กลิ่นอายของความหรูหราอิกคลาสที่อบอวลอยู่ในเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าใจกลางมหานคร ไม่เคยช่วยให้ความหนาวเหน็บใต้กระดูกดำของอคินเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกกระจกกันกระสุนบานยักษ์ ทอดเงายาวทาบทับร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนถือแก้ววิสกี้ชั้นดีอย่างไร้จุดหมาย ปลายนิ้วเรียวยาวที่มักจะใช้จรดปากกาเซ็นเช็คหรือพลิกกระดานหุ้นมูลค่าหลายหมื่นล้านในยามนี้กลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและทรงอิทธิพล หากแต่กำลังฉายซ้ำภาพของเด็กชายตัวน้อยคนนั้น... เด็กชายที่มีนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น จมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากเขา และริมฝีปากที่แม้แต่ยามเม้มเข้าหากันก็ยังให้ความรู้สึกดื้อรั้นราวกับคัดลอกมาจากต้นฉบับเดียวกัน
สามปี... สามปีเต็มๆ ที่เขาใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองและความสำเร็จอันน่าเบื่อหน่าย สามปีที่เขาเคยคิดว่าการเขี่ยผู้หญิงอย่างร่นรดากלับออกไปจากชีวิต คือการปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากพันธนาการไร้สาระ
แต่ในวินาทีนี้ หัวใจที่เคยด้านชาและเชื่อมั่นในเหตุผลกลับถูกควักทิ้งอย่างไร้ความปรานี ความมั่งคั่งที่เขามีกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า เมื่อเทียบกับความจริงที่ว่า เขากำลัง "พลาด" สิ่งที่สำคัญที่สุดในสายเลือดของตัวเองไปอย่างไม่มีวันเรียกคืน
"คุณอคินคะ..." เสียงเคาะประตูกระจกพร้อมกับร่างของเลขาฯ ส่วนตัวที่ก้าวเข้ามาด้วยความระมัดระวัง ทำให้ชายหนุ่มต้องดึงสติกลับมาอย่างยากลำบาก "เอกสารสรุปยอดการลงทุนไตรมาสนี้ พร้อมให้คุณเซ็นอนุมัติแล้วค่ะ... สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะคะ ให้ดิฉันเรียกแพทย์ประจำตระกูลไหมคะ"
อคินไม่ตอบ เขายังคงจ้องมองแก้วในมือที่ของเหลวสีอำพันสะท้อนภาพความว่างเปล่าภายในอก
"ไม่ต้อง..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอราวกับคนอดนอนมาหลายคืน "ออกไปซะ..."
เลขาฯ สาวก้มศีรษะรับคำแล้วเดินถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้อคินจมดิ่งอยู่กับความมืดมิดในห้องทำงานกว้างใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างราวกับหลุมดำ
สามปีที่ผ่านมา เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ เป็นผู้กำหนดเกมชีวิตและการแต่งงานที่ไร้ความรักนี้ แต่ตอนนี้ เขากลับกลายเป็นเพียงผู้แพ้ที่กำลังถูกอดีตตามหลอกหลอน รินรดานะรินรดา... เธอซ่อนเด็กคนนั้นไว้ที่ไหน ซ่อนสายเลือดของเขาจากสายตาของโลกใบนี้ได้อย่างแนบเนียนขนาดนั้นได้อย่างไร ความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกพ่ายแพ้ และความโหยหาที่กัดกินเนื้อหนังกำลังตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
ในหัวของอคินมีเพียงภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำ ภาพที่เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเด็กชายวัยสองขวบ ภาพที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะได้สัมผัสแก้มเนียนนุ่มนั้น ก่อนที่รินรดาจะพุ่งเข้ามาอุุ้มลูกชายหนีราวกับเจอปีศาจ สัมผัสเย็นเยียบจากสายตาของอดีตภรรยาที่เคยก้มหน้ายอมจำนนต่อเขาในอดีต บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด
*“อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!”*
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและแรงอาฆาตมาดร้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงของรินรดาคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นเคยอ่อนแอ เปราะบาง และร้องไห้เงียบๆ ในมุมมืด แต่รินรดาในวันนี้... คือพายุร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากเขาออกเป็นชิ้นๆ เพื่อปกป้องสิ่งล้ำค่าที่สุดของเธอ
อคินวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรงจนของเหลวข้างในกระฉอกออกมา มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาคนสนิทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ซ่อนความสั่นเครือไว้ไม่มิด
"สืบทุกอย่าง... เอาประวัติของเด็กผู้ชายคนนั้นมาให้ฉันทั้งหมดภายในคืนนี้ รวมถึงที่อยู่ปัจจุบันของรินรดาด้วย!"
เขาสั่งการด้วยอำนาจทั้งหมดที่มี แต่ลึกๆ แล้ว อคินกลับหวาดกลัวเหลือเกินว่า ข้อมูลที่ได้มาอาจจะผลักเขาให้ตกลงไปในเหวลึกที่ไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้อีก
ในขณะเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดแต่สะอาดสะอ้านย่านชานเมือง รินรดากำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนเล็กๆ ในห้องนอนของลูกชาย เธอกำลังลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของน้องลีโอที่กำลังหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย
ดวงตากลมโตคู่สวยที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงในอดีต บัดนี้กลับประกายแววความเข้มแข็งและเย็นชาอย่างน่ากลัว เธอรู้ดีว่าการที่อคินได้มาเห็นหน้าลูกชายในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นของสงครามประสาทที่ไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้ อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งคนนั้นไม่มีทางปล่อยมือจากสายเลือดของตระกูลตัวเองอย่างแน่นอน
รินรดาก้มลงจูบหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดดูข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่ส่งตรงเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
*[คุณรินรดาครับ... ทางเรามีข้อเสนอที่คุผลจะสนใจเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานของน้องลีโอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดจาก "คนคนนั้น" หวังว่าคุณจะให้โอกาสเราได้พูดคุยกันพรุ่งนี้เช้านะครับ]*
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอไม่รู้จักเจ้าของข้อความนี้ แต่สิ่งที่ทำให้นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกไม่ใช่ข้อความนั้น... หากแต่เป็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏอยู่ท้ายข้อความ ซึ่งเป็นชื่อของทนายความมือหนึ่งผู้กุมความลับทั้งหมดของตระกูลอคิน และเป็นคนเดียวกับที่เธอเคยพยายามติดነต่อเมื่อสามปีก่อนเพื่อขอหย่าขาดอย่างเด็ดขาดโดยไม่เอาอะไรเลย
ประตูกระจกบานเลื่อนระเบียงห้องนอนของเธอจู่ๆ ก็ส่งเสียงกระทบเบาๆ จากแรงลมภายนอก รินรดาหันขวับไปมองความมืดมิดนอกกระจกด้วยความระแวง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องพักเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง... ทั้งๆที่เวลานี้เลยเที่ยงคืนไปแล้ว และไม่มีใครล่วงรู้ที่อยู่ใหม่ของเธอนอกจากตัวเธอเองและพระเจ้า!
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
กระจกเงาต้องสาปขอขอบคุณคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 4
สามปีที่ว่างเปล่า
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!