"ผมว่ากาแฟร้านนี้รสชาติใช้ได้เลยนะครับ แต่สู้รอยยิ้มของน้องพิมพ์พายไม่ได้สักนิด"
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปเอ่ยขึ้น พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมชนิดที่สามารถละลายน้ำแข็งขั้วโลกได้ให้แก่หญิงสาวหลังเคาน์เตอร์ พิมพ์พายฝืนยิ้มแห้ง เธอกำลังกะระยะถอยหลังอย่างเงียบๆ เมื่อลูกค้าหนุ่มกระפ่อนรายนี้เริ่มรุกคืบเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัวของเธอเกินความจำเป็น ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากหาข้ออ้างไล่แขกไม่ได้รับเชิญ เสียงเคาะโต๊ะกระจกดังปังสนั่นก็ตัดผ่านบรรยากาศหวานเลี่ยนนั้นทันที
ปัง!
"ขอโทษนะครับ... โต๊ะนี้มีเจ้าของแล้ว"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างถือวิสาสะ คินน์ยืนตระหง่านในชุดสูทสีเข้ม ไหล่กว้างบังร่างของพิมพ์พายไว้จนมิด เขากวาดสายตาคมกริบมองผู้บุกรุกหัวใจด้วยแววตาดุจคมดาบที่พร้อมจะเฉือนคู่สนทนาให้เป็นจุล
ชายหนุ่มคู่กรณีหน้าเจื่อนลงถนัดตาเมื่อเจอรัศมีอำมหิตพุ่งเข้าใส่ "เอ่อ... ผมนั่งอยู่คนียวนะครับ และโต๊ะนี่ก็ไม่มีป้ายจอง"
"ตอนนี้มีแล้ว..." คินน์สวนกลับทันควันโดยไม่เปิดช่องให้หายใจ ดวงตาคมปลาบจ้องเขม็ง "และต่อให้ไม่มี ผมก็ไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมายืนคุยเรี่ยราดในพื้นที่ทำกินของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่มารยาททราม... ไร้กาลเทศะ"
"นี่คุณ! พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ" ชายหนุ่มเริ่มหน้าแดงด้วยความโกรธ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายค้ำคอทำให้เขาถอยไม่ได้
"หมายความตามที่พูดครับ" คินน์โน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นกดดันด้วยส่วนสูงและแรงกดดันมหาศาล "ถ้าหูไม่หนวกจนเกินไป ก็น่าจะแปลไทยเป็นไทยได้... หรือต้องให้ผมแปลเป็นภาษาต่างประเทศให้คุณเข้าใจแจ่มแจ้งว่า ไสหัวไปจากตรงนี้ซะ!"
พิมพ์พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็น ปกติแล้วคินน์คือสุภาพบุรุษผู้ถือตัวและรักษาระยะห่างกับทุกคนบนโลกใบนี้ แต่วินาทีนี้... ผู้ชายคนนี้กำลังแสดงอาการ 'หึงหวง' ออกมาอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น
ลูกค้าหนุ่มคนนั้นกัดฟันกรอด มองหน้าคินน์สลับกับพิมพ์พายที่ยืนหน้าเหวออยู่ด้านหลัง ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทកเท้าออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ปิดกระแทกตามหลังดังสนั่น
กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านเงียบลง เหลือเพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ภายในร้านกาแฟ
คินน์ยังคงยืนนิ่งในท่าเดิม แผ่นหลังกว้างยังไม่ยอมขยับเขยื้อน พิมพ์พายแอบถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งระอา
"คุณคินน์นี่ว่างมากเหรอครับ ถึงได้มาเดินตรวจงานถึงร้านกาแฟเล็กๆ แถวนี้ แถมยังชอบหาเรื่องไล่ลูกค้าให้อีก"
คินน์ค่อยๆ หันกลับมา ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวด้วยแววตาที่ยังไม่คลายความขุ่นมัว มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันอย่างเยือกเย็น
"ถ้าผมไม่มา... คุณคงยอมยืนให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นแทะโลมจนน้ำลายไหลคาเคาน์เตอร์ไปแล้วกระมังครับ"
"พูดจาเกินไปใหญ่แล้วนะคะ... เอ๊ย! หมายถึง เกินไปใหญ่แล้วครับ!" พิมพ์พายเกือบหลุดปากเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความขัดใจที่เผลอแสดงพิรุธต่อหน้าเขา "ฉัน... ผมแค่บริการลูกค้าตามมารยาท ไม่ได้อ่อยใครสักหน่อย"
"มารยาทเหรอ?" คินน์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละก้าว พิมพ์พายผงะถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ด้านหลัง เส้นทางหนีถูกปิดตายโดยสมบูรณ์เมื่อร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำยันเคาน์เตอร์ไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย "ส่งยิ้มหวานหยด ยืนฟังมันหยอดคำหวานจนตาเยิ้ม... แบบนี้เขาเรียกว่ามารยาทรึไงครับ พิมพ์พาย"
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคินน์โชยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจของพิมพ์พายเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร คู่นั้นกำลังสะท้อนภาพเงาของเธออยู่เพียงผู้เดียว
"ถอยไปเลยนะ... คุณจะมาทำรุ่มร่ามแบบนี้ไม่ได้" พิมพ์พายพยายามรวบรวมสติ ดันแผงอกกว้างของเขาออกห่าง แต่ทว่าร่างกายของคินน์กลับแข็งแกร่งราولหินผา ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย
"ทำไมจะไม่ได้..." คินน์กระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "ในเมื่อคุณทำให้ผมหงุดหงิดจนแทบคลั่ง คุณก็ต้องรับผิดชอบด้วยการฟังผมบ่นให้สาสม"
"คุณหงุดหงิดเรื่องอะไรเล่า ฉันจะคุยกับใครมันก็สิทธิ์ของฉัน..."
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความดุดัน "จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะครับพิมพ์พาย ว่าคุณไม่มีสิทธิ์ไปยิ้มเรี่ยราดให้ไอ้หน้าตัวผู้ที่ไหนทั้งนั้น นอกเสียจาก..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะไว้แค่นั้น ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับแก้มเนียนนุ่มของหญิงสาวอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินขอบเขตทำให้พิมพ์พายแทบหยุดหายใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยต่อประโยคให้จบลงอย่างอุกอาจ
"...นอกเสียจากว่ารอยยิ้มนั้น จะมีไว้ให้ผมคนเดียวเท่านั้น"
ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าของพิมพ์พายจนร้อนผ่าว เธ้ารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นอย่างกะทันหัน หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่พุ่งชนกันอย่างรุนแรงนี้ทำให้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นรัวระคนสับสน ทันใดนั้นเอง เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
กริ๊ง...
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขายืดตัวถอยห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ พิมพ์พายพลอยหายใจโล่งอก รีบกอบโกยออกซิเจนเข้าปอดเฮือกใหญ่ ทว่าเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่สายตาคมกริบกวาดมองข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม
ดวงตาสีดำสนิทเงาขึ้นสะท้อนความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน คินน์ชะงักค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพิมพ์พายด้วยแววตาที่แปลกประหลาด
"มีอะไรเหรอคะ..." พิมพ์พายเผลอหลุดปากถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างผิดหูผิดตา
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกร้าน พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 8
ใครบางคนแอบหวง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!