"หลบไป!"
เสียงคำรามต่ำทุบทำลายความเงียบงันในร้านหนังสือเก่าครึ้มลงทันที พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่พุ่งทะยานเข้ามาอย่างดิบเถื่อน กลิ่นอายอันตรายลอยคละคลุ้งมากับฝุ่นละอองในอากาศ ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่ยังไม่ทันตั้งตัว คินน์ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวเข้าประชิดตัวพิมพ์พายตามสัญชาตญาณการปกป้อง มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วกระชากให้หลบมาอยู่ด้านหลังของแผ่นหลังกว้างทันที
ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดที่ผ่านการตีซ้ำจนแกร่งกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสามด้วยความเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความกรุ่นโกรธที่ฉายชัดในหน่วยตา
"พวกแกเป็นใคร?" คินน์ถามเสียงลอดไรฟัน ร่างกายยืนหยัดบังร่างบางไว้มิดชิด ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่มีวันยอมให้สิ่งใดมารุกล้ำ
"ไม่ต้องรู้ว่าพวกกูเป็นใคร แค่ส่งตัวผู้หญิงข้างหลังแกมาซะ... แล้วทุกอย่างจะจบด้วยดี" หัวหน้าแก๊งชุดดำเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาหิวกระหายมองตรงมายังพิมพ์พายที่ซ่อนอยู่ด้านหลังพระเอก
พิมพ์พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นกลัว มือเรียวเผลอขยุ้มชายเสื้อสูทของคินน์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดกำลังไล่ล่าเธอถึงที่นี่แล้วหรือ?
"ฝันไปเถอะ" คินน์แค่นยิ้มหยัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนมองยังต้องผวา "ถ้าอยากได้ตัวเธอ... ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน"
สิ้นคำพูดนั้น การต่อสู้ก็ระเบิดขึ้นอย่างไร้ความปรานี ชายชุดดำพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน คินน์สบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะปล่อยหมัดฮุกขวาเข้าที่ใบหน้าของคนแรกอย่างแม่นยำและหนักหน่วง แรงปะทะทำให้ร่างนั้นเซถลาล้มฟาดกับชั้นหนังสือ เสียงกระดาษและสันปกหนังสือดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าอีกสองคนไม่ปล่อยให้ตั้งตัว มีดสั้นปลายแหลมวาววับถูกชักออกมาจากเอว
"คินน์! ระวังข้างหลัง!" พิมพ์พายหวีดร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชายชุดดำอีกคนเงื้อมือถือมีดพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังกว้าง
สัญชาตญาณความเร็วเหนือมนุษย์ทำให้คินน์หมุนตัวกลับไปรับมือทันเวลา มือหนาคว้าข้อมือของคนร้ายที่ถืออาวุธไว้แน่น บิดงอจนเกิดเสียงดังกรอบด้วยแรงมหาศาล ก่อนจะเตะตัดขาจนอีกฝ่ายล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความชุลมุนนั้นเอง ชายชุดดำคนแรกที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้พุ่งเข้ามาทางด้านหลังของพิมพ์พายที่ยืนอยู่ริมชั้นหนังสือลับตาคน
"กรี๊ด!"
พิมพ์พายหลบไม่พ้น ถูกกระชากแขนจนเซเข้าหา แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่วิ่งชนเข้ากับชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ลึกสุดของร้าน หนังสือสารานุกรมหนาเตอะนับร้อยเล่มสั่นสะเทือน ก่อนที่ชั้นไม้เก่าแก่จะทานน้ำหนักไม่ไหว... และพังครืนลงมา!
"พิมพ์พาย!"
คินน์พุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางไว้ด้วยความเร็วแสง ร่างสูงโอบกอดปกป้องเธอไว้แนบอก ก่อนจะล้มกลิ้งหลบกองหนังสือที่ถล่มลงมาทับถมกันอย่างเฉียดฉิว ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บดบังทัศนียภาพรอบด้านจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้งท่ามกลางซากหนังสือระเกะระกะ เสียงฝีเท้าด้านนอกที่ถอยร่นหนีไปเพราะเสียงโกลาหลบ่งบอกว่าพวกมันถอนกำลังออกไปแล้ว แต่ภายในมุมอับสายตานี้ หัวใจของคนทั้งสองกลับเต้นระรัวยิ่งกว่าเสียงกลองศึก
คินน์ยันกายขึ้นด้วยมือข้างหนึ่งเพื่อสำรวจความปลอดภัย ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้นรดรินอยู่เหนือใบหน้าของหญิงสาว พิมพ์พายเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่าเวลานี้... ร่างของเธอนอนราบอยู่บนพื้นโดยมีร่างหนาของคินน์คร่อมทับไว้ทั้งหมด แขนแกร่งข้างหนึ่งค้ำยันพื้นไว้ข้างศีรษะของเธอเพื่อรับน้ำหนัก ส่วนมืออีกข้างยังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวคอดกิ่วอย่างแนบแน่น
ระยะห่างระหว่างใบหน้า... แทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน
ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มคมกริบที่มักจะเย็นชาเสมอในยามปกติ ทว่ายามนี้... กลับสะท้อนภาพเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน ประกายไฟบางอย่างระยบ1ในแววตาคู่นั้น มันร้อนแรง ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่คินน์พยายามเก็บกดมันมาตลอด
"เธอ... เจ็บตรงไหนไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอաբขึ้นเบาๆ แต่สั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้... แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดที่กำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาให้มอดไหม้
พิมพ์พายอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมด ความโกรธ ความกลัว และความตื่นตระหนกเมื่อครู่ มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงกลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นอายบุรุษเพศของคนที่อยู่เบื้องบน ที่กำลังทำให้หัวใจทรยศดวงนี้เต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
"ฉ...ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ" เธอเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปโดยไม่รู้ตัว เพราะสติสัมปชัญญะหลุดลอยไปไกลลิบ
คินน์มองริมฝีปากอิบอิ่มที่สั่นระริกนั้นอย่างเผลอไผล สติที่เคยควบคุมตัวเองได้ดีเยี่ยมพังทลายลงในพริบตา ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มเนียนนุ่มจนแทบจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นซ่าน ความเงียบงันรอบกายขับเน้นเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอกให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำอีกนิด ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่าง
"ถ้าไม่เป็นไร..." คินน์กระซิบเสียงพร่ามัว ชิดริมใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนทำเอาขนลุกซู่ "แล้วทำไม... หัวใจเธอถึงเต้นดังขนาดนี้ล่ะ หืม?"
พิมพ์พายสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อ ใบหน้าร้อนผ่าวรากับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายตามนิสัยปากจัด แต่วินาทีที่ริมฝีปากเรียวขยับเข้าใกล้ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาจนแทบจะแนบชิด...
*กริ๊ง!*
เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านดังขึ้นแหลมสูง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงซอกชั้นหนังสือที่พังทลาย
"คุณคินน์ครับ! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย—"
เสียงทุ้มของ 'กรณ์' เลขาคนสนิทที่พรวดพราดเข้ามาตามคำสั่งหยุดชะงักกึกทันที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า!
________________________________________
*(ขอบอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความฟินจิกหมอนนี้ด้วยกันนะครับ)*
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 9
เผลอใจในห้องสมุด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!