เสียงถอนหายใจครั้งที่สิบสองในรอบสี่นาทีดังขึ้น พร้อมกับนิ้วเรียวยาวที่เคาะลงบนพื้นโต๊ะทำงานกระจกใสอย่างหงุดหงิด คินน์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟตัวเลขโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายพันล้าน มันว่างเปล่า... ไม่ใช่เพราะตัวเลขขาดหาย แต่เพราะสมองของเขามันว่างเปล่าจนไม่อาจประมวลผลอะไรได้เลยตั้งแต่เมื่อวาน
"บ้าชิบ"
ชายหนุ่มสบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบทอดมองไปยังเก้าอี้ว่างเปล่าที่อยู่มุมห้อง—ตำแหน่งที่มักจะมีแฟ้มเอกสารจัดเรียงเป็นระเบียบ พร้อมกับเสียงบ่นกระปอดกระแปดยามที่พิมพ์พายต้องเข้ามาเคลียร์ตารางงานให้เขา แต่วันนี้... ไม่มีแม้แต่เงา ไม่มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ไม่มีแม้แต่กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กที่เคยลอยวนอยู่ในรัศมีรอบตัวเวลาเธอยืนใกล้
โลกทั้งใบของ ‘คุณชายคินน์’ ผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยแคร์ใคร กำลังรวนเรราวกับระบบไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสอย่างกะทันหัน
เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเป็นรอบที่ร้อย หน้าจอแสดงแชทล่าสุดที่เขาส่งไปเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน—*[กลับมาเคลียร์งานให้เสร็จเดี๋ยวนี้ นี่ไม่ใช่คำขอแต่มันคือคำสั่ง]*—แต่ไร้ซึ่งเครื่องหมายอ่าน และยิ่งไร้การตอบกลับใดๆ ทั้งสิ้น
ข้อความสั้นๆ แค่นั้นแหละที่ทำให้คนที่เคยควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความเงียบงันจากอีกฝ่ายมันน่ารำคาญ ยิ่งกว่าตอนที่เธอต่อปากต่อคำกับเขาเสียอีก
"หายหัวไปไหนของเธอนะ..." คินน์พึมพำกับความว่างเปล่า ขณะที่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานย้อนกลับมาในหัว คำพูดตัดพ้อแกมประชดประชันของพิมพ์พายยังคงก้องกังวานในโสตประสาท *'ถ้าฉันหายไปจริงๆ คุณคินน์คงดีใจสินะคะ จะได้ไม่ต้องมาคอยรำคาญสายตา'*
ตอนนั้นเขาก็แค่ฟอร์มจัด... ปากไวใจแข็งตามนิสัย ปล่อยให้เธอเดินหันหลังออกไปโดยไม่รั้งไว้สักนิด เพราะคิดว่ายัยตัวแสบนี่คงงอนสักพักเดี๋ยวก็กลับมา แต่ทว่าผ่านไปหนึ่งคืนเต็มๆ กลับไม่มีวี่แวว ความกระวนกระวายที่ถูกสะสมไว้ใต้ท่าทีเย็นชาเริ่มกัดกินหัวใจเขาจนแทบคลั่ง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่บานไม้สีเข้มจะเปิดออก เลขานุการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ารengเครียด ถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะเดินตรงมาที่โต๊ะ
"คุณคินน์ครับ เอกสารสัญญาโครงการริมน้ำ..."
"ยกเลิกไปก่อน" คินน์ตัดบทเสียงห้วน ดวงตาคมกวาดมองลูกน้องด้วยแววตาดุดันจนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือกลับ "ผมไม่ว่างเซ็นอะไรทั้งนั้นในช่วงนี้"
"แต่ว่า... ท่านประธานสั่งกำชับมาว่า..."
