เสียงปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงที่กำลังจรดลงบนกระดาษเอกสารแผ่นสุดท้ายดังเสียดแทงประสาทสัมผัส จนคนที่ยืนกอดอกอยู่ริมกระจกหน้าต่างต้องขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ... ว่าจะทิ้งทุกอย่างไว้ตรงนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบเย็นชา บัดนี้กลับเจือไปด้วยกระแสความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง คินน์ไม่ได้หันกลับมามองร่างบางที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาเลือกที่จะจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองบนกระจกใสเงาวับ ที่ฉายแววความพ่ายแพ้ลึกๆ อย่างน่าสมเพช
พิมพ์พายชะงักปลายปากกาเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านาย... และเป็นคนที่เธอจงใจหลบหน้ามาตลอดสัปดาห์
"ฉันมีเหตุผลของฉันค่ะ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง *มีเหตุผลของผม... เอ๊ย ของฉัน* โธ่เว้ย!" พิมพ์พายเผลอสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อลิ้นเจ้ากรรมดันพันกันในจังหวะสำคัญ เธอย่นจมูกใส่แผ่นหลังนั้นอย่างหมั่นไส้ "สรุปคือ ฉันตัดสินใจแล้วค่ะคุณคินน์ ใบลาออกจากโปรเจกต์ทั้งหมดถูกเซ็นเรียบร้อย และสัญญาฉบับใหม่กับทางครอบครัว... ก็กำลังจะถูกส่งไปถึงมือผู้ถือหุ้นใหญ่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว"
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ของคินน์หมุนกลับมาอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน ระยะห่างระหว่างกันถูกร่นระยะด้วยก้าวย่างอันทรงพลังเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนที่มือหนาจะกระชากเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูด้วยสายตาราวกับจะเผาให้เป็นจุล
"หมั้นหมาย? เดินทางไปต่างประเทศกับไอ้คุณชายตระกูลศิวะกรนั่น? คุณสมองกลับไปแล้วหรือไงพิมพ์พาย!" คินน์ก้มลงกดสายตาคมกริบดั่งใบมีดลงมาประจันหน้ากับเธอ ร่างของเขาย่อลงเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนพิมพ์พายต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ
"ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะคะ!" พิมพ์พายเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ใกล้แค่คืบ "นี่ชีวิตฉัน อนาคตฉัน ครอบครัวฉัน ฉันจะแต่งงานกับใคร จะไปตายดาบหน้าอยู่ที่ไหน มันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ... เจ้านายจอมเผด็จการ!"
"เจ้านาย?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความ
รื่นรมย์ "คุณคิดว่าความสัมพันธ์ของเรามันหยุดอยู่แค่คำว่าเจ้านายกับลูกน้องตั้งแต่เมื่อไหร่ หืมนักศึกษากะล่อน?"
นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นมาหมายจะเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตา แต่พิมพ์พายไวรัสเร็วกว่า เธอปัดมือนั้นออกทันทีพร้อมกับถอยเก้าอี้กรูดจนล้อเลื่อนส่งเสียงดังลั่นห้อง
"หยุดนะคะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉันแบบนี้นะ เราจบกันแค่นี้ดีที่สุดแล้ว คุณก็กลับไปบริหารอาณาจักรหมื่นล้านของคุณ ส่วนฉัน... ก็แค่กลับไปทำหน้าที่ลูกกตัญญูที่ต้องยอมแต่งงานเพื่อแลกกับความสงบสุขของครอบครัว มันแฟร์ดีออกไม่ใช่เหรอคะ?"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมกับความสั่นเครือเล็กๆ ที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน พิมพ์พายซ่อนมือทั้งสองข้างที่กำลังกำเข้าหากันแน่นไว้ใต้โต๊ะ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มสังเกตเห็นความอ่อนแอ
คินน์นิ่งเงียบไป ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงถนัดตา เขารู้ดี... รู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มกะล่อนและท่าทางปากดีของเธอนั้นแบกรับภาระอะไรไว้บ้าง แต่การที่เธอเลือกจะเดินจากไป ยอมก้มหัวให้กับการคลุมถุงชนโดยไม่ยอมปรึกษาเขาเลยสักคำ มันทำให้ความหยิ่งทะนงของผู้ชายที่ชื่อคินน์แทบแตกเป็นเสี่ยงๆ
"คุณกล้ามากนะพิมพ์พาย... กล้าท้าทายอำนาจของผม ทั้งที่รู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง"
น้ำเสียงของคินน์เปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นอันตราย เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง กลิ่นกายหรูหราเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนพิมพ์พายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฉันไม่ได้ท้าทาย ฉันแค่กำลังจะหนี... หนีให้พ้นจากผู้ชายปากร้าย ใจร้ายอย่างคุณยังไงล่ะคะ!" พิมพ์พายสวนกลับเสียงแข็ง รวบรวมเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะเข้าใส่แฟ้มอย่างลวกๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจขึ้นสะพายไหล่ "ทางสะดวกแล้ว เชิญคุณตามสบายในห้องทำงานส่วนตัวของคุณเถอะค่ะ ลาก่อน... และหวังว่าจะไม่ต้องเจอกันอีก"
เธอก้าวฉับๆ ไปที่ประตู แต่ยังไม่ทันที่มือเรียจะเอื้อมไปแตะลูกบิด ร่างสูงของคนที่ควรจะยืนอยู่หลังโต๊ะก็พุ่งเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน แผ่นหลังกว้างแนบชิดกับบานประตู ปิดตายเส้นทางหนีของเธออย่างสมบูรณ์
"ถอยไปนะ!" พิมพ์พายเงยหน้าขึ้นต่อunตา ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเมื่อพบว่าตอนนี้คินน์อยู่ใกล้เธอเสียจนหน้าผากเกือบจะชนกัน
"ผมบอกให้คุณไปตอนไหน?" คินน์กดเสียงต่ำ มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบลงบนบานประตู กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ "เอกสารลาออกบ้าบออะไรนั่น ผมยังไม่อนุมัติ"
"คุณไม่มีสิทธิ์! ฉันเป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราวในโปรเจกต์..."
