"ถ้าคิดจะเอากระเป๋าแบรนด์เนมปลอมมาวางเกลื้อกกลอดบนพื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีบ้านผม กรุณาไสหัวออกไปทางประตูหน้าซะตอนนี้... พิมพ์พาย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความเย็นชาบาดลึกถึงขั้วหัวใจ คินน์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องโถงใหญ่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองกระเป๋าเดินทางใบยักษ์สองใบและกล่องกระดาษลังอีกสามใบที่กองอยู่กลางห้องด้วยความรังเกียจระคนดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"แบรนด์เนมปลอมอะไรกันคะคุณชายคินน์ ตาต่ำหรือว่าสมองเสื่อมกันแน่ ใบนี้ลิมิเต็ดอิดิชั่นรุ่นล่าสุดที่เพื่อนสนิทหิ้วตรงมาจากปารีสเชียวนะคะ อีกอย่าง... ฉันไม่ได้อยากจะมาเหยียบวิมานติดแอร์นี่นักหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาบ้าๆ ระหว่างคุณพ่อของเรา..."
พิมพ์พายตอกกลับทันควันโดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวรัศมีอันคุกคามของเจ้าบ้านแม้แต่น้อย เธอยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววพยศราวกับลูกแมวป่าที่พร้อมจะตะปบหน้าคนทุกคนที่เข้ามาล้ำEขต
บรรยากาศในโถงรับแขกขนาดใหญ่ของคฤหาสน์คินน์ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบง่ายกับกางเกงยีนส์เข้ารูปขับเน้นสัดส่วนสมส่วนให้ดูปราดเปรียว เธอยืนเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติระดับท็อปของประเทศอย่างไม่หลบสายตา
ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว หลังจากที่พิมพ์พายก้าวเท้าพ้นประตูรั้วเหล็กดัดอลังการเข้ามา เธอก็ต้องปะทะคารมกับเจ้าบ้านหนุ่มที่ยืนรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ เมื่อหญิงสาวอีกคน—คนที่คินน์ยืนคุยอยู่ด้วยก่อนหน้านี้—ก้าวเข้ามาแทรกกลางวงสนทนาด้วยรอยยิ้มหวานหยด
"อ้าว... พี่คินน์คะ ยืนทำอะไรกันอยู่หรือคะเนี่ย ทำไมบรรยากาศถึงได้ดู... น่าสนใจขนาดนี้ล่ะคะ?"
มินตรา ทายาทสาวตระกูลดังผู้หมายปองตำแหน่งนายหญิงแห่งคินน์กรุ๊ป เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงดัดจริตจนน่าหมั่นไส้ เธอปรายตามองพิมพ์พายหัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่บังอาจหลุดเข้ามาในอาณาจักรของชนชั้นสูง
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อเห็นมินตราเข้ามาจุ้นจ้านในเวลาที่ไม่เหมาะสม เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวพิมพ์พายที่ยืนถือวิสาสะวางกระเป๋าลงบนพื้นหินอ่อนราคาแพง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกของหญิงสาวจนเธอต้องผับลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ
"ฟังให้ดีนะพิมพ์พาย..." คินน์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนชิดกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของคนฟังกระตุกวูบ "นี่ไม่ใช่หอพักนักศึกษาที่คุณจะทำตัวตามสบายยังไงก็ได้ ที่นี่มีกฎ และถ้าคุณคิดจะอยู่ที่นี่ต่อ... คุณต้องทำตามกฎทุกข้ออย่างไร้ข้อแม้"
พูดจบ เจ้าตัวก็สะบัดมือเรียกแม่บ้านเฒ่าที่ยืนกุมมือรอคำสั่งอยู่มุมเสar "ป้าทิพย์ เอากระเป๋าพวกนี้ไปเก็บไว้ที่ห้องใต้หลังคา... เอ่อ ไม่สเอาห้องเก็บของริมสวนหลังบ้านนั่นแหละ เหมาะสมกับสถานะของเธอดี"
"เดี๋ยวค่ะ!" พิมพ์พายร้องเสียงหลง ดวงตาพาวเวอร์ฟูลลุกโชนด้วยโทสะ "ห้องเก็บของอะไรของคุณ ฉันเป็นคู่หมั้นคุณตามพินัยกรรมของคุณปู่ ไม่ใช่คนรับใช้ที่จะเอาไปโยนไว้ในที่อับชื้นแบบนั้น!"
