กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับสายตาคู่คมที่จดจ้องร่างเล็กของเด็กชายวัยสองขวบ ซึ่งกำลังใช้มือป้อมๆ คว้าขนมปังในจานอย่างเอร็ดอร่อย อكินนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากหินแกรนิต หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือความตื่นตระหนกที่พยายามกัดกินความเย่อหยิ่งของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นที่เชิดขึ้นเล็กน้อยยามเจ้าตัวเล็กทำหน้าสงสัย แม้กระทั่งมุมปากที่หยักโค้งยามยิ้ม ทุกสัดส่วนบนใบหน้าของ 'น้องลีโอ' กำลังตบหน้าอคินอย่างฉาดใหญ่... ตบด้วยหลักฐานทางพันธุกรรมที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
"คุณมองลูกฉันนานเกินไปแล้วนะคะ อคิน"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบงัน รินรดาไม่ได้ตะคอก น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ เย็นชา และราบเรียบเสียจนน่ากลัว หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีครีมก้าวเข้าไปยืนบังร่างป้อมของลูกชายไว้ครึ่งตัว ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเจ็บช้ำและยอมจำนนในอดีต บัดนี้กลับแข็งกร้าวราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่เคลือบด้วยพิษร้าย เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งร้องไห้ฟูมฟายบนเตียงนอนกว้างอย่างไร้ค่าในค่ำคืนวันแต่งงานไร้รักอีกต่อไปแล้ว
อคินเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา ลำคอของเขาแห้งผากราวกับถูกแผดเผาด้วยไฟบรรลังก์ "ริน... คุณตั้งใจจะปิดบังผมเรื่องนี้ไปถึงไหนกัน ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้"
"ใจร้ายหรือคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยาดหยดแห่งความขมขื่นที่สะสมมานานนับปีสะท้อนออกมา "คำนี้มันช่างเหมาะกับคุณเสียจริงนะคะ อคิน คนที่เคยบอกว่าเด็กคนนี้จะเป็นตราบาปในชีวิตคุณ คนที่เคยไล่ฉันออกจากบ้านทั้งๆ ที่ตั้งท้องได้สามเดือน คนที่บอกว่าต่อให้ฉันตายต่อหน้า คุณก็จะไม่ชายตาแล... ลืมไปแล้วหรือคะ?"
ทุกถ้อยคำที่รินรดาดั่งเข็มนับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของชายหนุ่ม อคินหน้าซีดเผือด ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาพยายามจะเอื้อมมือออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้ครอบครอง แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน... และที่สำคัญที่สุด อย่าได้แม้แต่จะคิดแตะต้องลูกของฉันเด็ดขาด" เธอย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดราวกับคมมีด
"เขาเป็นลูกผมนะริน! สายเลือดของผมไหลเวียนอยู่ในตัวเด็กคนนั้น!" อคินเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้น ความเย่อหยิ่งที่เคยมีพังทลายลงต่อหน้าความเป็นจริงที่โหดร้าย "คุณไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากพ่อแท้ๆ ของเขา!"
"พ่อหรือคะ?" รินรดาหรี่ตามองเขาด้วยความสมเพชเวทนา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "ในใบสูติบัตรของลีโอ ช่องชื่อบิดามีเพียงความว่างเปล่า... คุณไม่มีตัวตนในชีวิตเรามาตั้งแต่สองปีที่แล้ว และคุณก็ไม่มีวันมีสิทธิ์นั้นในตอนนี้เช่นกัน"
"รินรดา!" อคินลุกพรวดขึ้นจากโซฟา แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกจากร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล เขากวาดสายตามองเด็กชายตัวน้อยที่หยุดกินขนมและเงยหน้ามองผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยแววตาใสซื่อไร้เดียงสา ก่อนจะเบนกลับมาสบตาอดีตภรรยา "คุณคิดว่าการซ่อนลูกแล้วบอกว่าเขาไม่ใช่ลูกผม จะทำให้ความจริงข้อนี้เปลี่ยนไปอย่างนั้นเหรอ? ผมฟ้องศาลได้ และด้วยอิทธิพลของผม ผมสามารถพรากลูกมาอยู่ในการดูแลของผมได้ภายในพริบตาเดียว!"
