แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงถูกวางกระแทกบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่น จนของเหลวสีเข้มกระฉอกเปื้อนขอบถ้วย แต่เจ้าของมันไม่ได้สนใจไยดีเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดของคินน์กำลังจ้องเขม็งไปยังภาพตรงหน้า ภาพที่หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นจำเป็นกำลังหัวเราะต่อกระซิบกระซาบกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งอย่างสนุกสนาน ภายใต้บรรยากาศร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา รอยยิ้มที่พิมพ์พายมอบให้ไอ้หน้าอ่อนคนนั้น ช่างบาดตาบาดใจจนเส้นเลือดที่ขมับของนักธุรกิจหนุ่มปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"คุณชายครับ ใจเย็นก่อน... นั่นมันแค่เพื่อนร่วมคณะไม่ใช่หรือไงครับที่คุณหญิงท่านสืบมา?" เสียงกระซิบเตือนสติจากเลขาหนุ่มดังขึ้นเบาๆ แต่มีหรือที่คนอย่างคินน์ในเวลานี้จะฟังคำทัดทานใดๆ
"เพื่อนร่วมคณะเหรอ? สนิทกันจนต้องป้อนขนมเข้าปากแบบนั้นเลยหรือไง!" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำมืดสนิทเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับออกมาตรงๆ ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยรัศมีคุกคามที่ทำเอาแขกโต๊ะอื่นต้องหันมามองเป็นตาเดียว
ในขณะเดียวกัน พิมพ์พายที่กำลังเพลิดเพลินกับการติวหนังสือและทานมื้อเที่ยงกับ 'ธาม' เพื่อนสนิทดีกรีนักเรียนทุนวิศวะ ก็ต้องชะงักกึก เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ทอดทับลงมาบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา
"อ้าว... คุณคินน์?" พิมพ์พายกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ ปนความงุนงงระคนตก and เมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาที่แข็งกร้าวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของอีกฝ่าย "มาทำอะไรที่นี่คะ... เอ๊ย ที่นี่ครับ?" เผลอหลุดปากพูดภาษาหญิงออกไปเพราะความตกใจ ทำเอาคินน์ยิ่งฉุนขาดหนักเข้าไปใหญ่
"หึ มาดูคนแถวนี้ทำหน้าที่ 'คู่หมั้น' ที่ดีมั้งครับ!" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นจนธามที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องวางช้อนสู้สายตา
"เอ่อ... ขอโทษนะครับ คุณเป็นใครเหรอครับ? แล้วทำไมต้องมาพูดจาหาเรื่องพิมพ์ด้วย" ธามขยับตัวลุกขึ้นยืนบังร่างบางของเพื่อนสาวไว้ตามสัญชาตญาณ พร้อมกับมองหน้าผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจ
คำว่า 'พิมพ์' ที่ออกจากปากผู้ชายแปลกหน้า ยิ่งเป็นเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏบนมุมปากหยักลึก มือหนาเอื้อมไปกระชากข้อแขนเรียวของพิมพ์พายให้ลุกขึ้นยืนตามแรงกระชากโดยไม่สนว่าเธอจะเจ็บหรือไม่
"โอ๊ย! คุณคินน์ บ้าอะไรเนี่ย เจ็บนะ!" พิมพ์พายร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ สะบัดแขนหนีสุดแรงแต่ก็สู้แรงควายถึกของคนตัวโตไม่ได้ "ปล่อยฉันนะ! คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!"
"สิทธิ์ที่ผมเป็นคู่หมั้นของคุณไง! จำไม่ได้หรือไงว่าตัวเองมีพันธะผูกพันกับใครอยู่ ถึงได้เที่ยวระริกเร้าระรื่นอยู่กับผู้ชายอื่นแบบนี้!" คินน์ตวาดลั่น ร้านอาหารที่เคยเงียบสงบพลันตกอยู่ในความเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ดราม่าย่อมๆ กลางร้าน
ธามเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามยื่นมือเข้ามาจับไหล่ของคินน์ "เฮ้ย! พูดจาให้เกียรติผู้หญิงด้วยวะ ปล่อยแขนพิมพ์เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมไม่เกรงใจนะ!"
คินน์หันขวับไปมองหน้าธามด้วยสายตาดุดัน แววตาคู่นั้นทรงพลังอำนาจจนธามชะงักไปชั่วขณะ "แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน! และจำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะ!"
คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทำเอาหัวใจของพิมพ์พายกระตุกวูบ ความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาผสมปนเปไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างในอก เธอไม่ใช่ตุ๊กตาผ้ารักษาหน้าตาใครนะ!
