หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 6

การกลับมาของอดีต

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงกระดาษรายงานโครงการถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอจะเรียกสติของคนที่กำลังเหม่อลอยให้กลับคืนมา อคินเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตาคมกริบภายใต้กรอบเลนส์สายตาราคาแพงฉายความรำคาญใจจางๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความนิ่งเรียบตามวิสัยนักธุรกิจผู้กุมอาณาจักรหมื่นล้าน "จังหวัดนี้... ทำไมต้องเป็นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเลขาธิการส่วนตัว น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายราวกับลดอุณหภูมิลงหลายองศา "เป็นโครงการขยายสาขาโรงแรมรีสอร์ตเชิงนิเวศค่ะท่านประธาน ทางบอร์ดบริหารลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าคุณอคินมีความเหมาะสมที่สุดที่จะลงไปควบคุมหน้างานด้วยตัวเอง เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินและกลุ่มทุนท้องถิ่นที่ค่อนข้างจัดการยาก สัญญานี้... เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ค่ะ" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่เชื่อเรื่องความบังเอิญบนโลกใบนี้ แต่หากนี่คือเกม เขาก็พร้อมจะเล่นมันให้จบ "เมืองรองริมทะเลสาบทางภาคเหนือ" สถานที่เงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองหลวง และเป็นจุดพิกัดสุดท้ายที่ระบบติดตามนักสืบเอกชนของเขารายงานว่าสัญญาณการเคลื่อนไหวของรินรดาขาดหายไปเมื่อสองปีก่อน หกเดือน... นับตั้งแต่ใบหย่าถูกเซ็นลงนามอย่างไม่ไยดี รินรดาในวันนั้นไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งกอดเข่าร้องไห้รอความเมตตาจากเขาอีกต่อไป หล่อนทิ้งร่องรอยความเย็นชาไว้เป็นมรดกชิ้นสุดท้าย พร้อมกับความจริงที่ว่า... หล่อนหอบเอาบางสิ่งที่เขาไม่เคยใส่ใจจะมองข้าม ไปจากชีวิตเขาด้วย อคินยังจำความรู้สึกในวันที่ต้องเซ็นชื่อลงบนกระดาษแผ่นนั้นได้ดี มันควรจะเป็นชัยชนะ เป็นการหลุดพ้นจากพันธะที่ผู้ใหญ่ยัดเยียดให้ แต่น่าแปลกที่ความว่างเปล่าในอกกลับกัดกินหัวใจเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งเมื่อเขาได้รู้ความจริงเบื้องหลังรอยแผลเป็นในอดีต ความรู้สึกผิดก็เริ่มกัดกร่อนวิญญาณทีละน้อย เหมือนเงาตามตัวที่สลัดไม่หลุด ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักตากอากาศปลายสุดของจังหวัดเป้าหมาย รินรดากำลังยืนมองสายฝนที่โปรยปรายลงมากระทบผิวน้ำในทะเลสาบ มือเรียวบางถือแก้วกาแฟอุ่นๆ แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมรวมให้กลายเป็นเกราะป้องกันที่หนาแน่น หล่อนไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว "คุณแม่คะ ลีโอง่วงแล้วครับ" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ที่วิ่งเข้ามาซุกเข้าที่ชายกระโปรง รินรดาสดุ้งเล็กน้อยก่อนจะย่อตัวลงโอบกอดลูกชายไว้แนบอก หัวใจที่ด้านชาพลอบอุ่นวาบขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตของเด็กน้อย แก้มยุ้ยๆ และโดยเฉพาะริมฝีปากหยักที่ถอดแบบมาจากใครบางคน ราวกับกระจกเงาที่สะท้อนอดีตอันโหดร้ายให้กลับมามีชีวิต "คนเก่งของแม่ ง่วงแล้วเหรอครับ ไปนอนกันนะ เดี๋ยวคุณ่านิทานให้ฟัง" รินรดายิ้มให้ลูกน้อย แววตาทอประกายความรักท่วมท้น แต่ลึก ลงไปในความอ่อนโยนนั้น กลับมีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ หล่อนรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง วันที่โลกใบนี้แคบเกินกว่าจะหลบซ่อนจะต้องมาถึง แต่หล่อนไม่เคยคิดจะวิ่งหนีอีกต่อไปแล้ว หากเขาจะตามมาทวงถามอะไรบางอย่าง เขาก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับผู้หญิงที่สูญเสียทุกอย่างไปจนไม่เหลืออะไรให้ต้องกลัวอีกแล้วเช่นกัน รถยนต์อเนกประสงค์คันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าโรงแรมรีสอร์ตเป้าหมายในอีกสามวันต่อมา อคินก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างามและเย่อหยิ่งตามเคย เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรูและเส้นเลือดที่ปูดโปนตามอารมณ์ สายตากวาดมองรอบตัวด้วยความเบื่อหน่าย เขามีเวลาเพียงแค่สามวันในการสะสางโปรเจกต์นี้ให้เสร็จสิ้น เพื่อจะได้กลับไปจัดการกับความรู้สึกที่ค้างคาในใจ "จัดเอกสารการประชุมทั้งหมดให้ผมตอนบ่ายสอง และสืบหาข้อมูลของคนที่นี่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงนี้ให้ละเอียดที่สุด ผมไม่ต้องการความผิดพลาด" อคินสั่งเลขาฯ เสียงเข้ม ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางสวนหย่อมริมทะเลสาบเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ บรรยากาศเงียบสงบ ทว่ากลับสร้างความอึดอัดให้เขาอย่างประหลาด อคินหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพื่อคลายความตึงเครียดในสมอง ขณะที่สายตาทอดมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังเดินเล่นอยู่ไม่ไกลนัก ท่ามกลางสายหมอกจางๆ ยามบ่าย ร่างระหงในชุดเดรสยาวสีครีมกำลังจูงมือเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งเดินเก็บเปลือกหอยริมฝีปากทะเลสาบ ผู้หญิงคนนั้นหันหลังให้เขา แต่แผ่นหลังบอบบางนั้น... ทำไมมันถึงคุ้นตาจนหัวใจของอคินกระตุกวูบอย่างแรง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ ความทรงจำเก่าๆ ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพของรินรดาในวันที่ก้มหน้ารับคำดูถูกเหยียดหยาม ภาพของรินรดาในวันที่ถือใบหย่าเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทันใดนั้น เด็กชายตัวน้อยก็สะดุดก้อนหินจนล้มลงเบาๆ ผู้หญิงคนนั้นรีบวิ่งเข้าไปประคอง พร้อมกับอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอกเพื่อปลอบขวัญ และในเสี้ยววินาทีที่เด็กชายหันหน้ามาทางที่อคินยืนอยู่... โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มที่กำลังออดอ้อนมารดา มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เลือดในกายของอคินเย็นเฉียบลงฉับพลัน ลมหายใจขาดห้วง ร่างสูงใหญ่แข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาผ่านม่านหมอก... รินรดายืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแอและเต็มไปด้วยน้ำตา บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และฉายแววเย้ยหยันอย่างชัดเจน... ก่อนที่ริมฝีปากสีพีชนั้นจะขยับเอื้อံคำพูดไร้เสียงออกมาว่า... *“ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกของคุณค่ะ... คุณอดีตสามี”* _________________________________ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมนและสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%