"เป็นแฟนกับผมซะ... แล้วทุกปัญหาของคุณหลังจากนี้ ให้มันเป็นหน้าที่ของผมคนเดียวก็พอครับ"
คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าเจ้าของเสียงจะทิ้งระยะห่างไปนับก้าวเพื่อเว้นพื้นที่ส่วนตัวให้เธอได้หายใจ แต่บรรยากาศรอบกายกลับยังคงอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันจากความคาดหวัง คินน์ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องใบหน้าของพิมพ์พายราวกับจะอ่านความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัวของเธอ
พิมพ์พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องยากๆ ได้อย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์กะทันหัน เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดหวานหูเพียงชั่ววูบ ยิ่งคนพูดคือ 'คินน์' ทายาทอสังหาฯ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและระเบียบจัด ความน่าเชื่อถือกับความอันตรายมันก็ดันมีสัดส่วนเท่ากันพอดี
"คุณพูดอะไรออกมา... รู้ตัวหรือเปล่าเนี่ย" พิมพ์พายเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมสติไม่ให้เสียงสั่นไหว "จู่ๆ ก็มาขอเป็นแฟน ทั้งที่เรา... เอ่อ เราเพิ่งผ่านเรื่องวุ่นวายกันมาเองนะ"
"แล้วมันต้องรอให้ครบกำหนดเวลากี่วัน ถึงจะพูดคำนี้ได้ล่ะครับ" คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าและแว่นตาของเขาไม่ได้ช่วยลดทอนความดุดันลงเลยแม้แต่น้อย "ผมไม่ใช่พวกชอบเล่นเกมทายใจ หรือปล่อยให้ผู้หญิงที่ตัวเองสนใจต้องไปเผชิญปัญหาคนเดียว... พิมพ์พาย คุณฉลาดพอที่จะรู้ว่าผมไม่ได้พูดเล่น"
"ฉันไม่ได้บอกว่าคุณเล่น!" เธอสวนกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น "แต่สถานะมัน... มันกระโดดข้ามขั้นเกินไปไหมคะ เรายังไม่ได้เคลียร์เรื่อง... เรื่องความรู้สึกให้มันชัดเจนด้วยซ้ำ"
"งั้นก็มาเคลียร์กันตรงนี้เลยสครับ"
คินน์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่เธอตั้งรับแทบไม่ทัน ฝ่าหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางไว้เบาๆ ไม่ได้บีั้นรัดแต่กักขังเธอไว้ด้วยรัศมีตัวตนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจาง ความใกล้ชิดนี้ทำให้ลมหายใจของพิมพ์พายสะดุดกึก
"คุณบอกว่าอยากได้ความชัดเจนใช่ไหมครับ" คินน์ก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างปลายจมูกเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ผมชัดเจนพอที่จะดูแลคุณ ปกป้องคุณจากทุกปัญหา และพร้อมจะยืนข้างคุณในวันที่โลกหันหลังให้... สถานะแฟนที่คุณกังวลนักกังวลหนา มันคือใบอนุญาตให้ผมทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มตัว ไม่ดีตรงไหนครับ"
หัวใจของพิมพ์พายเต้นระรัวราวกับกลองเพล เคมีที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานจนแทบจะเผาไหม้อากาศรอบตัว ความซึนเดระเรย์ของคินน์ในยามนี้ช่างทรงพลังและไร้ช่องโหว่ ปากร้ายแต่การกระทำกลับสปอร์ตและคลั่งรักแบบไม่เผื่อทางถอยให้เธอปฏิเสธเลย
"คุณนี่มัน... เอาแต่ใจชะมัด" พิมพ์พายเบือนหน้าหนีสายตาพราวระยับคู่นั้นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่พยายามกลั้นไว้สุดชีวิต "ใครบอกว่าฉันตกลงจะคอยให้คุณมาบงการชีวิตกันเล่า"
"ไม่ได้บงการครับ เขาเรียกว่า 'ดูแลสิทธิพิเศษ'" คินน์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความดื้อรั้นในแบบฉบับของเขา "เอาล่ะ... ถ้าคำว่า 'แฟน' มันยังกว้างไปสำหรับคุณ งั้นเรามาตกลงปรับสถานะกันแบบนี้..."
ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย
"...อยู่ในช่วง 'ทดลองเรียนรู้ใจ' แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ห้ามมีใครอื่น ห้ามดื้อ ห้ามหนีปัญหาคนเดียว และทุกอย่างต้องรายงานผมเป็นคนแรก ตกลงไหมครับ"
พิมพ์พายอ้าปากค้างเล็กน้อยกับเงื่อนไขที่ถูกรวบรัดตัดตอนอย่างชาญฉลาด นั่นมันไม่ใช่การปฏิเสธสักนิด แต่มันคือการผูกมัดทางอ้อมที่เนียนที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต!
"นี่คุณมัดมือชกฉันชัดๆ!"
"เขาเรียกว่าการบริหารความสัมพันธ์เชิงรุกครับ" คินน์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีจะปรากฏบนใบหน้าเย็นชาคู่นั้น ทำเอาคนมองถึงกับใจกระตุกวูบ "ว่ายังไงครับ... คุณจะรับข้อเสนอของผมไหม หรือจะต้องให้ผมจูบยืนยันข้อตกลงนี้ซะก่อน ถึงจะยอมพยักหน้า"
คำขู่หน้าตายพร้อมกับใบหน้าที่โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ทำให้พิมพ์พายต้องรีบยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ทันที
"ยะ... หยุดเลยนะ! ใครอนุญาตให้คุณเข้าใกล้ขนาดนี้เนี่ย!" เธอโวยวายหน้าแดงก่ำ ลามไปถึงใบหู ขัดเขินจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
"ก็แสดงว่าตกลงสินะครับ" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดจากปัญหาธุรกิจและครอบครัวก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวที่อบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งคู่
พิมพ์พายเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แม้จะยังไม่ได้หลุดปากคำว่า 'แฟน' ออกมาเต็มเสียง แต่การยอมรับเงื่อนไขนี้ก็เท่ากับเธอก้าวขาเข้ามาในอาณาเขตหัวใจของเขาอย่างเต็มตัวแล้ว ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่หวานหยดย้อยจนคนอ่านต้องจิกหมอน
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ไม่ได้รอให้เจ้าของอนุญาต
"คุณคินน์คะ เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่... อุ๊ย!"
ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปของเลขาฯ สาวหยุดชะงักกึกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มมาดขรึมกำลังยืนประชิดตัวกับนักศึกษาสาวฝึกงานในท่าทางที่ชวนคิดไปไกลลิบลิ่ว
คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ เขายืดตัวตรงอย่างเสียดาย พร้อมกับหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่ผู้บุกรุกทันที
แต่ก่อนที่เลขาฯ จะทันได้เอ่ยปากขอโทษ พิมพ์พายที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น เมื่อดวงตาของเธอเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารที่เปิดค้างอยู่ในมือของเลขาฯ ซึ่งปรากฏภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงหล่นลงมาบนพื้น
ภาพถ่ายของใครบางคน... คนที่พิมพ์พายคิดว่าหนีพ้นไปได้ตลอดกาล และเป็นคนเดียวกับที่ทำให้ครอบครัวเธอพังทลายลงในอดีต!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะครับ
"แบล็กสมิธในตำนาน"
คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ•ตอนที่ 30
กับมาเริ่มใหม่
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายเย็นชา กับ ยัยกะล่อนตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!