เสียงเครื่องจักรกลหนักแผดเสียงคำรามก้องสะท้านไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝุ่นปูนและกลิ่นอายความชื้นของแม่น้ำผสมผสานกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัด แต่ไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาของคนงานก่อสร้างนับร้อยชีวิตได้เท่ากับร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์เนมสั่งตัดพิเศษที่กำลังก้าวเดินอย่างมั่นคงอยู่บนพื้นดินโคลนเฉอะแฉะ
คินน์ไม่ได้สนใจว่าคราบฝุ่นสีขาวจะแปเปื้อนรองเท้าหนังราคาแพงนับแสนของเขา เขาสนใจเพียงแค่เป้าหมายเดียวที่ลูกน้องรายงานว่ากำลังยืนชี้นิ้วสั่งงานอยู่หน้ากองเหล็กเส้น
"บอกแล้วไงครับว่าตรงนี้ต้องเสริมคานรับน้ำหนักเพิ่มอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าวิศวกรหน้างานไม่เซ็นอนุมัติ ฉันนี่แหละจะเอาไมמהทุบหัวพวกคุณเอง!"
เสียงหวานใสที่ตวาดแว้ดๆ แฝงความดุดันแบบฉบับพิมพ์พายดังทะลุเสียงเครื่องจักร เธออยู่ในชุดเซฟตี้ เสื้อกั๊กสะท้อนแสงตัวโคร่ง สวมหมวกนิรภัยสีเหลืองที่แทบจะบังใบหน้าเรียวเล็กจนมิด แต่ต่อให้แต่งตัวมอมแมมแค่ไหน รัศมีของความแสบสันต์ก็ยังคงพุ่งกระฉูดจนคนมองต้องยอมสยบ
คินน์หยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอ ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทับร่างบางจนเจ้าตัวต้องขมวดคิ้วหันขวับมามองด้วยความหงุดหงิด
"ใครวะ... เดินมาเกะกะแถวนี้ ไม่เห็นหรือไงว่าเขากำลัง..."
คำพูดทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอทันทีที่ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมก్రిบของคนที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท คินน์ไม่ได้เอ่ยปากทักทาย เขากวาดสายตาสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ทำเอาพิมพ์พายรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟช็อตวิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง
"เก่งมากนี่ครับ... หนีหนี้หัวซุกหัวซุนมาได้ถึงสามจังหวัด แต่สุดท้ายก็เลือกซุกหัวอยู่ที่ไซต์งานของฉันเนี่ยนะ พิมพ์พาย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบแต่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางเสียงรอบข้าง พิมพ์พายสะดุ้งเฮือก รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่พื้นที่ต่างระดับทำให้ข้อเท้าพลิกจนเธอเซถลาเกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้นโคลน
หมับ!
ท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน แรงดึงกระชากทำให้ร่างของเธอลอยหวือเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ คินน์รวบตัวเธอเข้าหาชิดสนิทจนแทบไม่มีช่องว่าง อากาศรอบตัวเหมือนจะถูกสูบหายไปในเสี้ยววินาที
"ปล่อยฉันนะ! คนบ้า! นายตามมาทำไมเนี่ย!" พิมพ์พายดิ้นขลุกขลัก ใช้มือเล็กทุบเข้าที่ไหล่กว้างของเขาเต็มแรง แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะทำให้คนตัวโตสะเทือน
"ถ้าฉันไม่ตามมา เธอคงคิดจะหนีไปถึงดาวอังคารแล้วมั้งครับ" คินน์ก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำเอาเธนขนลุกซู่ "กล้ามากนะที่กล้าปั่นหัวฉัน ปิดมือถือหนี แล้วแอบมาสมัครเป็นโฟร์แมนฝึกหัดที่นี่ คิดว่าแปลงโฉมใส่หมวกกันน็อกแล้วฉันจะจำไม่ได้หรือไง"
"ฉันไม่ได้หนี! ฉันแค่มาหาเงินใช้หนี้!" เถียงเสียงแข็งทั้งที่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (และส่วนหนึ่งก็เพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป) "ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะคุณคินน์ คนงานมองกันหมดแล้ว!"
