คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 7

ไอร้อนในรถคันหรู

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
ความมืดภายในห้องโดยสารของรถยุโรปคันหรูอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจาง ผสมผสานกับความเงียบงันที่หนักอึ้งจนแทบจะได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ “ทีนี้...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมฝีปากของเธอในความมืด “จะยอมลงไปเก็บกระเป๋าดีๆ... หรือจะให้ฉันช่วยรื้อเองตรงนี้?” พิมพ์พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้มทำให้สติที่เคยกระเจิงไปชั่วขณะเริ่มดึงกลับมาทีละน้อย ใบหน้าของคินน์อยู่ใกล้เสียจนเธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาคู่คมที่ดุดันและเต็มไปด้วยความท้าทาย ร่างบางพยายามขยับถอยหนีจนแผ่นหลังชนกับประตูรถฝั่งตรงข้าม แต่มือหนาของเขากลับทาบลงบนเบาะหนังเพื่อกักขังพื้นที่ไว้ ไม่ยอมให้เธอดิ้นหนีไปไหนได้ง่ายๆ “คุณคินน์... ถอยไปหน่อยค่ะ... เออ ถอยไปนะครับ!” พิมพ์พายเผลอหลุดปากคำเดิมเกือบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้าถือคติเคร่งครัดเรื่องสรรพนาม “คุณจะมาใช้วิธีนักเลงแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันเป็นผู้หญิงนะ!” “ผู้หญิงที่ปากเก่งจนน่าจับฟาดก้นสักทีเหรอ?” คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววตื่นตระหนก ไล่ลงมายังริมฝีปากสีพีชที่เม้มเข้าหากันแน่น “ลงไปเก็บกระเป๋าซะพิมพ์พาย ฉันให้เวลาสามนาที ถ้าหมดเวลา... ฉันจะถือว่าเธออนุญาตให้ฉันรื้อกระเป๋าเธอเองจริงๆ และบอกไว้ก่อนว่า ของข้างในอาจจะไม่เหลือสภาพเดิม” “คุณมัน... คนเผด็จการ! จอมบงการ!” พิมพ์พายกัดฟันกรอดด้วยความโมโห มือเรียวเอื้อมไปผลักไหล่กว้างของเขาเต็มแรง แต่คนตัวโตกลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินแกรนิตที่ผ่านการหล่อหลอมมาอย่างดี ไม่มีทีท่าว่าจะสะท้านแม้แต่น้อย “ขอบใจที่ชม” คินน์ตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่หนายักขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยี่หล่า ก่อนจะผละตัวออกห่างช้าๆ เพื่อเปิดทางให้เธอได้หายใจสะดวกขึ้น “เวลาเริ่มเดินแล้วครับคุณนักศึกษาหัวกะทิ” ทันทีที่แรงกดดันหายไป พิมพ์พายก็รีบผลักประตูรถเปิดออกแล้วก้าวลงไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกด้วยความหงุดหงิด เธอกระแทកเสียงฮึดฮัดใส่รถคันหรู ก่อนจะก้มลงไปลากกระเป๋าเดินทางใบโตของตัวเองขึ้นมาจากพื้นด้วยความทุลักทุเล ดวงหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเหนื่อยและอารมณ์โกรธที่ยังคุกรุ่นอยู่ในอก คินน์นั่งมองผ่านกระจกฟิล์มดำด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยและท่าทีเย็นชาที่เขาสวมใส่ไว้เป็นเกราะกำบัง หัวใจข้างในกลับเต้นรัวผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นท่าทางดื้อรั้นแต่เปราะบางของหญิงสาวคนนี้ ผู้หญิงอะไร... ดื้อรั้นเป็นพายุฝน แต่กลับมีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบในใจเขาได้อย่างน่าประหลาด ครู่ใหญ่ต่อมา พิมพ์พายก็ลากกระเป๋ามาหยุดยืนอยู่ข้างประตูรั้วบ้านพักรับรองของเขา ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นอย่างไว้ศักดิ์ศรี แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายอยู่ตามไรผมเนื่องจากความเหนื่อยก็ตาม คินน์ลดกระจกฝั่งคนขับลงครึ่งหนึ่ง สายตาสุดเยียบเย็นมองสำรวจสภาพของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “สภาพดูไม่จืดเลยนะ” “ถ้ามีน้ำใจช่วยลงมาช่วยถือสักนิด คงไม่ปากจัดแซะคนอื่นแบบนี้หรอกค่ะ... เอ้ย! ครับ!” พิมพ์พายเกือบหลุดคำพูดที่เคยชินอีกรอบจนต้องรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้คนบนรถ “ปากเก่งแบบนี้ แรงน่าจะเหลือเฟือ เชิญจัดกระเป๋าเข้าห้องให้เรียบร้อย แล้วลงมาเคลียร์เรื่องกฎระเบียบการอยู่ร่วมกันภายในสิบนาที” คินน์สั่งเสียงเรียบก่อนจะกดปิดกระจกแล้วขับรถเคลื่อนตัวไปจอดที่โรงรถอย่างไม่สนใจใยดี พิมพ์พายกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร น่าหยิกให้เนื้อเขียวจริงๆ!” แม้จะบ่นพึมพำด้วยความเคืองแค้น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจลากกระเป๋าใบโตเข้ามาในตัวบ้านพักรับรองที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราทันสมัย บรรยากาศภายในบ้านเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ กลิ่นอายความเป็นระเบียบเรียบร้อยสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านได้อย่างชัดเจน ทุกอย่างถูกจัดวางเข้าที่เข้าทางราวกับอยู่ในพิพิธภัณฑ์ พิมพ์พายใช้เวลาไม่นานในการจัดการสัมภาระส่วนตัวเข้าตู้เสื้อผ้า