เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันด้วยจังหวะที่เด็ดขาดและไร้ความปรานี รินดาไม่ได้รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีครีมของรองประธานฝ่าย
Marketing ก็ผลักบานประตูไม้สักทองเข้ามาทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจทั่วห้องนอนกว้างขวางของท่านซีอีโอด้วยความสงสัยระคนจับผิด ก่อนที่สายตานั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของผม ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในสภาพเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ กระดุมหลุดลุ่ยไปสองเม็ด และเส้นผมที่ยุ่งเหยิงราวกับเพิ่งผ่านสนามรบมาหมาดๆ
ข้างกายผมคือธาม... เจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อน แม้ว่าไอความร้อนระอุจากเหตุการณ์เมื่อครู่จะยังหลงเหลืออยู่ในอากาศก็ตาม
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะสำคัญอะไรหรือเปล่าคะคุณธาม" รินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคลือบไปด้วยรอยยิ้มเยาะ มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังคิดอกุศลอะไรอยู่
ผมรีบยกมือขึ้นจัดปกเสื้อของตัวเองให้เข้าที่อย่างลวกๆ พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่างโดยเร็วที่สุด ความอับอายและAuraความซวยที่ลอยฟุ้งอยู่รอบตัวทำให้ผมอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด แต่ในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวที่ต้องรักษาหน้าตาของบริษัท ผมจะแสดงความอ่อนแอให้ยัยนี่เห็นไม่ได้เด็ดขาด
"คุณรินดาครับ การเข้าห้องทำงานหรือห้องส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นมารยาททางธุรกิจที่ต่ำกว่ามาตรฐานไปหน่อยนะครับ" ผมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่แฝงไปด้วยความคมกริบ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัย
รินดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินนصفก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก่อนจะปรายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมเลยนะคะคุณพาย สมแล้วที่เป็นเลขาฯ คนโปรด... ว่าแต่โปรดกันอีท่าไหน ถึงได้มาสภาพนี้ล่ะคะ หรือว่าท่านซีอีโอของเรากำลังอบรมงานบริหารจัดการพิเศษให้คุณอยู่?"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ ธามที่เงียบมาตลอดค่อยๆ ก้าวขาช้าๆ เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังผม ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของผมเบาๆ ราวกับจะประกาศอาณาเขตกลายๆ และเพียงแค่ก้าวเดียวของเขาก็กดดันให้รินดาต้องหุบยิ้มลงทันที
"เรื่องงานส่วนตัวของผม คงไม่ต้องรบกวนให้รองประธานฝ่ายการตลาดมาช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยหอกกระมังครับคุณรินดา" เสียงทุ้มต่ำของธามดังขึ้น ทรงพลังและเย็นชาจนรินดาต้องชะงัก "ถ้าไม่มีเรื่องงานด่วนจริงๆ เชิญออกไปก่อนครับ ผมกับคุณพายกำลังคุยเรื่อง... แผนกลยุทธ์สำคัญกันอยู่"
รินดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างขัดใจ สายตาดุดันเหลือบมองผมกับธามสลับกันไปมาด้วยความไม่ไว้วางใจ "ก็ได้ค่ะ... หวังว่าแผนกลยุทธ์ลับๆ ของพวกคุณ จะไม่ทำให้บริษัทเราพังพินาศเสียก่อนนะฃะคะ ประชุมบอร์ดบริหารอีกสิบนาทีข้างหน้า หวังว่าท่านซีอีโอจะแต่งตัวเรียบร้อยแล้วไปปรากฏตัวทันเวลานะคะ"
สิ้นคำพูด รินดาก็กระแทกส้นสูงเดินสะบัดก้นออกจากห้องไป เสียงปิดประตูกระแทกดังปังสะท้อนก้องในความเงียบ
ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ทิ้งตัวพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างหมดแรง "เกือบไปแล้ว... ถ้าเมื่อกี้เธอลึกเข้าไปเห็นเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นนะ คุณได้ตอบคำถามบอร์ดบริหารหูชาแน่ๆ ครับคุณธาม"
แต่แทนที่ธามจะสำนึกผิด เขากลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มของผม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาทำเอาหัวใจผมกระหน่ำเต้นผิดจังหวะอีกรอบ
"กลัวอะไรล่ะครับ... หรือว่ากลัวคนอื่นเขาจะรู้ความจริง ว่าคุณเพิ่งทำอะไรลงไปบนเตียงของผมเมื่อคืนนี้" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ผมรีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาฯ ผู้ทรงเกียรติทันที "หยุดพูดจาชวนเข้าใจผิดเลยนะครับ! เมื่อคืนมันเป็นอุบัติเหตุเพราะเอกสารงบบานปลายต่างหากล่ะครับที่ทำให้ผมต้องค้างที่นี่... แล้วอีกอย่าง เลิกทำท่าทางคุกคามผมแบบนี้สักทีเถอะครับ เจ้านาย"
ธามไม่ถอยหนี เขากลับคว้าข้อมือผมไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงเข้ามาในดวงตาของผมอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งของเขา
"ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้ล้อเล่นล่ะครับพาย" ธามเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนผมเผลอกลั้นหายใจ
"หมายความว่ายังไงครับ?"
