แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพเงาของพิมพ์พายในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคม and โต๊ะทำงานส่องกระทบสันสันแฟ้มที่มีตราประทับลับสุดยอดของบริษัทเค-เอสเตท โครงการก่อสร้างเมื่อสิบปีก่อน พิมพ์พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทวราบของปลายนิ้ว เธอลอบเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของคินน์ยามที่เขาติดประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารชั้นบน ความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้เกิดจากความสอดรู้สอดเห็น แต่มันคือสัญชาตญาณที่ร่ำร้องว่าปมความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของชายหนุ่ม มีรากเหง้าฝังลึกอยู่ในเอกสารหน้าหนาเหล่านี้
"หึ ซ่อนเก่งนักนะคุณชาย..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบ ขณะที่ดวงตากลมโตไล่อ่านตัวอักษรบนกระดาษเอสี่ทีละบรรทัดอย่างรวดเร็ว
คินน์ไม่ได้เป็นเพียงทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พันล้านที่เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างที่คนครึ่งคลังเข้าใจ ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จอันหรูหรา กลับมีคราบน้ำตาและรอยเลือดของอุบัติเหตุปริศนาเมื่อสิบปีก่อน โรงแรมหรูริมทะเลที่เคยเป็นสมบัติชิ้นเอกของตระกูลวรากุลภัทรถูกไฟไหม้ปริศนา พ่อและแม่ของคินน์เสียชีวิตคาที่ในกองเพลิง เหลือเพียงเด็กชายวัยสิบขวบที่รอดชีวิตมาได้พร้อมกับแผลเป็นลึกที่แผ่นหลัง... และหัวใจที่ด้านชาไร้ความรู้สึก
พิมพ์พายพลิกหน้ากระดาษแผ่นต่อไป หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับกลองศึก เอกสารชิ้นนี้ระบุชื่อผู้ต้องสงสัยคนสุดท้ายก่อนคดีจะถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ—ชื่อนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นนามสกุลของคนใกล้ชิดในตระกูลที่นั่งบริหารงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับคินน์ในปัจจุบัน
นี่คือเหตุผลที่เขากลายเป็นคนหุ่นยนต์ไร้หัวใจ ปากร้าย และผลักไสทุกคนออกจากชีวิต เพราะโลกใบนี้สอนให้เขารู้ว่า "ความไว้วางใจ" คืออาวุธที่อันตรายที่สุด
"กำลังทำอะไรอยู่ครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง ทำเอาพิมพ์พายสะดุ้งสุดตัว แฟ้มเอกสารในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น
แสงไฟจากสมาร์ทโฟนในมือของคินน์ส่องกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้ไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องมองร่างบางนิ่งสนิท ทว่ารังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่ากลัว สายตาคู่นั้นกวาดมองเอกสารในมือของเธอสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดลงทีละน้อย
"ฉัน..." พิมพ์พายกลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับตื้อตันขึ้นมาดื้อๆ "ฉันแค่... หาปากกาตกลงไปใต้โต๊ะค่ะ... เอ๊ย... ครับ!"
เผลอหลุดคำเดิมออกมาเพราะความลนลาน คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันใดๆ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ปากกาตกอยู่ใต้โต๊ะ แต่สิ่งที่เธอถืออยู่ในมือ มันคือประวัติชีวิตอันแสนอัปยศของผมอย่างนั้นสินะครับ พิมพ์พาย"
คินน์หยุดยืนประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูกจนเธอแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน แววตาของชายหนุ่มไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
"คุณคินน์ ฟังฉันก่อน..." พิมพ์พายพยายามถอยหลังหนี แต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานจนไปไหนไม่ได้
"ผมเตือนคุณแล้วใช่ไหมครับ ว่าอย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของผม" คินน์ยื่นมือหนาขึ้นมาปัดแฟ้มเอกสารออกจากมือบางให้ร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งกักตัวเธอไว้กับโต๊ะทำงาน ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หลบหนีไปไหน สายตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากสั่นระริกของเธอนิ่งนาน "อยากรู้นักเหรอครับ ว่าผมผ่านนรกหมื่นขุมมาได้ยังไงถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้"
"ฉันไม่ได้อยากรู้อยากเห็นเรื่องของคุณนะ!" พิมพ์พายเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาจะสั่นพับๆ ด้วยความหวาดกลัวแต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ "ฉันแค่... แค่เป็นห่วงต่างหากเล่า!"
คำว่า "เป็นห่วง" หลุดลอดริมฝีปากออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด บรรยากาศภายในห้องที่คุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดพลันชะงักกึก คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นวบหนึ่งก่อนจะกลับมาแคบลงตามเดิม มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยัน
"ห่วงผม? คนอย่างพิมพ์พายเนี่ยนะจะห่วงคนอื่นเป็น" น้ำเสียงของเขาเจือแววประชดประชัน ทว่าหัวใจข้างซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากหญิงสาว
"ใช่! ฉันห่วงคุณ!" พิมพ์พายระเบิดอารมณ์ออกมาบ้างเมื่อถูกจี้ใจดำ "ฉันเห็นคุณทำตัวเย็นชาใส่คนอื่น ทำเป็นเก่ง ทำเป็นเข้มแข็ง แต่แท้จริงแล้วคุณก็แค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ติดอยู่ในกองไฟวันนั้นไม่ใช่หรือไงคะ! อื้อ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมาปิดเรียวปากของเธออย่างอุกอาจ ไร้ซึ่งความนุ่มนวล ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหา อัดแน่นด้วยความอึดอัดที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนานนับสิบปี คินน์บดขยี้เรียวปากเธอบางเบาแต่หนักหน่วง ราวกับต้องการระบายความเจ็บปวดทั้งหมดผ่านรสจูบนี้ พิมพ์พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดกลับไม่ระคายเคืองชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
เนิ่นนานกว่าที่คินน์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่รดรินรดกันในความมืด ดวงตาสีนิลของชายหนุ่มลẫกซึ้งและมืดมนเกินกว่าจะคาดเดา
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีในสิ่งที่ผมต้องเจอ..." คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียน "เพราะถ้าคุณยังไม่หยุดขุดคุ้ยเรื่องนี้... ผมอาจจะทำมากกว่าจูบเมื่อครู่ โดยที่ผมรับรองไม่ได้ว่าคุณจะรับไหวไหม"
พิมพ์พายเม้มริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกรังแก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เคมีระหว่างเขากับเธอมันร้อนแรงเกินกว่าจะควบคุมได้แล้วในจุดนี้
ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาทำลายความเงียบงัน เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต
"คุณคินน์คะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานโปรด的项目..."
ร่างชดช้อยของเลขาฯ สาวคนสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง พร้อมกับใบหน้าซีดเผือกที่เอ่ยประโยคพลิกผันสถานการณ์ให้ดิ่งเหวในพริบตา "คนของเรา... เจอหลักฐานชิ้นใหม่ในกองเพลิงเก่าที่เพิ่งถูกขุดพบเมื่อคร่าวนี้ และ... และดูเหมือนว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของคุณพ่อคุณ จะไม่ใช่คนนอกตระกูลอย่างที่เราคิดครับ/ค่ะ!"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันมืดดำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 10
ความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!