ก่อนจะเดินลงมายังชั้นล่างตามคำสั่งของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์จอมเผด็จการ เมื่อเดินมาถึงห้องนั่งเล่น เธอก็เห็นคินน์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม มือหนากำลังจิบกาแฟดำจากแก้วเซรามิกช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือโดยไม่ชายตาแลเธอเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศรอบตัวเขานิ่งสนิทและเต็มไปด้วยความกดดัน “ช้าไปสิบวินาที” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะคะที่จะได้เป๊ะทุกวินาที!” พิมพ์พายทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอีกฝั่งอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับกอดอกมองหน้าเขาตรงๆ “ไหนล่ะคะกฎระเบียบของคุณ ว่ามาเลย ฉันจะได้รีบฟังแล้วรีบแยกย้าย ต่างคนต่างอยู่” คินน์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ดวงตาคมกริบเงยขึ้นสบตากับเธอ นิ่งนานราวกับกำลังประเมินราคาความพยศในตัวของหญิงสาว “ข้อแรก...” คินน์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ห้ามยุ่มย่ามกับพื้นที่ส่วนตัวของฉันเด็ดขาด ชั้นสองฝั่งซีกขวาคือเขตห้ามเข้า” “รู้แล้วน่า ฉันไม่ได้อยากไปเหยียบแถวนั้นนักหรอ” พิมพ์พายสวนกลับทันควัน “ข้อสอง...” คินน์ทำเป็นหูทวนลมกับคำพูดขัดคอ “ห้ามพาคนนอกเข้ามาในบ้านหลังนี้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงหรือ... ผู้ชายคนไหนก็ตาม” คำว่า ‘ผู้ชายคนไหนก็ตาม’ ถูกเน้นเสียงหนักหน่วงเป็นพิเศษ พร้อมกับนัยน์ตาคมที่หรี่ลงเล็กน้อยอย่างมีความหมายซ่อนเร้น พิมพ์พายชะงักไปนิดเมื่อเห็นประกายความหึงหวงเจืออยู่ในแววตานั้น แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเชิดหน้าขึ้น “ทำไมคะ กลัวฉันพาผู้ชายมาปาร์ตี้จนบ้านพังหรือไง” “ฉันกลัวบ้านรกมากกว่า” คินน์ตอบหน้าตาย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนแกร่งท้าวศอกลงบนเข่า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ “และข้อสาม... ข้อนี้สำคัญที่สุด” “อะไรอีกคะ?” พิมพ์พายเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่มุมปากของเขา คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างรวดเร็ว จนพิมพ์พายต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าพนักโซฟาไว้ทั้งสองข้าง กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้ง ไอร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มใส ทำให้หัวใจของพิมพ์พายเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก “คุณ... คุณจะทำอะไรอีกเนี่ย ถอยไปนะ!” เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจเหลือเกิน “ข้อสามคือ...” คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาจนขนลุกซู่ “ห้ามทำตัวน่ารัก... เวลาที่อยู่ใกล้ฉัน” พิมพ์พายเบิกตากว้าง หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขาโดยอัตโนมัติ “ฉัน... ฉันไปทำตัวน่ารักตอนไหนวะคะ! เอ้ย! ครับ!” ดวงตาคมกริบของคินน์พินิจพิเคราะห์ใบพุกแดงก่ำที่กำลังตื่นตระหนกของเธอ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเผลอไผล ทว่า— *กริ๊งงงงง!* เสียงกริ่งหน้าบ้านดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูอมความอึดอัดนั้นลงอย่างไม่ไว้หน้า คินน์ชะงักมือที่กำลังจะแตะโดนผิวแก้มของเธอ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขัดจังหวะสำคัญ พิมพ์พายรีบฉวยโอกาสนั้นผลักอกเขาออกเต็มแรงแล้วลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “มีคนมา... สงสัยจะเป็นพัสดุของฉันมั้งคะ” เธอพูดแก้เก้อแล้วทำท่าจะเดินหนีออกไป แต่คินน์กลับคว้าข้อมือเรียวเอาไว้แน่น แรงดึงทำให้เธอเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอีกครั้ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวงระวัง “ดึกป่านนี้... ใครจะมาส่งพัสดุ” คินน์เอ่ยเสียงต่ำ สีหน้าเคร่งขรึมลงถนัดตาเมื่อสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ชอบกล ก่อนที่พิมพ์พายจะได้อ้าปากเถียง ประตูหน้าบ้านพักรับรองก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่ตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน “พิมพ์พาย! อยู่ข้างในหรือเปล่าพี่มารับแล้วนะ!” คินน์ชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัดทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น ร่างสูงผละออกจากตัวหญิงสาวช้าๆ ก่อนจะหันไปมองร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง พิมพ์พายหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือนในยามวิกาลนี้ – แบล็กสมิธในตำนาน – *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ)*
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%