หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ•ตอนที่ 19

คนใจร้ายในร่างเดิม

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหรา ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชา ใบหน้าของเธอนิ่งเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ทว่าแววตาคู่คมกลับซ่อนรังสีความเฉียบคมที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มตรงหน้า อคินยังคงเป็นอคิน... ผู้ชายที่เชื่อมั่นว่าทุกสิ่งในโลกนี้สามารถตีราคาและควบคุมได้ด้วยอำนาจและเหตุผลของเขา เขายืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาคู่เดิม สายตาที่เคยใช้มองเธอราวกับเธอเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้านที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง "คุณคิดว่าการหลบหน้าผมไปสามปี จะทำให้เรื่องบ้าๆ ระหว่างเรามันจบลงได้จริงๆ หรือรินรดา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด อคินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เผยให้เห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความเย่อหยิ่งและถือดีไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ราวกับเวลาสามปีที่ผ่านมาไม่ได้หล่อหลอมให้เขาเรียนรู้ความสูญเสียแม้แต่นิดเดียว รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความสมเพชเวทนาจนอคินต้องขมวดคิ้วมุ่น "จบเหรอคะ? คุณอคินคะ..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคู่นี้ไม่ได้ไหวระริกด้วยความหวาดกลัวเหมือนสามปีก่อนอีกแล้ว มันมีแต่ความว่างเปล่าที่เย็นชาจนน่ากลัว "สำหรับคุณ มันอาจเป็นแค่เรื่อง 'บ้าๆ' ที่น่ารำคาญใจ แต่สำหรับฉัน มันคือหลุมศพที่ฉันต้องตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาด้วยมือเปล่า... สามปีที่คุณปล่อยให้ฉันตายทั้งกลมในความรู้สึก ตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามความรับผิดชอบจากซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนสร้างขึ้น?" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความอีโก้จัดของอคิน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉึงกระตุกวูบ ดวงตาคมกริบฉายแวววับด้วยความไม่พอใจที่ถูกท้าทาย เพราะตลอดชีวิต อคินไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนต่อปากต่อคำด้วยความแข็งกร้าวเช่นนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาในอดีต "ริน! อย่ามาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับผม" อคินกดเสียงต่ำอย่างพยายามข่มอารมณ์ คุกคามด้วยการโน้มตัวลงมาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นเคย—กลิ่นที่เคยทำให้เธอใจสั่นไหวและเจ็บปวดเจียนตายในเวลาเดียวกัน "ผมมาที่นี่เพื่อเคลียร์เรื่องธุรกิจ และเรื่องที่เราต้องคุยกันให้มันเคลียร์... เรื่องสถานะของเรา และไอ้เด็ก..." เขากลืนคำพูดประโยคหลังลงคอไปเมื่อเห็นรินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากท่าทีที่เด็ดเดี่ยวของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ "เรื่องเด็กงั้นเหรอคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงของเธอนิ่งสนิทแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ลูกชายฉัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณอคินผู้สูงส่งทั้งสิ้นค่ะ เขาเป็นลูกของฉันคนเดียว ในวันที่ฉันคลอดเขาออกมาแทบตาย คุณกำลังดื่มฉลองความสำเร็จกับคู่ขาของคุณอยู่ที่ไหนคะ? ในวันที่ลูกไข้ขึ้นสูงจนฉันต้องร้องไห้กอดเขาไว้คนเดียว คุณเคยแม้แต่จะชายตามองไหม?" ความทรงจำอันเจ็บปวดถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตา รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้จางหายไปไหน แต่มันถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะเหล็กกล้าที่ห่อหุ้มหัวใจเธอไว้จนด้านชา อคินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ แววตาของเขาไหววูบด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นริ้วขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขารู้ดีว่าในอดีตตนเองใจร้ายและเย็นชาต่อเธอแค่ไหน แต่การได้ยินเธอย้ำเตือนมันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความคาดหวังใดๆ อีกต่อไป กลับสร้างความเจ็บแปลกประหลาดขึ้นในอกซ้าย ราวกับหัวใจกำลังถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็ก "ผม... ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นคุณท้อง..." อคินเผลอเสียงอ่อนลงอย่างลืมตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ ปฏิกิริยาของรินรดารวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ปัดมือของเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ราวกับสัมผัสของเขามันน่ารังเกียจเสียเต็มประดา "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาประกาศกร้าว สายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "จำใส่สมองของคุณไว้ซะนะคะคุณอคิน สามปีที่แล้วคุณเหยียบย่ามศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี สามปีนี้ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ได้โดยไม่มีคุณ และในอนาคต... คุณก็ไม่มีวันได้แตะต้องลูกของฉันแม้แต่ปลายนิ้วเดียว!" คำพูดประกาศสงครามอย่างชัดเจนทำให้อคินหน้าชา กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธเกรี้ยวและทิฐิที่ถูกท้าทายตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้าประชิดตัวเธอด้วยความหงุดหงิดที่เหนือการควบคุม "คุณไม่มีสิทธิ์กีดกันผมจากสายเลือดของตัวเอง รินรดา! จำไว้ว่าต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่ความจริงที่ว่าเด็กคนนั้นหน้าเหมือนผมพิมพ์เดียว ไม่มีวันลบเลือนไปได้!" อคินกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยสงครามประสาทที่คุกรุ่น รินรดาแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุร้ายคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย "หน้าเหมือนเหรอคะ? น่าเสียดายนะคะ..." เธอยกยิ้มอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อคินต้องชะงักงัน "เพราะต่อให้เขาจะมีใบหน้าถอดแบบคุณมาเป๊ะแค่ไหน แต่หัวใจของเขา... จะไม่มีวันมีเศษเสี้ยวความเป็นคนใจร้ายแบบคุณเด็ดขาดค่ะ" ในจังหวะที่อคินกำลังจะเอ่ยสวนกลับด้วยความเดือดดาล เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นเสียก่อน ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ก่อนที่ใครจะได้อนุญาต ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสองขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ตะโกนเรียกหาผู้เป็นแม่ "หม่าม้าฮะ! ลีโอได้ยินเสียงคนเสียงดัง... แง! หม่าม้าเจ็บรึเปล่าฮะ?" น้องลีโอวิ่งเข้ามาซุกตัวเข้ากับชายกระโปรงของรินรดา ใบจิ้มลิ้มแหงนมองมารดาด้วยความห่วงใย ก่อนที่ดวงตากลมโตใสแป๋วคู่นั้นจะหันขวับไปมองชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า อคินชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล ลลมหายใจของเขาติดขัดทันทีเมื่อได้สบตาเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้น ดวงตา จมูก และโดยเฉพาะริมฝีปากหยักได้รูปที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา เด็กน้อยเอียงคอมองอคินด้วยความไร้เดียงสา ก่อนจะเอ่ยประโยคใสซื่อที่ทำให้อคินแทบหยุดหายใจ และทำให้รินรดานิ่งงันไปในพริบตา "คุณลุงหน้าตา... เหมือนกระจกเงาของลีโอเลยฮะ ทำไมหน้าเหมือนกันจังล่ะฮะ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เจ็บปวด และสะใจไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ตาย...แต่ลูกชายฉันดันหน้าเหมือนคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%