เอกสารบนโต๊ะทำงานกระจายเกลื่อนราวกับผ่านสนามรบ ทว่าความเสียหายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กระดาษพวกนั้น มันอยู่ที่ความจริงตรงหน้าที่ถูกตอกย้ำด้วยตัวอักษรและหลักฐานทางการเงิน คินน์นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แววตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กำลังสั่นไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำ
"คุณคินน์ครับ... ทุกอย่างตรวจสอบทวนซ้ำสามรอบแล้วครับ" เสียงเลขาหนุ่มเอ่ยด้วยความระมัดระวัง พร้อมกับวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ "เงินจำนวนสามล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีของมูลนิธิเด็กกำพร้าในชื่อของแม่พิมพ์พายจริงครับ และ... บัตรโดยสารเครื่องบินเที่ยวบินเดียวที่เดินทางไปต่างประเทศเมื่อคืนนี้ ก็มีการเช็คอินในชื่อของเธอด้วยครับ"
ไม่มีคำตอบรับจากชายหนุ่ม
คินน์หลับตาลงช้าๆ ภาพรอยยิ้มกวนประสาท แววตาดื้อรั้น และคำพูดเชือดเฉือนของพิมพ์พายยังคงวนเวียนชัดเจนในหัว ทุกอย่างเป็นภาพลวงตา... หรือพูดให้ถูกคือ เธอจงใจสร้างละครฉากใหญ่ขึ้นมาเพื่อหลอกเขา ตบตาเขา และเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย
เขานึกถึงคำพูดของเธอเมื่อวานนี้ — *'คนอย่างคุณคินน์น่ะเหรอ จะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด'* — มันไม่ใช่คำตัดพ้อ แต่มันคือคำอำลาที่แนบเนียนที่สุดต่างหาก
เธอใช้หนี้สินของครอบครัวเป็นข้ออ้าง ใช้ความเย่อหยิ่งของเขาเป็นเครื่องมือ และใช้ความรู้สึกที่เขาเริ่มก่อตัวขึ้นมาเป็นสะพานเพื่อก้าวข้ามปัญหาทั้งหมดไป... แล้วทิ้งให้เขาโง่งมอยู่คนเดียวในห้องทำงานกว้างๆ นี้
มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบอยากจะทำลายทุกอย่างรอบตัวให้แหลกคามือ แต่ลึก
ลงไปในอกข้างซ้าย กลับมีความเจ็บแปลบราวนถูกคมดาบกรีดแทง ความรู้สึกสูญเสียกำลังกัดกินหัวใจของคนที่ไม่เคยยอมแพ้ให้ราบคาบ
"ออกไปก่อน" น้ำเสียงแหบพร่าหลุดลอดไรฟัน
"แต่ว่าท่านประธานครับ..."
"ผมบอกให้ออกไป!" คินน์ตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำตวัดมองเลขาจนอีกฝ่ายต้องรีบถอยก้นขวิดออกจากห้องไปทันที
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง คินน์หยิบกรอบรูปใบน้อยบนโต๊ะขึ้นมา มันเป็นภาพเผลอๆ ที่เขาแอบถ่ายพิมพ์พายตอนเธอกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในห้องทำงานของเขา ปากนิดๆ ที่เบะออกอย่างขัดใจทำให้เธอดูมีชีวิตชีวาเหลือเกินในสายตาเขาตอนนั้น
"เธอเก่งมากนะพิมพ์พาย..." คินน์หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับร้อนผ่าว "หลอกให้ฉันตายใจ ทำให้ฉันคิดว่าตัวเองสำคัญ... แล้วก็เตะฉันตกหน้าผาได้อย่างสวยงาม"
เขาวางกรอบรูปลงคว่ำหน้าลงกับโต๊ะอย่างไม่ไยดี
เกมนี้เขาเป็นฝ่ายแพ้ แพ้อย่างหมดรูป แพ้เพราะความประมาท และแพ้เพราะหัวใจบ้าๆ ของตัวเองที่ดันไปพะวงกับผู้หญิงกะล่อนคนนั้น แต่นิสัยของคินน์ ทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองเป็นเหยื่อผู้โง่เขลาฝ่ายเดียวไปตลอดกาลหรอก
ในเมื่อเธอเลือกที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาก็จะพลิกแผ่นดินตามล่าตัวเธอกลับมาทวงถามคำอธิบายให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เธอฝากไว้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขาเอื้อมมือไปหยิบกุญแจรถบนโต๊ะเตรียมจะพุ่งออกไปตามล่าความจริง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"เข้ามา!" เขาตะคอกด้วยความหงุดหงิด
ประตูกระจกบานหรูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด หอบหายใจราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอน
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" บอดี้การ์ดละล่ำละลักพูด "คนที่สนามบินส่งข่าวมาด่วนที่สุด... คุณพิมพ์พายเธอไม่ได้ขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศครับ!"
คินน์ชะงัก ร่างกายที่กำลังจะลุกขึ้นแข็งค้างทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "ว่ายังไงนะ?"
"เธอ... เธอยังอยู่ในประเทศครับ และตอนนี้กำลังอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้างโครงการริมแม่น้ำของเราครับนาย!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันเสมอนะครับ
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 34
ความจริงที่เพิ่งกระจ่าง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!