"รินดากลับมาเพื่อจะดึงอำนาจบริหารคืน เธอจ้องจะเล่นงานผม และถ้าเธอรู้ว่าจุดอ่อนที่สุดของผมคืออะไร เธอก็จะใช้มันทำลายผมและบริษัท" ธามเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้กรอบหน้าของผมเบาๆ อย่างเบามือที่สุด "และจุดอ่อนที่ว่า... ก็คือคุณ"
ผมเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก "คุณธาม... พูดอะไรแบบนั้นครับ ผมเป็นแค่เลขาฯ"
"เพราะคุณเป็นมากกว่าเลขาฯ ในสายตาผม เราถึงต้องสร้างเกราะกำบังขึ้นมา" ธามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาผมราวกับจะอ่านความคิดทั้งหมด "ข้อเสนอของผมคือ... เรามาคบกันแบบคู่นอน... แบบลับๆ เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ให้รินดาเห็นว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้อง เธอจะได้ไม่กล้าใช้คุณเป็นเครื่องมือต่อรอง"
คำว่า 'คู่นอนแบบลับๆ' กระแทกเข้ากลางใจผมอย่างจัง สมองผมประมวลผลแทบไม่ทัน นี่เขา... กำลังขอผมเป็นคู่รักกำมะลอเพื่อตบตารินดาอย่างนั้นเหรอ? แต่มันฟังดูบ้าสิ้นดี! การเอาความสัมพันธ์ทางกายมาผูกติดกับเรื่องธุรกิจ มันมีแต่จะทำให้ผมถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น
"คุณบ้าไปแล้วเหรอครับ! จะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นเพื่อธุรกิจได้ยังไง!" ผมโวยวายเสียงแข็ง พยายามดึงข้อมือกลับแต่เขากลับรั้งไว้แน่นขึ้น
"ผมไม่ได้ล้อเล่น และผมก็ไม่เคยจริงจังกับเรื่องไหนเท่านี้มาก่อน" ธามก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของผม "คิดดูให้ดีนะพาย... ว่าคุณจะยอมเป็น 'คู่รัก' ของผมแบบลับๆ เพื่อช่วยบริษัท หรือจะยอมปล่อยให้ยัยรินดาเขี่ยคุณกระเด็นออกจากตำแหน่งเลขาฯ ของผมในสัปดาห์นี้"
สายตาของเขาเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้ มือใหญ่ของเขายังคงกุมข้อมือผมไว้แน่น ขณะที่ปลายนิ้วอีกข้างแตะไล้อยู่ที่คางของผมอย่างถือวิสาสะ
ในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากปฏิเสธข้อเสนอสุดบ้าบิ่นนี้เพื่อรักษาหัวใจตัวเอง เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบอินเตอร์คอมที่ดังลั่นห้อง
*"ท่านซีอีโอครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญอีกคนกำลังเดินตรงไปที่ห้องทำงานของคุณตอนนี้ครับ... เขาคือ 'คุณค</td></tr>*
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 2
สัญญาฉบับลับๆ ที่ไม่มีวันบอกใคร
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!