"นี่คุณคินน์! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย ฉันกับธามเราแค่นานๆ ทีเจอกันเพื่อติวหนังสือ ไม่ได้มาทำเรื่องบัดสีบัดดีอย่างที่คุณคิดในหัวสมองสกปรกๆ ของคุณนะ!" พิมพ์พายสวนกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว พวงแก้มใสแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
"สมองสกปรกเหรอ? หึ... งั้นที่คาหนังคาเขาเมื่อกี้คืออะไร ภาพลวงตาว่างั้นเถอะ?" คินน์ก้มหน้าลงมาหา กระซิบด้วยน้ำเสียงกระชากวิญญาณ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ จนพิมพ์พายสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะแก้ม "คุณกล้ามากนะพิมพ์พาย ที่กล้าท้าทายอำนาจของผม"
"ฉันไม่ได้ท้าทาย! แต่คุณต่างหากที่ไร้เหตุผล บ้าอำนาจ และงี่เง่าที่สุด!" พิมพ์พายเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่างแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับรวบเอวเธอเข้ามาชิดแนบกายแน่นขึ้น จนแทบจะหลอมละลายรวมกัน
ธามทนดูต่อไปไม่ไหว เงื้อมหมัดขึ้นเตรียมจะซัดหน้าไอ้คุณชายปากเสียสักที แต่ยังไม่ทันที่หมัดจะได้เหวี่ยงออกไป คินน์ก็ปรายตามองด้วยหางตา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเตือนราวกับราชสีห์คำราม
"ถ้าแกไม่อยากให้บริษัทของครอบครัวแก ล้มละลายภายในสามวินาที ก็ลองชกมาสิ..."
ธามชะงักกึก หมัดที่เงื้อมไว้ค้างเติ่ง เหงื่อกาฬแตกพลั่กเมื่อตระหนักได้ว่าผู้ชายตรงหน้าคือใคร 'คินน์ วรโชติเมธิน' ทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตคนนับร้อยในกำมือ อำนาจในมือของอีกฝ่ายสามารถบดขยี้ครอบครัวเขาให้แหลقคามือได้จริงๆ
"ธาม... นายถอยไปก่อน ฉันจัดการเอง" พิมพ์พายเห็นเพื่อนรักตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เธอจึงรีบเอ่ยห้ามปราม แม้จะเจ็บใจแค่ไหนแต่เธอก็ไม่อยากดึงใครเข้ามาเดือดร้อนเพราะเรื่องไร้สาระนี้
"แต่พิมพ์..."
"ไปเถอะ ฉันขอร้อง" แววตาจริงจังของหญิงสาวทำให้ธามจำต้องลดมือลงอย่างจำยอม เขาทำได้เพียงส่งสายตาเป็นห่วงมาให้ ก่อนจะเดินเลี่ยงหลบออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างจำใจ
เมื่อก้างขวางคอออกไปพ้นทาง คินน์ก็ไม่รอช้า เขาออกแรงลากตัวพิมพ์พายที่พยายามขัดขืนให้เดินตามออกมาที่ลานจอดรถทันท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของพนักงานในร้าน
"ปล่อยฉันนะ! จะพาฉันไปไหน!" พิมพ์พายโวยวายลั่นเมื่อถูกเหวี่ยงให้เข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตคันหรู ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวตามเข้ามาล็อกประตูขังเธอไว้ด้านใน พื้นที่ภายในรถแคบลงถนัดตาเมื่อคินน์โน้มตัวเข้ามาใกล้ คร่อมกักขังเธอไว้ระหว่างเบาะกับแผงประตู
คินน์ใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตา ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันมีความเจ็บปวดและ... ความน้อยใจซ่อนอยู่ลึกๆ จนพิมพ์พายสังเกตเห็น
"ทำไม..." น้ำเสียงของคินน์เปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้มและแหบพร่าลงอย่างกะทันหัน ดวงตาคมก้าวร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนที่หาดูได้ยาก "ทำไมคุณถึงต้องไปยิ้มแบบนั้นให้มัน ทำไมต้องทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนบ้าเวลาที่เห็นคุณอยู่กับคนอื่น..."
พิมพ์พายชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำพูดนั้น หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับพลิกผันมาเต้นระรัวด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด สายตาคมกริบที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะคาดเดา
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนีซ่อนความหวั่นไหว แต่คินน์กลับใช้นิ้วเรียวบีบปลายคางเธอให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"ผมกำลังหึงคุณ..." คินน์เอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว แต่ก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันภายในรถ "คุณได้ยินไม่ผิดหرอกพิมพ์พาย... ผมหึง จนแทบจะฆ่าไอ้เวรนั่นให้ตายคามืออยู่แล้ว!"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้เย็นชาและหยิ่งผยอง ทำให้พิมพ์พายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
ทว่า... ก่อนที่พิมพ์พายจะได้ทันเอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อกๆ!*
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด หันไปมองผ่านฟิล์มกรองแสงสีเข้มด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดเวลาส่วนตัว แต่ทว่า... ทันทีที่กระจกถูกลดระดับลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้เห็นหน้าผู้มาเยือน ดวงตาคมคายก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ยืนอยู่ด้านนอก
รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น พร้อมกับคำพูดที่ทำให้คินน์ต้องชะงักค้างไปทันที
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอนะครับ
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 17
ความหึงที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!