"คู่หมั้น?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "ในทางกฎหมายผมอาจจะต้องจำยอมรับคุณเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่ในทางพฤติกรรม... คุณเป็นได้แค่ภาระที่ผมต้องกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุดเท่านั้นแหละ"
คำพูดเจ็บแสบพุ่งเข้าชนกลางใจ แต่มينพายไม่มีวันยอมเสียฟอร์มให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้เด็ดขาด เธอยกยิ้มมุมปากบ้าง แววตากลมโตฉายประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
"ภาระงั้นเหรอคะ? ระวังเถอะค่ะคุณชาย... ภาระที่คุณอยากกำจัดนักหนาคนนี้ อาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับไปตลอดชีวิตเลยก็ได้"
มินตราที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นอากาศธาตุ เธอรีบแทรกตัวเข้ามาเกาะแขนแกร่งของคินน์ทันที พร้อมกับส่งเสียงหวานเชื่อม "พี่คินน์คะ มินว่าผู้หญิงคนนี้ดูท่าทางจะไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่เลยนะคะ ให้มินช่วยจัดการเรื่องกฎระเบียบให้ไหมคะ รับรองว่า... จะอบรมให้สำนึกแทบไม่ทันเลยล่ะค่ะ"
พิมพ์พายหรี่ตามองมือที่เกาะแขนพระเอกอย่างหมั่นไส้ เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งคู่สะกิดความรู้สึกแปลกๆ ในใจเธอ แต่มันไม่ใช่ความหึงหวง... มันคือความรู้สึกอยากเอาชนะต่างหาก!
คินน์ชำเลืองมองมือของมินตราก่อนจะดึงแขนออกอย่างแนบเนียนโดยไม่ไว้หน้า ท่าทีนั้นไม่ได้รอดพ้นสายตาของพิมพ์พาย เธอแอบกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสะใจที่เห็นคุณชายผู้เย่อหยิ่งโดนหักหน้าทางอ้อม
"ไม่ต้องครับมินตรา... เรื่องนี้ผมจัดการเอง" คินน์หันกลับมาสบตาคมกริบกับพิมพ์พายอีกครั้ง "ตามผมมานี่... ผมจะพาไปดูห้องนอนของคุณ และ... กฎ 10 ข้อที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดฝ่าฝืน"
ร่างสูงหมุนตัวเดินนำลิ่วขึ้นบันไดวนสไตล์ยุโรปคลาสสิก พิมพ์พายกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ก่อนจะลากสังขารและสัมภาระตามขึ้นไปอย่างจำใจ ในขณะที่มินตรายืนมองตามหลังด้วยสายตาอาฆาตแค้นที่ถูกหมางเมิน
เมื่อก้าวขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของคฤหาสน์ คินน์หยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ที่ตั้งอยู่สุดทางเดินยาวเหยียด บรรยากาศแถบนี้เงียบสงบและดูโดดเดี่ยวราวกับถูกตัดขาดจากส่วนอื่นๆ ของบ้าน
มือหนาผลักประตูเปิดออก เผยให้เห็นห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและดำ ดูเคร่งขรึมและเย็นชาไม่ต่างจากเจ้าของห้อง หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่มองเห็นวิวสวนด้านล่าง แต่สิ่งที่ทำให้พิมพ์พายต้องเบิกตากว้างไม่ใช่ความหรูหรา หากแต่เป็น... เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่มีเพียงเตียงเดียวกลางห้อง!
"เดี๋ยวค่ะ!" พิมพ์พายร้องท้วงพร้อมกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ทำไมห้องนี้มีเตียงเดียว แล้วฉันต้องนอนห้องเดียวกับคุณเหรอคะคุณชาย?!"
คินน์หันกลับมามองด้วยสายตานิ่งเรียบ มุมปากหยักกระตุกยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาสันหลังของหญิงสาวเยือกเย็นลงทันตาเห็น
"อ่านกฎข้อที่หนึ่งให้ดีเสียก่อน... พิมพ์พาย" ชายหนุ่มยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่พิมพ์ข้อความไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมาตรงหน้าเธอ "และจำไว้ว่า... คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งสิ้นในบ้านหลังนี้"
พิมพ์พายแย่งกระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย กวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรกด้วยความตกตะลึงจนลมแทบจับ
**กฎข้อที่ 1: คู่หมั้นจำเป็นต้องนอนร่วมเตียงเดียวกัน เพื่อตบตาสื่อและผู้ใหญ่... ห้ามมีข้อแม้!**
ดวงตากลมโตเงาขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เธอยังไม่ทันได้อ้าปากเถียง คินน์ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่กดดันจนเธอต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิท ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของเธอเมื่อก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก
"ยินดีต้อนรับสู่หอคอยงาช้างของผม... ที่รัก"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรและหัวใจของตัวละครด้วยกันนะครับ
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 2
ย้ายเข้าหอคอยงาช้าง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!