"ผมบอกว่ายกเลิก!" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวขึ้นเล็กน้อยจนห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน คินน์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่าน "ออกไปก่อน... ผมต้องการอยู่คนเดียว"
เลขานุการโค้งตัวรับคำแล้วรีบเดินถอยหลังออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้คินน์จมอยู่กับความฟุ้งซ่านของตัวเองอีกครั้ง
ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินไปที่กระจกใสบานใหญ่ยักษ์ที่มองลงไปเห็นวิวกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง รถราวิ่งขวักไขว่ ผู้คนเดินสวนกันไปมาบนทางเท้า ทว่าไม่มีใครมีความหมายเลยสักคน... ในหัวเขามีแต่ภาพใบหน้าหวานที่มักจะเชิดขึ้นอย่างถือดีทุกครั้งที่เถียงชนะเขา
ถ้าพิมพ์พายเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ... ถ้าเธอตัดสินใจตัดขาดเขาออกจากชีวิตไปตลอดกาลล่ะ?
ความคิดนั้นทำให้หัวใจของคินน์กระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลังจนรู้สึกชาหนึบ เขานี่มันโง่เง่าสิ้นดี... ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย แต่พอยัยตัวแสบหายไปจริงๆ โลกใบนี้กลับไร้ซึ่งสีสันและไร้ซึ่งความหมายโดยสิ้นเชิง
*โลกที่ไร้เธอ... มันก็แค่ห้องสี่เหลี่ยมมืดๆ ที่เต็มไปด้วยลมหายใจที่ไร้ชีวิตชีวาดีๆ นี่เอง*
โทรศัพท์มือถือในมือสั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน คินน์ก้มมองหน้าจอด้วยความหวังที่ริบหรี่ ชื่อของเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้น ชายหนุ่มไม่รอช้า กดรับสายทันทีด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนจนผิดวิสัย
"ฮัลโหล!"
*(สวัสดีครับคุณคินน์... คือผมโทรมาจากโรงพยาบาล...)* เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างลังเล *(พอดีเราพบชื่อของคุณในรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินของคนไข้... เจ้าของชื่อพิมพ์พายครับ เธอประสบอุบัติเหตุ...)*
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาที สติสัมปชัญญะของคินน์ขาดผึ่งลงตรงนั้น เสียงรอบตัวเงียบกริบราวกับสูญญากาศ นิ้วที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความตื่นตระหนกพุ่งทะยานถึงขีดสุดจนหัวใจแทบจะหลุดออกมานอกอก
ชายหนุ่มไม่รอฟังประโยคถัดไป เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้วพุ่งตัวออกจากห้องทำงานด้วยความเร็วสูงสุด โดยไม่สนใจเสียงเรียกของใครหน้าไหนอีกต่อไป
ประตูห้องทำงานเปิดผางออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงที่ยืนหอบหายใจรดต้นคอ... แต่ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าประตูไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า
พิมพ์พายยืนถือแฟ้มเอกสารด้วยสีหน้าเหวอสนิท ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายหนุ่มที่พุ่งชนเธอเกือบล้มลงไปกองกับพื้น มือเรียวเล็กที่ถือแก้วกาแฟสั่นน้อยๆ ด้วยความตกใจ
"คุณ... คุณคินน์ เป็นบ้าอะไรเนี่ย เดินชนฉันทำไมคะ!" เสียงใสเอ่ยต่อว่าตามสัญชาตญาณ โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าแววตาคู่คมที่กำลังจ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสคลอหน่วยและความคลุ้มคลั่งที่ระเบิดออกมามากแค่ไหน
คินน์ไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกชนเข้ากับอกแกร่ง อ้อมกอดที่กักขังแน่นหนาราวกับต้องการยืนยันว่าเธอยังคงมีตัวตนอยู่จริง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างขมับของหญิงสาวในขณะที่เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่ากระซิบข้างใบหู
"อย่าหายไปไหนอีก... ไม่อย่างนั้นผมอาจจะฆ่าตัวตายตามเธอจริงๆ ด้วยความประสาทกินนี่แหละ ยัยตัวแสบ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 25
โลกที่ไร้เธอ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!