"แต่คุณเป็นผู้หญิงคนเดียว... ที่กล้าปั่นป่วนหัวใจของคินน์คนนี้จนพังไม่เป็นท่า" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนพิมพ์พายต้องหลับตาปี๋ด้วยความหัวใจเต้นรำกระหน่ำ "คิดเหรอว่าแค่ใบลาออกกระดาษแผ่นเดียว จะทำให้ผมปล่อยคุณไปหาไอ้คู่หมั้นหน้าจืดนั่นได้ง่ายๆ หื้ม?"
หัวใจของพิมพ์พายกระตุกวูบ คำพูดและแววตาร้อนแรงที่พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้น ทำเอาสมองของเธอน็อกดาวน์ไปชั่วขณะ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างกันมันรุนแรงเสียจนต้านทานไม่ไหว แต่ทว่า...
ติ๊ด!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของพิมพ์พายดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดแต่ชวนใจสั่นลงอย่างไม่ถูกจังหวะ
พิมพ์พายฉวยโอกาสที่คินน์ชะงักไปเล็กน้อย เอี้ยวตัวหลุดจากการกัก
ขังแล้วควิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลก แต่ข้อความข้างในกลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ
*[ถึงเวลาที่คุณต้องตัดสินใจแล้วนะพิมพ์พาย ถ้าไม่อยากให้คลิปวิดีโอของแม่คุณหลุดออกไป พรุ่งนี้เช้าต้องขึ้นเครื่องบินไฟล์ทพิเศษตามสัญญา]*
มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ สีหน้าที่เคยดื้อรั้นและเต็มไปด้วยความท้าทายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้
คินน์ที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขายื่นมือออกไปหมายจะแย่งโทรศัพท์เครื่องนั้นมาดู แต่พิมพ์พายกลับเก็บมันใส่กระเป๋าแล้วถอยหลังกรูดด้วยแววตาดุจกวางน้อยที่ตื่นตระหนก
"อย่า... อย่าเข้ามา" เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ปล่อยฉันไปเถอะนะคะคุณคินน์ ถือว่า... ถือว่าฉันขอร้อง"
"พิมพ์พาย เป็นอะไร ใครส่งอะไรมาให้คุณดู!" คินน์ก้าวเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราด แต่ทว่า...
แกร็ก!
เสียงปลดล็อกกลอนประตูด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ผลักประตูเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวอย่างถือวิสาสะ
"อ้าว... น้องพิมพ์พาย ยังไม่เสร็จธุระอีกเหรอครับ? ไหนคุณลุงบอกว่าให้รีบไปสนามบินไงครับคนสวย" เสียงทุ้มของชายหนุ่มแปลกหน้าดังขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์พายโดยไม่เกรงใจสายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวของคินน์ที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เขาแม้แต่น้อย
คินน์หรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ส่วนพิมพ์พายได้แต่มองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นคู่หมั้นสลับกับใบหน้าถมึงทึงของคินน์ด้วยความรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ทางออก
...และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกปิดล็อกลงอีกครั้งจากด้านนอกโดยฝีมือของบอดี้การ์ดปริศนา พร้อมกับกุญแจที่ถูกโยนทิ้งลงบนพื้นเสียงดังสนั่น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ และเตรียมพบกับบทสรุปความสัมพันธ์ที่กำลังจะเดือดดาลยิ่งกว่าไฟในตอนหน้านะครับ
แบล็กสมิธในตำนาน
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 24
หนีออกจากบ้าน
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!