"เธอคิดว่าความรู้สึกของเธอมันมีค่ามากนักหรือไง พิมพ์พาย... มันก็แค่เกมตื้นๆ ที่เด็กกะโปโลอย่างเธอใช้เรียกร้องความสนใจจากฉันเท่านั้นแหละ"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบถ้อยคำอบอุ่นในยามวิกาล บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบน้ำแข็งที่กรีดแทะลงบนหัวใจของคนฟังอย่างไร้ความปรานี
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงจนแทบติดลบ ไม่ใช่เพราะระบบปรับอากาศ แต่เป็นเพราะช่องว่างระหว่างคนทั้งสองที่ถ่างกว้างขึ้นในเสี้ยววินาที
พิมพ์พายยืนแข็งทื่อ ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกด
ข่มไว้ ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววท้าทายและรู้ทันโลกเสมอ บัดนี้กลับมีรื้นน้ำใสๆ เอ่อคลอแต่ไม่ยอมให้ไหลร่วงลงมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแอ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อดึงสติ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากอกข้างซ้ายมันรุนแรงเสียจนลมหายใจสะดุด
"คุณ... พูดว่าอะไรนะคินน์"
น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยความผิดหวังและรอยร้าวที่ยากจะประสาน พิมพ์พายหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ—เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มียแต่เยื่อใยที่ขาดผึ่งลงตรงหน้า "อ๋อ... ที่แท้คุณก็คิดแบบนี้มาตลอดสินะคะ คิดว่าสิ่งที่ฉันทำ ท่าทีที่ฉันแสดงออก ความห่วงใยที่คุณเคยได้รับ... มันเป็นแค่เกมตื้นๆ ของเด็กกะโปโลคนหนึ่งงั้นสิ"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น แววตาที่เคยสะท้อนภาพเขาด้วยความจริงใจและดื้อรั้น แต่วินาทีนี้มันกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ทายาทหนุ่มผู้เพียบพร้อมและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ความอีโก้ที่สูงลิ่วและนิสัยปากร้ายที่ติดตัวมาแต่เกิดกำลังผลักดันให้เขารักษาฟอร์มความเย็นชาเอาไว้ ทั้งที่ในใจลึกๆ เริ่มรู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาดเมื่อเห็นรอยยิ้มหยันบนเรียวปากบางนั้น
"ถ้าเธอรู้ตัวว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง ก็ควรหยุดทำตัวน่ารำคาญแบบนี้เสียที" คินน์ยังคงเลือกที่จะใช้คำพูดเชือดเฉือนเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "โลกนี้ไม่มีใครมานั่งใจดีกับใครฟรีๆ หรอกนะพิมพ์พาย ถ้าเธอหวังผลประโยชน์อะไรจากฉัน ก็พูดออกมาตรงๆ ดีกว่ามาเล่นละครตบตา"
"ผลประโยชน์งั้นเหรอ..." พิมพ์พายทวนคำ เสียงกระซิบนั้นเบาหวิวราวกับขนนกที่ปลิวตามลม แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึก
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เป็นครั้งสุดท้าย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป ความเสียใจถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่แผดเผาจนแววตาสั่นระริก
"ใช่สิ ฉันมันก็แค่เด็กผู้หญิงจนตรอกคนหนึ่งที่คุณเก็บมาเวทนา จะเอาปัญญาที่ไหนไปเทียบกับคุณชายตระกูลใหญ่โตอย่างคุณ คินน์... คุณพูดถูกแล้ว ความรู้สึกของฉันมันไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาคนอย่างคุณ และจำไว้เลยนะ... ต่อจากนี้ จะไม่มีความหวังดี หรือแม้แต่เงาหัวของเด็กกะโปโลคนนี้มารบกวนเวลาอันมีค่าของคุณอีกแน่นอน!"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์พายก็หันหลังกลับทันทีโดยไม่รอให้เขาได้เอ่ยอะไรต่อ ร่างบางก้าวฉับๆ ไปที่ประตู เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสะท้อนก้องในความเงียบราวกับเสียงประกาศิตแห่งการตัดขาด
"เดี๋ยว... พิมพ์พาย!"
คินน์เผลอขยับตัวตามโดยสัญชาตญาณ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ แต่ความหยิ่งทะนงและทิฐิที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างสูงทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังบางที่ผลักประตูเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย เสียงประตูปิดลงดัง *ปัง* สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ย้ำเตือนว่าเขาเพิ่งทำลายสะพานเชื่อมความรู้สึกด้วยมือของตัวเองลงไปเสียแล้ว
ความเงียบสงัดกลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง คินน์ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรู้สึกกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนต้องยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหัวเสีย
*บ้าเอ๊ย... พูดอะไรออกไปวะ!*
เขาสบถก้องในใจ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก ภาพดวงตากลมโตที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแต่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำราวกับถูกตีตราด้วยเหล็กแดง มันไม่ใช่ความสะใจที่ได้เอาชนะ แต่มันคือความหน่วงหนับที่กัดกินหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
ในขณะที่คินน์กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่กับความรู้สึกผิดและความดื้อรั้นของตัวเองที่ตีกันยุ่งเหยิง เสียงฝีเท้ากựกกับและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความวุ่นวายในสมอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"คุณคินน์ครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงร้อนรนของเลขาหนุ่มดังทะลุบานประตูเข้ามา ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต สีหน้าของเลขาฯ เผือดซีลและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะในยามอารมณ์ไม่ดี "มีเรื่องอะไร ถึงได้ทำหน้าตาตื่นขนาดนี้"
เลขาหนุ่มหอบหายใจถี่กระชั้น กวาดสายตามองเจ้านายหนุ่มด้วยแววตาหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคินน์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"คุณพิมพ์พายครับ... เธอเพิ่งยื่นใบลาออกจากโปรเจกต์ทั้งหมด และตอนนี้... เธอ10กำลังจะเซ็นสัญญาตระเตรียมเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศกับคู่หมั้นที่ทางครอบครัวจัดเตรียมไว้ให้แล้วครับ!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 23
คำพูดที่ทำร้ายใจ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!