คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 14

ปาร์ตี้ที่วุ่นวาย

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ คุณปกรณ์... โดยเฉพาะความลับที่ถูกเก็บไว้ในที่แจ้ง" เสียงทุ้มต่ำของคินน์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมห้องรับรองพิเศษ แสงไฟนีออนสีนวลจากโคมไฟระย้าสะท้อนลงบนสันกรามคมคายที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมดั่งใบมีดกวาดมองผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการผู้มากเล่ห์อย่างไม่เกรงกลัว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ ปกรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาหรี่แคบลงอย่างพิจารณา ทว่าก่อนที่เกมการปะทะคารมจะลุกลามไปมากกว่านั้น มือเรียวบางของพิมพ์พายก็เอื้อมไปคว้าชายเสื้อสูทราคาแพงของคินน์ไว้แน่น แรงกระตุกเบาๆ นั้นทำให้ร่างสูงชะงัก ชายหนุ่มก้มลงมองหญิงสาวด้วยหางตา พบนัยน์ตากลมโตที่กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างดุเดือด "อย่าเสียเวลากับคนประเภทนี้เลยค่ะ ท่านประธาน" พิมพ์พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมพอที่จะทำให้ปกรณ์หุบยิ้มลงได้ครึ่งหนึ่ง "งานเลี้ยงข้างนอกกำลังรอให้เราไป 'เปิดตัว' อยู่นะคะ" คำว่า 'เปิดตัว' ถูกเน้นเสียงด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ พิมพ์พายไม่ได้รอให้คินน์อนุญาต มือเล็กๆ ที่เคยจับชายเสื้อเปลี่ยนเป็นสอดเรียวแขนเข้าไปคล้องแขนแกร่งของเขาไว้แนบแน่น แรงบีบที่ส่งผ่านเนื้อผ้าสั่งให้ชายหนุ่มต้องเล่นตามน้ำโดยปริยาย คินน์ชะوกไปชั่วเสี้ยววินาที กลิ่นกายหอมละมุนจางๆ จากเรือนร่างของหญิงสาวที่แนบชิดทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร่งขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตพนักงานกับเจ้านายนี้กำลังทำให้เขาแทบเสียอาการ แต่ภายใต้ใบหน้าเย็นชาและท่าทีราวกับรูปสลัก คินน์กลับยกย่องความกล้าหาญของยัยตัวแสบคนนี้ในใจ "นั่นสินะครับ..." คินน์ปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิท ดึงสติกลับมาจากสัมผัสอุ่นร้อนที่ข้างแขน "ผมคงไม่มีเวลามาต่อกรกับคนไม่มีมารยาท... เชิญคุณปกรณ์ดื่มให้สนุกตามสบายเถอะครับ" พูดจบ ร่างสูงก็ก้าวเดินออกไปโดยมีพิมพ์พายก้าวตามเคียงข้าง แรงกดดันที่ถาโถมเมื่อครู่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ทิ้งให้ปกรณ์ยืนกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ มองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ที่หายลับไปจากมุมห้อง เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยจอแจภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว แสงไฟสีส้มอมเหลืองขับเน้นให้บรรยากาศดูเย้ายวนและเต็มไปด้วยการประชันโฉมของบรรดาเซเลบและนักธุรกิจชื่อดัง ทว่าทันทีที่ร่างของคินน์และพิมพ์พายก้าวเข้าสู่รัศมีสายตาของคนหมู่มาก ทุกการเคลื่อนไหวก็ตกเป็นเป้าสายตาในทันที พิมพ์พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ภายนอกเธอจะดูนิ่งสงบและเย่อหยิ่งเพียงใด แต่ลึกๆ แล้วฝ่ามือที่คล้องแขนแกร่งอยู่นั้นกลับชื้นไปด้วยเหงื่อ การตกเป็นเป้าสายตาของคนนับร้อยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ยิ่งตัวต้นเหตุที่เดินเคียงข้างเธอแผ่รังสีความเยือกเย็นออกมาด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนหายใจไม่ออก "เกร็งจนตัวแข็งหมดแล้วนะ ยัยตัวแสบ" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนจนพิมพ์พายต้องสะดุ้งสุดตัว หันไปมองค้อนคุดด้วยความหมั่นไส้ "ใครเกร็งกันคะท่านประธาน... ฉันแค่กำลังปรับตัวเข้ากับความเสแสร้งของสังคมไฮโซต่างหาก" พิมพ์พายกระซิบตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้น ทว่าริมฝีปากแทบไม่ได้ขยับ "ปล่อยแขนฉันได้แล้วมั้งคะ งานเลี้ยงก็เดินเข้ามาถึงกลางงานแล้ว" "หึ... คิดว่าผมอยากจะยืนใกล้คุณนักหรือไง" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ทว่าท่อนแขนแกร่งกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ยอมปล่อยให้เธอถอยห่างออกไปแม้แต่นเซนติเมตรเดียว "อย่าลืมสิว่าเมื่อครู่ใครเป็นคนเสนอตัวเข้ามาคล้องแขนผมเอง ถ้าตอนนี้คุณเดินหนีออกไป มีหวังได้ตกเป็นขี้ปากของตาปกรณ์นั่นแน่" พิมพ์พายกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าสูทเข้ามา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความสะอาดสะอ้านจากตัวคินน์กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะกระเจิง เคมีที่ถูกจุดติดขึ้นโดยบังคับนี้มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้ว ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินผ่านกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ เสียงปรบมือแปะๆ พร้อมกับเสียงทักทายจากประธานกรรมการอาวุโสก็ดังขึ้นดึงความสนใจของพวกเขาทั้งคู่ไว้ "โอ้โห ท่านประธานคินน์... วันนี้ควงสาวสวยที่ไหนมาร่วมงานด้วยล่ะครับเนี่ย