"อย่าดื้อกับแม่สิคะลีโอ... ถ้าหนูไม่ยอมกินขนมปัง มื้อเย็นวันนี้แม่จะไม่ให้รางวัลนะคะ"
เสียงหวานทว่าเฉียบขาดของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอวลกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดในร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านหรูหรา เธอไม่ได้พยายามจะตะคอก แต่ท่วงท่าการจัดแจงเสื้อผ้าเอี๊ยมยีนส์ตัวจิ๋วให้กับเด็กชายวัยสองขวบข้างกายนั้น ดูนุ่มนวลทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจบางอย่างที่สั่งให้คนรอบข้างต้องหยุดมอง
รินรดาในวันนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ขลาดที่มักจะก้มหน้ากอดความเจ็บปวดไว้คนเดียวในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลอคินอีกต่อไป แววตาของเธอคมกริบดุจใบมีดที่ผ่านการเจียระไนด้วยหยาดน้ำตาในอดีต เธอเลือกที่จะก้าวเดินต่อด้วยความสง่างามที่กรีดลึกลงไปในใจของผู้ที่เคยทอดทิ้งเธออย่างไร้เยื่อใย
"มัมมี่... แดงๆ" เด็กชายตัวน้อยชี้ไปยังจานสตอเบอร์รี่เค้กตรงหน้า เสียงใสแจ๋วนั้นสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวพยายามจะสื่อสาร ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแก้มยุ้ยๆ นั้นน่าเอ็นดูจนผู้คนในร้านต่างยิ้มตาม แต่สำหรับใครบางคนที่กำลังก้าวผ่านประตูร้านเข้ามา แรงดึงดูดประหลาดกลับทำให้อคินต้องชะงักฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว
อคินในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยังคงความเย็นชาไว้เป็นหน้ากาก หากแต่แววตาของเขากลับไหววูบในวินาทีที่เขากวาดสายตามาพบกับแผ่นหลังคุ้นตาของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่า ‘กำจัด’ ออกไปจากชีวิตได้โดยง่าย
เขาสั่งงานลูกน้องเสียงเรียบก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้โต๊ะมุมในสุดนั้น หัวใจของนักธุรกิจผู้เลือดเย็นเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมรินรดาถึงยังดูเปล่งประกายกว่าวันที่เขาส่งใบหย่าให้เธอ แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเขาเย็นเฉียบขึ้นมาทันที ไม่ใช่ตัวรินรดา... แต่เป็นเด็กน้อยในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่หันมาสบตากับเขาพอดี
"ขอโทษนะครับ... ร้านนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว" รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่เย็นชากว่าน้ำแข็ง เธอไม่ได้ตกใจที่เห็นเขา เธอแค่... กำลังมองผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ไร้ค่า
อคินไม่ตอบ เขายืนนิ่งราวกับถูกสาป สายตาของเขามุ่งตรงไปยังเด็กชายที่กำลังจับช้อนพลาสติกด้วยมือเล็กๆ นั่น... ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้นนั่น รวมถึงคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันยามที่ไม่พอใจ ทั้งหมดนั้นคือ ‘เขา’ ที่ย่อส่วนลงมาอยู่ในร่างของเด็กสองขวบ
"นี่ลูกใคร" เสียงของอคินแหบพร่าและสั่นเครือจนเจ้าตัวยังตกใจ
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นและทิ่มแทงไปถึงขั้วหัวใจของชายตรงหน้า "ลูกใคร มันสำคัญด้วยหรือคะคุณอคิน ในเมื่อกฎหมายบอกว่าเราหย่ากันแล้ว และในเมื่อคุณเองนั่นแหละที่เป็นคนประกาศเองว่า... ชีวิตของคุณไม่ต้องการพันธนาการที่ไร้ค่าอย่างฉัน"
"รินรดา... ฉันถามว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของใคร" อคินโน้มตัวลงกดดัน มือของเขาเผลอคว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกสับสนปนเปร่งพรั่งพรูจนเขาสัมผัสได้ถึงความร้าวรานที่เขาก็ไม่เข้าใจว่ามันมาจากไหน
เด็กน้อยที่ชื่อลีโอเริ่มขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดของมารดา ลีโอเงยหน้ามอง ‘ชายแปลกหน้า’ ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตัวเองราวกับส่องกระจก เด็กชายเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปจับชายเสื้อสูทราคาแพงของอคินเบาๆ แล้วส่งยิ้มไร้เดียงสาให้
"ปะป๊า?" คำสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากเล็กๆ นั้นทำให้โลกทั้งใบของอคินพังทลายลงในพริบตา
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการล้างแค้น เธอโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าพายุหิมะ "อย่าทึกทักไปเองนะคะ... ลูกชายฉัน ไม่มีวันมีพ่อที่เป็นคนใจร้ายเหมือนคุณหรอกค่ะ"
เธอหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากกระเป๋าถืออย่างใจเย็น มันเป็นซองจดหมายสีขาวที่ดูเรียบง่าย แต่เมื่ออคินเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน เขาก็รู้สึกเหมือนลมหายใจถูกพรากไปจากปอด
นั่นคือผลตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด... ที่ระบุชื่อ ‘อคิน’ ไว้ตัวโตๆ ว่าเป็นบิดาของเด็กชายลีโอ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมนและสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กระจกเงาต้องสาป
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 9
เด็กน้อยในชุดเอี๊ยม
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!