กลิ่นอายของความอัปยศในค่ำคืนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ใต้ปลายเล็บของรินรดา ราวกับรอยเปื้อนของหมึกซึมที่ไม่มีวันล้างออก แม้กาลเวลาจะหมุนผ่านให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนใหม่—คนที่ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายให้ผู้ชายใจร้ายคนเดิมอีกต่อไป แต่หัวใจที่เคยถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด ก็ไม่เคยลืมรสชาติของความเจ็บปวดที่อคินเคยฝากไว้
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเม้มเข้าหากันแน่น ขณะที่ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาทอดมองไปยังสนามหญ้าสีเขียวขจีเบื้องหน้า สวนสาธารณะใจกลางเมืองแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่เธอหลบมานั่งร้องไห้เงียบ ๆ เมื่อสามปีก่อน ตอนที่ตั้งท้องน้องลีโอได้สัปดาห์แรกและถูกเขี่ยทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่า แต่วันนี้... เธอกลับมาที่นี่ในฐานะผู้หญิงที่ยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง มีอำนาจ มีเงินทอง และมีเกียรติยศที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง
"คุณแม่ขา... ผีเสื้อตัวนั้นบินไปโน่นแล้ว!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบดังขึ้น พร้อมกับมือป้อม ๆ ที่ดึงชายเสื้อสูทสีเทาอ่อนของเธอเบื้องล่าง รินรดาก้มลงมองลูกชาย แก้มกลม ๆ ที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากการวิ่งเล่น และดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไร้ที่ติ ทำให้หัวใจของเธอทั้งรักทั้งหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
"ค่ะ ลีโอ อย่าวิ่งเร็วนักสิคะ เดี๋ยวก็หกล้มหรอก" รินรดาย่อตัวลงใช้มือเรียวปัดเศษหญ้าที่ติดตามกางเกงขาสั้นของลูกชายอย่างเบามือ สายตาอ่อนโยนฉายชัดเฉพาะยามที่มองเด็กน้อยคนนี้ ต่างจากความเย็นชาที่เธอใช้เผชิญหน้ากับโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร อคินกำลังก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ที่ดูเหมือนจะบีบอัดหน้าอกของเขาให้แน่นขึ้นทุกที ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต่ไร้รอยยิ้มยังคงฉาบความเคร่งเครียดจากปัญหาในบริษัทและภาพฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขามาหลายคืน—ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย
เขากำลังตามหา... แต่เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังตามหาใคร หรือตามหาอะไร
ความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจมาตลอดหลายเดือนไม่ใช่เรื่องตลก มันคือปีศาจตัวเล็ก ๆ ที่คอยขุดคุ้ยความทรงจำในอดีตขึ้นมาทรมาน ตั้งแต่คืนที่เขาเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าเธอ จนถึงวันที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่เงียบขรึมและยอมจำนนคนนั้น คือเสาหลักเดียวที่คอยค้ำจุนความสงบสุขในชีวิตที่พัง
อคินถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะกวาดสายตาเลื่อนลอยไปยังกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมาในสวนสาธารณะ ความเงียบสงบของที่นี่ช่างขัดแย้งกับพายุอารมณ์ในอกของเขาเสียเหลือเกิน
ทว่า... ฝีเท้าของเขากลับต้องชะงักกุนกน เมื่อเงาร่างของใครบางคนสะท้อนเข้าสู่เรตินา
ผู้หญิงในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ร่างกายเพรียวบางที่ดูสง่างามและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจบางอย่าง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ด้านหลังอย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่คมชัด เธอกำลังยืนหันหลังให้เขา แต่ทว่า... ท่วงท่าการยืน การสะบัดข้อมือเล็กน้อยเพื่อดูนาฬิกาข้อมือราคาแพง และบรรยากาศรอบตัวที่แผ่รังสีความเย่อหยิ่งแต่เยือกเย็นนั้น มันช่างคุ้นตาอย่างประหลาด
คุ้นจนหัวใจของอคินกระตุกวูบอย่างรุนแรง
*รินรดา...?*
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัว แต่วินาทีต่อมาเขาก็รีบสบถปฏิเสธในใจทันที *จะเป็นไปได้ยังไง ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางแต่งตัวแบบนี้ ไม่มีทางยืนด้วยท่าทางที่มั่น and เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจขนาดนั้น รินรดาที่เขารู้จักคือคนอ่อนแอ ขี้ขลาด และยอมให้เขาเหยียบย่ำได้ฝ่ายเดียว*
แต่อคินกลับหยุดเดิน... ขาทັງสองข้างราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น สายตาคมกริบจับจ้องไปยังร่างนั้นอย่างไม่วางตา ราวกับถูกสะกดจิตให้เดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว ทีละก้าว
ในขณะเดียวกัน รินรดากรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบลงอย่างกะทันหันและสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง ทำให้เธอต้องหันกลับมา
ดวงตาสองคู่ประสานกันกลางอากาศ
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนชั่วขณะ
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ภายใต้แว่นกันแดดสีชา ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววตกใจหรือหวาดกลัวอย่างที่อคินคาดคิด มีเพียงความว่างเปล่า เย็นชา และรอยยิ้มมุมปากบางเบาราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่เดินมาติดกับดัก
ส่วนอคิน... ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที ความรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เมื่อผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเวลานี้ ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไป รัศมีของความสวยสง่า เย็นชา และทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันรุนแรงเสียจนเขาเกือบหายใจไม่ออก
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่า หลุดออกมาจากลำคอได้เพียงเท่านั้น
แต่ก่อนที่อคินจะได้ก้าวเข้าไปประชิดตัวเพื่อพิสูจน์ความจริง เด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่วิ่งไล่จับผีเสื้อเมื่อครู่ ก็วิ่งกลับมาซุกที่ข้างขาของหญิงสาวเสียก่อน
"คุณแม่ฮะ... ลีโอดึงดอกไม้ไม่ได้แล้วนะฮะ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากใบหน้าของอคินอย่างไร้ที่ติ!
ทุกคำพูดของเด็กน้อยหยุดชะงักลง
อคินรู้สึกราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างจัง สมองของเขาขาวโพลn หูอื้ออึง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบทะลัก เมื่อก้มลงมองใบเล็ก ๆ จิ้มลิ้มที่เงยขึ้นสบตาเขาพอดิบพอดี—ใบหน้าที่เหมือนส่องกระจกเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอดสามปีพังทลายลงตรงหน้า ในเศษเสี้ยววินาทีนั้น อคินเข่าแทบทรุด ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจระคนหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าเด็กชายคนนี้คือใคร และเขากำลังมองหน้าเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองที่ถูกปิดบังไว้ด้วยความแค้นอันล้ำลึก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมนและสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 7
สวนสาธารณะแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!