คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 16

อาการคนเริ่มหวั่นไหว

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ตาคินน์! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" เสียงตวาดแหลมสูงของคุณนายประภาดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรู บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าอุณหภูมิความระอุกลับพุ่งทะยานขึ้นจนน่าใจหาย ร่างของพิมพ์พายที่ยังคงแนบชิดติดกับแผ่นอกกว้างของคินน์สะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบผลكตัวออกห่างจากเขาแทบไม่ทัน พวงแก้มสุกปลั่งซ่านด้วยสีแดงจัดลามเลียไปถึงใบหู มือบางสั่นระริกขณะยกขึ้นเสยผมปรกหน้าเพื่อซ่อนความเก้อเขิน พร้อมกับรีบจัดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน ในขณะที่คินน์—ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็นและรักษากฎระเบียบยิ่งกว่าชีวิต กลับยืนนิ่งค้างไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบลงเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มปรายตามองมารดาด้วยแววตาเรียบสนิท แม้ภายในอกด้านซ้ายจังหวะการเต้นของหัวใจจะยังคงกระหน่ำรัวราวดรัมแมชชีนจนน่าหงุดหงิด "คุณแม่เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูครับ" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเจือความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม "เคาะประตูงั้นเหรอ! ถ้าฉันไม่ไขเข้ามาเอง ฉันคงไม่ได้เห็นภาพอุจาดตาแบบนี้สินะ!" คุณนายประภาก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง ดวงตาคมกวาดมองสภาพของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสลับกับหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า กระดุมเสื้อเม็ดบนสุดของคินน์ที่หลุดลุ่ย กับริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของพิมพ์พายที่บวมเจ่อเล็กน้อย องค์ประกอบเหล่านี้ชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายในนิตยสารซุบซิบ "คุณป้าเข้าใจผิดแล้วนะคะ..." พิมพ์พายรีบเอ่ยเสียงสั่น เจือความร้อนรน เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ชวนเข้าใจผิดระดับมหันลักษณภัยเช่นนี้ "พวกเราไม่ได้..." "ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ หนูพิมพ์... แต่สภาพของพวกเธอสองคนมันฟ้องชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำแก้ตัวใดๆ" คุณนายประภาหันมาหานักศึกษาสาว ทว่าแววตาดุดันไม่ได้เจือด้วยความเกลียดชัง กลับมีความระaอใจและประกายบางอย่างที่อ่านยากซ่อนอยู่ "คินน์ แกเป็นผู้ชายนะ ถึงเวลาต้องรับผิดชอบอะไรก็ต้องกล้าๆ หน่อย อย่าทำตัวเป็นพวกไม่รู้จักรักษามารยาททางสังคม" "ผมไม่ได้ทำอะไรเกินเลยอย่างที่แม่คิด" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นและติดจะห้วนจัด ดวงตาคมกริบกวาดมองพิมพ์พายที่ยืนก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่สบายใจ "แล้วก็เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักทีครับแม่" "ปากแข็ง!" คุณนายประภาถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย "เอาล่ะ ฉันไม่ได้มีเวลามานั่งต่อปากต่อคำกับแกสองคนหรอกนะ ที่ฉันมานี่... มีธุระสำคัญกว่านั้น" บรรยากาศในห้องผ่อนคลายความตึงเครียดลงระดับหนึ่ง ทว่าหัวใจของคินน์กลับยังคงปั่นป่วนอย่างประหลาด ชายหนุ่มเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพิมพ์พายที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ แววตาตื่นตระหนกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง ทว่าสำหรับสายตาคมกริบของคินน์ เขากลับมองเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังนั้นอย่างชัดเจน ความคิดบางอย่างสะกิดขึ้นในใจ... *ทำไมเขาถึงรู้สึกหงุดหงิดเวลาเห็นเธอลนลานขนาดนี้?* และ *ทำไมรสสัมผัสจากริมฝีปากนุ่มเมื่อครู่ ถึงยังคงหลงเหลือความอุ่นร้อนวนเวียนอยู่บนริมฝีปากของเขาได้อย่างน่ารำคาญใจ?* "ธุระอะไรครับ" คินน์ถามตัดบท เพื่อดึงสติที่เริ่มเตลิดของตัวเองให้กลับมาเข้าที่ "เย็นนี้..." คุณนายประภาเว้นจังหวะ ปรายตามองทั้งสองคนสลับกันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ถอดแบบมาจากลูกชายไม่มีผิด "เรามีนัดดินเนอร์กับครอบครัวของคุณกร" คินน์ขมวดคิ้วมุ่นทันที "คุณกร? นักธุรกิจอสังหาฯ คนนั้นน่ะเหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม" "เกี่ยวสิ เพราะงานนี้ท่านไม่ได้มาคนเดียว ท่านพาลูกสาวคนเล็กกลับมาจากเรียนต่อต่างประเทศด้วย และฉันก็รับปากกับท่านไว้แล้วว่าแก—จะต้องไปร่วมงานนี้ในฐานะ 'คู่เดท' ของหนูพิมพ์!" คำประกาศราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสมทำให้ทั้งคินน์และพิมพ์พายเบิกตากว้างพร้อมกัน "อะไรนะครับ!" คินน์อุทานออกมาเสียงดังลั่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ความเย็นชาที่เคยสวมใส่ไว้หลุดลุ่ยไม่เป็นท่า "ให้ผมไปกับยัยนี่เนี่ยนะ? แม่ก็รู้ว่าเราสองคน..." "ฉันรู้ว่าพวกเธอคู่อะไรกัน!" คุณนายประภาตัดบทเสียงเฉียบขาด "ถือว่าเป็นคำสั่งจากฉัน ถ้าแกไม่อยากให้ฉันเอาเรื่องที่พวกเธอนัวเนียกันเมื่อกี้ไปประกาศให้คนทั้งตระกูลฟัง ก็เตรียมตัวให้พร้อมซะ! ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!" พูดจบ คุณนายประภาก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาครอบงำพื้นที่อีกครั้ง คินน์ยืนนิ่งค้าง ขากรรไกรขบเข้าหากันจนขึ้นสันนัดด้วยความขัดเคืองใจ เขาหันขวับกลับมามองหญิงสาวต้นเหตุที่ยืนอ้าปากค้างไม่แพ้กัน "เธอนี่มัน... ตัวซวยจริงๆ พิมพ์พาย" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองร่างบางด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเป พิมพ์พายที่ตั้งสติได้ก็ตวัดสายตากลับมาทันที หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเต้นรัวไม่เป็นส่ำ "นี่! อย่ามาพาลใส่ฉันนะคุณคินน์ ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะไปกินข้าวกับคุณนักหรอก หน้าตาก็เย็นชาเหมือนหุ่นยนต์น้ำแข็ง ใครเขาจะอยากไปเดินควงด้วยให้เสียเวลาชีวิต!" "ปากดีนักนะ" คินน์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวพิมพ์พายด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือเสียงดังทึบ ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งค้ำยันกรอบไม้ไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอาณัติ ใบหน้าคมคายโน้มลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนหัวใจของพิมพ์พายแทบจะกระโดดออกมานอกอก "ปล่อยนะ..." พิมพ์พายกระซิบเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาดุคมที่เร่าร้อนเสียจนเธอกลัวว่าตัวเองจะละลาย "ในเมื่อแม่ฉันบังคับให้เราต้องเล่นละครเป็นคู่เดท..." คินน์จงใจลดเสียงลงให้ทุุ่มต่ำและแหบพร่า จงใจแกล้งให้หญิงสาวหัวใจวายเล่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นไหว "เธอก็ควรจะเตรียมตัวซ้อมบท 'แฟนสาว' ให้มันเนียนกว่านี้หน่อยดีไหม... หืม?" ปลายนิ้วแกร่งยื่นไปแตะคางมนของเธอเบาๆ บังคับให้พิมพ์พายต้องเงยหน้าสบตากับเขา ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้สมองของพิมพ์พายขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด กลิ่นกายสะอาดสะอ้านเจือกลิ่นเมนถولอ่อนๆ ของเขายิ่งทำให้เธอยากจะต้านทาน "ฉัน... ฉันไม่เล่น!" พิมพ์พายเถียงเสียงตะกุกตะกัก ทั้งที่หัวใจทรยศเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน "สายไปแล้ว..." คินน์กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่นานๆ ทีจะปรากฏบนใบหน้าเย็นชา "เพราะต่อจากนี้... ฉันจะทำให้เธอดิ้นไม่หลุดเลยทีเดียว" บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังระอุถึงขีดสุด แรงดึงดูดประหลาดดึงให้ใบหน้าของทั้งสองขยับเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้นกลาง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความหวั่นไหวที่คินน์พยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มกัดกินหัวใจเขาจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะกันอีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ท่านประธานครับ! เอกสารด่วนจากตลาดหลักทรัพย์... เฮ้ย! ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะ!" เสียงเลขาหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเข้ามาเต็มแรง ก่อนจะรีบเอามือปิดตาตัวเองแล้วถอยหลังรูดออกนอกห้องไปทันทีเมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มกำลังคร่อมร่างของหญิงสาวอยู่บนชั้นหนังสือ คินน์ชะงักกึก ความกรุ่นโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง ชายหนุ่มผละออกจากพิมพ์พายอย่างหัวเสีย ขณะที่หญิงสาวอาศัยจังหวะชุลมุนมุดลอดแขนเขาแล้ววิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องทำงานด้วยความเร็วแสง ทิ้งให้คินน์ยืนกำมือแน่น หายใจฮึดฮัดด้วยความขัดใจ ชายหนุ่มหันกลับมามองบานประตูที่ปิดสนิท แววตาคมกริบฉายประกายความซับซ้อนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ *อาการใจสั่นแบบนี้... มันคืออะไรกันแน่?* ... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของพระเอกเรานะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ! — แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%