คำขู่ที่ออกจากปากอคินไม่ได้ทำให้รินรดาสั่นกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของเธอกลับทอประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอโน้มตัวลงอุ้มร่างป้อมของน้องลีโอขึ้นมาแนบอก ลูบศีรษะเล็กอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมาสบตาอเชนด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวราวกับแม่เสือปกป้องลูก
"เชิญค่ะ... เชิญใช้อิทธิพลโสโครกของคุณฟ้องศาล หรือใช้อำนาจเงินซื้อทุกอย่างตามใจชอบเลยค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย "แต่จำไว้ให้ดีนะคะอคิน ถ้าคุณกล้าก้าวเข้ามาในชีวิตเรา หรือกล้าแม้แต่จะใช้มือสกปรกของคุณแย่งลูกไปจากอกฉัน ฉันนี่แหละค่ะที่จะเปิดโปงความลับเน่าเฟะทั้งหมดของคุณในอดีต ทำให้คุณล่มจมจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน และต่อให้คุณจะมีอำนาจแค่ไหน คุณก็จะไม่มีวันได้ยินคำว่า 'พ่อ' จากปากเด็กคนนี้ไปจนวันตาย!"
คำประกาศกร้าวของเธอเฉียบคมและทรงพลังจนอคินถึงกับพูดไม่ออก ร่างสูงยืนนิ่งงันราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ความรู้สึกผิดบาป ความสำนึกเสียใจ และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตโถมเข้าใส่จนหน้าอกแน่นขนัด เขาพเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและบดขยี้ได้ตามอำเภอใจ ได้กลายร่างเป็นปีศาจแห่งการแก้แค้นที่พร้อมจะแหลกลากวิญญาณของเขาให้จมดิ่งสู่ขุมนรก
"ริน... ฟังผมก่อน..." อคินเอמהเสียงสั่นพร่า ยื่นมือออกไปอย่างหมดสภาพความเย่อหยิ่ง "ผมขอโทษ... ผมยอมรับความผิดทั้งหมดแล้ว... ขอโอกาสให้ผมได้ชดใช้..."
"ไม่มีโอกาสนั้นสำหรับคนใจร้ายอย่างคุณหรอกค่ะ"
รินรดาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เธอกระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นขึ้น หมุนตัวเดินเลี่ยงผ่านร่างอคินไปอย่างไร้ความลังเล ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องกว้างที่เย็นยะเยือก หัวใจของเขาแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีเมื่อตระหนักว่า กรรมสนองที่แท้จริงได้มาเยือนเขาแล้ว และมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าความตาย
ปัง!
เสียงประตูปิดลงเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของอคินราวกับเสียงอสุนีบาต เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง ใบหน้าคมคายซบลงกับอุ้งมือทั้งสองข้าง ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นที่ถูกกลืนกลบไว้ในลำคอ นี่คือจุดจบที่เขาสร้างขึ้นมาเอง... ความเย็นชาที่เขาเคยมอบให้เธอกำลังย้อนกลับมาแผดเผาเขาจนมอดไหม้
แต่ทว่า... ในขณะที่อคินกำลังจมดิ่งสู่ความมืดมิดแห่งความสิ้นหวัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลที่ถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างแรง
"ถ้าแกยังมัวแต่นั่งร้องไห้เหมือนคนใกล้ตายแบบนี้ แกก็เตรียมตัวสูญเสียทุกอย่างไปได้เลย... รวมถึงเมียเก่าและลูกของแกด้วย"
อคินสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองบุคคลผู้มาใหม่ด้วยแววตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าเงาร่างที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่เวลานี้ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นพี่ชายต่างแม่ผู้กุมความลับดำมืดของตระกูล และกำลังถือไพ่เหนือกว่าเขาทุกประตูในเกมธุรกิจที่เดิมพันด้วยชีวิต!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และสะใจไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 17
ลูกไม่ใช่สมบัติของคุณ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!