หน้าตาดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ" น้ำเสียงกลั้วหัวเราะของผู้บริหารอาวุโสทำให้สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่พิมพ์พายทันที พิมพ์พายรีบปรับสีหน้าให้เป็นทางการ รอยยิ้มหวานหยดถูกยกขึ้นประดับบนใบหน้าอย่างมืออาชีพ ราวกับเธอคือนักธุรกิจสาวผู้ช่ำชองในเกมสังคม ไม่ใช่แค่นักศึกษาฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาเหยียบองค์กรนี้ได้ไม่นาน "สวัสดีค่ะท่านประธาน... ดิฉันพิมพ์พาย เป็นหัวหน้าทีมประสานงานโปรเจกต์ใหม่ของท่านประธานคินน์ค่ะ" เธอแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงไพเราะและฉะฉาน ไร้ซึ่งความประหม่าให้เห็นแม้แต่น้อย คินน์เหลือบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวแวบหนึ่ง แววตาคมกริบฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่ปล่อยอิสระเปลี่ยนมาโอบกระชับรอบเอวบางของเธอไว้อย่างหลวมๆ ทว่ามั่นคง การกระทำที่สนิทสนมเกินกว่าคำว่า 'เจ้านายและลูกน้อง' ทำให้เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะ "อ๋อ... พิมพ์พายคนเก่งที่พูดถึงกันหนาหูนี่เอง สมชื่อจริงๆ ครับท่านคินน์ ตาถึงจริงๆ นะเนี่ยที่เลือกคนนี้มาคุมโปรเจกต์สำคัญ" ผู้บริหารอาวุโสเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "ครับ... เธอเก่งมาก จนบางครั้งก็เก่งเกินกว่าที่ผมจะควบคุมไหวเหมือนกัน" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับมองสบเข้ากับดวงตากลมโตของพิมพ์พายที่เงยขึ้นมองเขาพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันท่ามกลางเสียงจอแจรอบตัว พิมพ์พายรู้สึกเหมือนหัวใจกระโดดลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการเขินอับอาย ทว่ามือหนาที่โอบเอวเธออยู่กลับบีบกระชับแน่นขึ้น ราวกับต้องการเตือนสติให้อยู่ในเกม "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะท่าน..." พิมพ์พายฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวไปหยิบเครื่องดื่มก่อนนะคะ" เธอกระซิบลาเสียงเบา ก่อนจะใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจเรื่องอื่น ดึงดันพาตัวเองผละออกจากวงสนทนา โดยมีคินน์ก้าวเดินตามติดมาไม่ห่าง ราวกับเงาตามตัว ทั้งคู่เดินเลี่ยงมายังมุมอับสายตาบริเวณระเบียงกระจกด้านนอกของห้องจัดเลี้ยง แสงไฟสีนวลจากสวนหย่อมด้านล่างสาดส่องขึ้นมาพอให้มองเห็นเงาตะคุ่มของกันและกัน ความเงียบสงบที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายในทำให้เสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองเพลดังชัดเจนขึ้นมาในโสตประสาท พิมพ์พายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง "คุณทำเกินไปแล้วนะคินน์ ใครใช้ให้คุณมาโอบเอวฉันต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนั้นเล่า!" คินน์ยืนกอดอกพิงผนังกระจก ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "ก็สถานการณ์มันบังคับไม่ใช่หรือไงครับ... หรือคุณชอบให้ตาปกรณ์มันเอาเรื่องที่เราแอบไปสืบข้อมูลมาแฉกลางห้องประชุมล่ะ" "แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องแนบชิดขนาดนั้นนี่คะ!" พิมพ์พายเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง "คุณฉวยโอกาสชัดๆ!" "ฉวยโอกาส?" คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวทีละน้อย บีบพื้นที่จำกัดให้พิมพ์พายต้องถอยหลังจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับกระจกใสไร้ทางหนี "ถ้าผมจะฉวยโอกาสจริงๆ มันมากกว่าแค่โอบเอวแน่ๆ ครับ... ยัยตัวแสบ" พิมพ์พายกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเงาร่างสูงใหญ่โน้มลงมาครอบ องศาใบหน้าอยู่ห่างกันแค่คืบ กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขายิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะต่อปากต่อคำเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก ทว่าจังหวะที่ริมฝีปากอ้าออกจะเถียงนั้นเอง-- *กริ๊ก!* เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูระเบียงอีกฝั่งที่ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ "ท่านประธานครับ... ทางผู้บริหารใหญ่เรียกประชุมด่วนเรื่องเอกสารโปรเจกต์... อ้าว ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัว..." ร่างของเลขาหนุ่มคนสนิทชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเจ้านายของตนกำลังยืนคร่อมร่างของพนักงานสาวชิดติดกระจกในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะอธิบาย บรรยากาศรอบตัวหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที คินน์ชะงัก ใบหน้าคมคายผละออกจากซอกคอระหงอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันรากับจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดแก้สถานการณ์ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบเผยให้เห็นชื่อผู้ส่งที่ทำให้ลมหายใจของคินน์สะดุดกึกทันทีที่ได้เห็น -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนระทึกในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%