"ให้มองไปสิครับ ดีเสียอีก พวกเขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็น 'หนี้' อะไรฉันอยู่บ้าง"
คินน์ยักคิ้วกวนประสาท แววตาคมปลาบฉายแววเจ้าเล่ห์ที่พิมพ์พายไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่ได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเหมือนตอนที่รู้ว่าเธอหายตัวไป แต่ท่าทีสุขุม เย็นชาแบบเหนือกว่านี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด
ก่อนที่พิมพ์พายจะได้อ้าปากด่ากราดต่อ คินน์ก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ร่างสูงช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายท่ามกลางเสียงฮือฮาของบรรดาคนงานและวิศวกรที่ยืนอ้าปากค้างเป็นแถว
"กรี๊ด! คุณคินน์! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! บ้าไปแล้วหรือไง คนดูเป็นร้อยเลยนะ!" พิมพ์พายอับอายจนหน้าดำคร่ำเครียด มือไม้ทุบตีอกเขาไม่ยั้ง แต่คินน์กลับเดินดุ่มๆ พาเธอฝ่ากองดินและโครงสร้างเหล็กมุ่งตรงไปยังรถยนต์หรูหราที่จอดเทียบท่าอยู่โซนวีไอพีหน้าไซต์งาน
เขายัดร่างบางเข้าไปในเบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตามขึ้นมาล็อกประตูทุกด้านเพื่อไม่ให้มีทางหนี พิมพ์พายขยับถอยกรูดไปติดกระจกฝั่งตรงข้าม ส่งสายตาพิฆาตใส่คนที่กำลังโน้มตัวเข้ามาคาดเข็มขัดนิรภัยให้
"จะพาฉันไปไหน ห้ามกักขังหน่วงเหนี่ยวนะเว้ย ฉันแจ้งตำรวจได้นะ!"
คินน์ไม่ตอบ เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศในรถแคบๆ นี้ร้อนระอุขึ้นเป็นทวีคูณ สายตาคู่คมสำรวจใบเนียนที่เปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งในอก ทั้งอยากดุ อยากตี และ... อยากดึงเข้ามาสวมกอดให้หายคิดถึง
"แจ้งตำรวจเหรอครับ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว "ลองดูสิครับว่าตำรวจจะเชื่อข้อหาอะไร ระหว่างผม 'กักขังหน่วงเหนี่ยว' คุณ กับคุณ 'ฉ้อโกงทรัพย์สินและหัวใจ' ของผมไป"
หัวใจของพิมพ์พายกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนน่ากลัวเมื่อสบเข้ากับแววตาที่จริงจังเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดหยอกล้อ เธอพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหว
"ใครไปฉ้อโกงหัวใจนาย... พูดจาเพ้อเจ้ออะไรวะ ปล่อยฉันกลับไปทำงานได้แล้ว"
"งานของคุณที่ไซต์งานน่ะเหรอครับ... ลาออกไปซะ" คินน์พูดเสียงเรียบแต่เด็ดขาด "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป งานเดียวที่คุณต้องทำคือการเป็น 'ลูกหนี้พิเศษ' ที่คอยอยู่ชดใช้ความผิดให้ผมแต่เพียงผู้เดียวที่เพนต์เฮาส์"
"หา?! นายหมายความว่า..."
คินน์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้เถียง เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิดยิ่งขึ้นจนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับริมฝีปากอิ่มที่กำลังอ้าค้างด้วยความตกตะลึง ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส ขณะที่เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูด้วยถ้อยคำที่ทำเอาสติของพิมพ์พายกระเจิงไปไกล
"เตรียมตัวรับมือกับวิธีง้อของผมให้ดีก็แล้วกันครับ... ยัยตัวแสบ"
ทันใดนั้น เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับก็ดังขึ้นกะทันหัน "ก๊อกๆๆ!" คินน์ชะงักเล็กน้อยด้วยความขัดแย้ง ก่อนจะหันไปมองผ่านกระจกฟิล์มดำ และพบกับร่างของเลขาคนสนิทที่ยืนหน้าซีดเผือดถือแท็บเล็ตสั่นเทาอยู่ด้านนอก พร้อมกับปากที่ขยับเป็นคำพูดไร้เสียงว่า—
*“นายครับ! เจ้าหนี้กลุ่มใหญ่ของฝ่ายหญิงตามมาถึงไซต์งานแล้วครับ!”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" มาโดยตลอดนะครับ
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 35
โบ้เต็มตัว
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!