คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 13

ศัตรูหัวใจหัวหมอ

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เปรียบเสมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ "มันกำลังขึ้นมาบนชั้นนี้... อีกไม่ถึงสองนาที" คำพูดของพิมพ์พายขาดหายไปในลำคอเมื่อคินน์ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วระดับนักล่า สองมือแข็งแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะยกตัวเธอขึ้นลอยเหนือพื้นอย่างง่ายดายโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว "อุ๊ย! คุณคินน์! ปล่อยนะ ปะ... ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!" พิมพ์พายอุทานเสียงหลง มือเรียวทุบเข้าที่ลาดไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดสำหรับคนตัวโต "ถ้าไม่อยากให้แผนพังและไม่อยากให้ 'ปกรณ์' เห็นสภาพที่เราอยู่ใกล้ชิดกันเกินงาม ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ" คินน์กระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้งทำให้หัวใจดวงน้อยของพิมพ์พายกระตุกวูบอย่างไม่รักดี ในจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นเอง คินน์พาเธอพุ่งหลบเข้าไปหลังม่านกำมะหยี่สีเข้มผืนใหญ่ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ พื้นที่แคบๆ ทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของพิมพ์พายเต้นระรัวราวกับกลองศึก ขณะที่สายตาคมกริบของคินน์มองสบลงมาในความสลัวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันทั้งดุดัน เย็นชา และ... ซ่อนประกายบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ *กริ๊ก... เสียงประตูห้องทำงานเปิดออก* ปกรณ์ ทายาทบริษัทคู่แข่งทางการค้าอันดับหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าสงสัย ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวของคินน์ที่ควรจะว่างเปล่า พิมพ์พายกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือเล็กกำเสื้อสูทของคินน์แน่นโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดที่แนบเนื้อทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ คินน์ก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน สายตาของเขาคมกริบดั่งคมดาบที่ผ่านการตีซ้ำจนแกร่ง เขาสังเกตเห็นขนตางอนที่สั่นระริกและริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความตื่นเต้น แทนที่จะปล่อยมือ ชายหนุ่มกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้า "แปลกจริง... เสียงใครคุยกันอยู่แถวนี้แน่ๆ" เสียงทุ้มของปกรณ์ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงรองเท้าหนังที่เดินสำรวจไปทั่วบริเวณโต๊ะทำงาน พิมพ์พายเงยหน้าขึ้นสบตาคินน์ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนก เธอขยับริมฝีปากไร้เสียงเพื่อต่อว่าเขา แต่นั่นกลับทำให้คินน์นึกสนุกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "ถ้าส่งเสียงเล็ดลอดออกไปแม้แต่แอะเดียว... ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ พิมพ์พาย" คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเย้ายวนในคราเดียวกัน พิมพ์พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับความหน้าไม่อายของคนตรงหน้า แต่เธอก็ทำได้แค่เพียงกัดริมฝีปากล่างแน่นแล้วหลับตาปี๋ ยอมจำนนต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างจำใจ เวลาผ่านไปราวกัป Aeternity ก่อนที่เสียงปิดประตูห้องจะดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปจนลับตา เมื่อมั่นใจว่าปกรณ์ลับหายไปจากชั้นนี้แล้ว คินน์จึงค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกช้าๆ แต่ทว่าสายตาคู่คมกลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่อของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย "ปล่อยได้แล้วมั้งคะ... คุณคินน์" พิมพ์พายเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง ทว่าคินน์กลับไม่ขยับเขยื้อn เขายังคงยืนนิ่ง ค้ำมือข้างหนึ่งไว้กับผนังกระจก กักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์ "เมื่อกี้คุณเรียกผมว่าอะไรนะ?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ "คุณคินน์อย่างนั้นเหรอ? ดูห่างเหินจัง ทั้งที่เราเพิ่ง... ผ่าน 'ความเป็นความตาย' ด้วยกันมาแท้ๆ" "ใครไปผ่านกับคุณฟะ! นั่นมันสถานการณ์ฉุกเฉินต่างหากเล่า!" พิมพ์พายเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่ยอมแพ้ "แล้วนี่ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันต้องเอาเอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ไปส่งให้กรรมการบริหาร ไม่ว่างมาเล่นเกมประสาทกับคุณหรอกนะ" คินน์หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย "คิดว่าผมดูไม่ออกหรือไงว่าคุณกำลังกลัวอะไรอยู่... ปกรณ์มันเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของเราแล้ว พิมพ์พาย และผมมั่นใจว่ามันต้องหาทางขุดคุ้ยเรื่องนี้แน่" รอยยิ้มกวนประสาทของคินน์เลือนหายไป แทนที่ด้วยความจริงจังที่น่าเกรงขาม พิมพ์พายชะงักไปชั่วขณะ ความกังวลฉายชัดขึ้นในแววตา เธอย่อมรู้ดีว่าปกรณ์เป็นคนเจ้าเล่ห์และพร้อมจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยคินน์และบริษัทของเขาให้พ้นทาง ถ้ารู้เรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเธอกับคินน์เข้าล่ะก็... มันคงไม่จบง่ายๆ แน่ "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ในเมื่อเราไม่ได้..." "ไม่ได้อะไร?" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้น "ไม่ได้เป็นอะไรกัน? หรือไม่ได้นอนห้องเดียวกันเมื่อคืนก่อน?" "คุณคินน์!" พิมพ์พายหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู เธอใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบอกเขาอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้ "พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยนะ! ฉันเสียหายพอดิบพอดี!" "เสียหายตรงไหน ในเมื่อผมแสดงความรับผิดชอบด้วยการ... อืม..." คินน์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รอให้อณุญาต ร่างสูงของปกรณ์ก้าวกลับเข้ามาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาดุดันกวาดมองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่คนทั้งคู่ซึ่งยืนอยู่ใกล้ชิดกันผิดปรกติหลังม่านกำมะหยี่ "อ้าว... ผมนึกว่าคุณคินน์อยู่คนเดียวซะอีก" ปกรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ย ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจสภาพยับเยินนิดๆ ของพิมพ์พาย "ไม่นึกเลยนะครับว่า... 'เด็กฝึกงาน' คนเก่งของโปรเจกต์นี้ จะมีสิทธิพิเศษได้เข้ามาคลอเคลียกับท่านประธานถึงในห้องส่วนตัวแบบนี้ด้วย" บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา คินน์ขยับตัวก้าวออกไปบังร่างของพิมพ์พายไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมปลาบจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังปกป้องอาณาเขต "เรื่องของผมกับเลขาฯ ส่วนตัว... คงไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่คุณจะต้องมาใส่ใจนะ ปกรณ์" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ เย็นชาจนน่าขนลุก ปกรณ์หัวเราะในลำคอ ดวงตาเจ้าเล่ห์หรี่ลงเมื่อมองข้ามไหล่กว้างของคินน์ไปยังหญิงสาวด้านหลัง "นั่นสิครับ... แต่มันจะน่าสนใจมาก ถ้าคณะกรรมการบริษัทรู้ว่า 'หัวใจ' ของท่านประธานจอมหยิ่ง กำลังซ่อนความลับอะไรไว้เบื้องหลังโปรเจกต์นี้กันแน่!" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%