หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 29

โบ้เต็มตัว

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
คราบน้ำยาถูพื้นที่ยังแห้งไม่สนิทส่งกลิ่นเคมีฉุนกานต์ลอยอวลอยู่ในห้องครัวหรูหราขนาดใหญ่ ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นสารเคมี กลับเป็นภาพของชายหนุ่มผู้เคยถือครองความยิ่งใหญ่ระดับท็อปของวงการธุรกิจ นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นกระเบื้องแกรนิตเย็นเฉียบ ในมือของอคินถือฟองน้ำเก่าๆ ที่ชุ่มไปด้วยน้ำสกปรก เสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังราคาหลักหมื่นถูกพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นรอยเปื้อนสีดำจากคราบเขม่าที่ติดอยู่ตรงข้อศอกและเรียวแขนแกร่ง รินรดายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยท่าทีนิ่งสงบ แววตาของเธอยามนี้ว่างเปล่าจนน่ากลัว ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความสะใจ—มันคือความเฉยชาขั้นสุดยอด ที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการกรีดมีดลงบนเนื้อตัวของเขาเสียอีก "สะอาดพอหรือยังคะคุณอคิน" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก อคินชะงักมือที่กำลังออกแรงขัดคราบฝังลึกบนพื้น เขายืดตัวขึ้นช้าๆ ความปวดร้าวแล่นแปลบขึ้นมาจากข้อต่อหัวเข่าและแผ่นหลังที่ต้องก้มๆ เงยๆ มานานกว่าสองชั่วโมง ชายหนุ่มหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่เคยเชิดหยิ่ง ทว่าตอนนี้กลับดูเหนื่อยล้าและอับจนหนทางอย่างที่สุด "ผม... ขัดตรงมุมนั้นใหม่อีกรอบดีไหมริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าลมหายใจของตนเองจะไปสร้างความรำคาญให้แก่ผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเย้ยหยัน บัดนี้กลับฉายแววเว้าวอนและยอมจำนนต่อหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบยละอย่างไร้เยื่อใย "ไม่ต้องหรอค่ะ" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ส่งไปถึงดวงตา "เพราะพรุ่งนี้ฉันก็จะจ้างแม่บ้านคนใหม่มาทำความสะอาดใหม่อยู่ดี... สิ่งที่คุณทำวันนี้ มันก็แค่การสนองนีทความรู้สึกผิดในใจของคุณเอง ไม่ได้มีค่าอะไรกับบ้านหลังนี้เลยสักนิด" คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ อคินรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก หัวใจในอกข้างซ้ายบีบรัดจนเจ็บแปลบ เขาจำได้ดีว่าเมื่อสองปีก่อน รินรดาเคยต้องก้มลงกราบกรานขอร้องให้เขาช่วยสนใจเธอบ้าง เคยต้องทำความสะอาดบ้านหลังนี้ด้วยตัวคนเดียวทั้งๆ ที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอด แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือความเย็นชา คำพูดดูถูก และการผลักไสไลส่งให้ออกไปจากชีวิต วันนี้... กรรมสนองนี้ช่างสาสมและโหดร้ายเสียเหลือเกิน เขากำลังทำในสิ่งที่เธอเคยทำ และกำลังได้รับความเย็นชาแบบเดียวกับที่เขาเคยประทานให้เธอ "ผมรู้ว่าผมเลว... รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันไม่อาจลบล้างด้วยการทำความสะอาดบ้านแค่หลังเดียว" อคินตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้รูปร่างจะได้สัดส่วนและสง่างาม แต่ยามนี้เขากลับดูน่าสมเพชในสายตาของตัวเอง "แต่ให้โอกาสผมได้ทำอะไรเพื่อคุณและลูกบ้างเถอะนะริน ถึงแม้ว่ามันจะสายเกินไปแล้วก็ตาม" "ลูก?" รินรดาทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอระหง "คุณยังมีหน้ามาพูดคำนี้อีกเหรอคะอคิน? ตอนที่แกอยู่ในท้อง ตอนที่คุณสั่งให้ฉันเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ตอนที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้คือภาระ... คุณเคยคิดถึงคำว่า 'พ่อ' บ้างไหม" บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง อคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย ทว่ารินรดากลับถอยหลังหนีด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว สายตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและรังเกียจ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทิ่มแทงหัวใจของอคินจนเลือดซิบ ปัง! เสียงประตูกระจกเปิดออกพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยสองขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในบ้าน โดยมีพี่เลี้ยงคอยเดินตามประคบประถัมภ์ไม่ห่าง "หม่าม้าฮะ! ลีโอไปสวนสาธารณะมา สนุกมากๆ เลย!" ร่างเล็กป้อมของน้องลีโอวิ่งเข้ามาสวมกอดเรียวขาของรินรดาไว้แน่น ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นกะพริบปริบๆ แก้มป่องทั้งสองข้างแดงระเรื่อด้วยพิษแดดอ่อนๆ และที่สำคัญที่สุด... โครงหน้า คิ้วเข้ม และริมฝีปากหยักลึกนั้น ถอดแบบมาจากอคินอย่างไร้ที่ติ ราวกับส่องกระจกเงา อคินหยุดนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ เมื่อดวงตาสีเข้มคู่นั้นก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาพอดี ไม่มีคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป... ไม่มีข้อสงสัยในผลตรวจ DNA ใดๆ ทั้งสิ้น... ใบหน้านั้นคือหลักฐานชิ้นเอกที่ตะโกนใส่หน้าเขาอย่างชัดเจนว่า เด็กชายคนนี้คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างแท้จริง น้องลีโอกะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นชายแปลกหน้าเนื้อตัวมอมแมมมีคราบน้ำยาถูพื้นติดอยู่ เด็กน้อยเอียงคอมองด้วยความสงสัยไร้เดียงสา ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วที่ทำให้อคินรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ "คุณลุง... ทำไมหน้าตาเหมือนลีโอเลยล่ะฮะ? หรือว่าคุณลุงคือ... กระจกเงาของลีโอเหรอ?" อคินเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้งอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำผู้ชายลูกผู้ชายเอ่อคลอเบ้าตาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ ขณะที่รินรดาย่อตัวลงอุ้มลูกชายเข้าสู่อ้อมอก ปรายตามองอดีตสามีด้วยแววตาสสมเพชแกระคนเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ดับฝันทุกอย่างของเขาลงราบคาบ "จำใส่สมองของคุณเอาไว้ซะนะคะอคิน... ว่าเด็กคนนี้ เกิดมาโดยไม่มีคำว่า 'พ่อ' ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และคุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องปลายนิ้วของเขา" รินรดาอุ้มลูกชายเดินผ่านร่างของอคินไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้พ่อมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ นั่งน้ำตาตกในจมอยู่กับกองความผิดบาปที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง บนพื้นที่เขาเพิ่งจะขัดถูมันด้วยความพยายามอันน่าสมเพช ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ/ค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%