งงัน และในวินาทีนั้นเอง อคินก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินตรงหน้าเด็กน้อย มือหนาสั่นเทาอย่างรุนแรงขณะที่เอื้อมออกไปหา โดยที่สายตายังคงจดจ้องใบหน้าของเด็กชายราวกับคนเสียสติ เมื่อเขาตระหนักได้ว่า... เด็กน้อยคนนี้ มีใบหน้าเหมือนตัวเขาเองในวัยเด็กราวกับถอดออกมาจากกระจกเงา -------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในความมืดมนของจิตใจตัวละครด้วยกันนะคะ - กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%