กุญแจรถยนต์หรูถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ธามยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกดูผ่อนคลาย แต่แววตากลับคมกริบและเต็มไปด้วยความระอุที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
“นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณธาม...” พายทวนคำเดิม น้ำเสียงนั้นไม่ได้สั่นเครืออย่างที่อีกฝ่ายอาจจะคาดคิด กลับหนักแน่นและเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องการคำตอบ
เลขานุการหนุ่มยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีระแวดระวัง แม้ในใจลึกๆ จะยอมรับว่าสัญชาตญาณบางอย่างกำลังเตือนภัยว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่เขตอันตราย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทซีอีโอหนุ่มหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่คาดคั้นเอาคำอธิบาย
“คุณอยากรู้จริงๆ เหรอพาย” ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้าประชิดทีละก้าวเหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อให้จนมุม “หรือจริงๆ แล้ว คุณแค่กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวกับสิ่งที่กำลังจะรู้กันแน่”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะครับคุณธาม!” พายขยับถอยหลังตามสัญชาตญาณเมื่อแผงอกกว้างเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูห้องที่ปิดสนิทเสียแล้ว “สิ่งที่คุณปิดบัง... มันเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น รินดา ใช่ไหมครับ”
แค่เอמהชื่อนั้นหลุดจากริมฝีปากของพาย บรรยากาศรอบตัวก็ดิ่งวูบลงทันที ธามชะงักฝีเท้า แววตาที่พยายามซ่อนความรู้สึกมาตลอดไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“คุณคิดว่าผมสนใจเธอกلับมามีอิทธิพลในชีวิตผมอีกครั้งงั้นเหรอพาย” ธามหยุดยืนห่างจากร่างเพรียวแค่คืบเดียว มือหนายกขึ้นทาบกับบานประตู กักตัวเลขาหนุ่มไว้ตรงกลาง “คุณอยู่กับผมมานานขนาดนี้ ยังไม่รู้นิสัยผมอีกหรือไงว่าผมเกลียดความวุ่นวายแค่ไหน”
“แล้วทำไมคุณต้องทำลับๆ ล่อๆ ล่ะครับ!” พายเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวจนน่าหงุดหงิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความอบอุ่นจากร่างกายของธามกำลังทำลายสมาธิของเขาอย่างราบคาบ “ถ้ามันไม่มีอะไร... คุณจะเครียดจนสั่งงานผมผิดๆ ถูกๆ ตั้งแต่เมื่อวานทำไม”
ธามนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สายตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นสุดขีด ปากก็เก่ง โต้เถียงไม่เคยตกเป็นรองใคร แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับกำลังฟ้องว่าเจ้าตัวกำลังหวาดหวั่นแค่ไหนกับคำตอบที่กำลังจะได้ยิน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงัน ธามหลับตาลงเบื้องหน้าระยะประชิด ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ความเย่อหยิ่งและมาดซีอีโอผู้ไร้เทียมทานพังทลายลงตรงหน้าเลขาตัวแสบคนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
“รินดาไม่ได้มีค่าพอจะทำให้ผมเครียดเรื่องส่วนตัวหรอกพาย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นจริงจังจนพายต้องชะงัก “แต่เรื่องที่ผมกำลังจัดการอยู่... มันเกี่ยวกับอนาคตของบริษัท และ... คนที่ผมไม่อยากให้ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”
“หมายความว่า...”
“รินดาเอาเรื่องเก่ามาขู่จะเล่นงานโปรเจกต์ใหญ่ที่เรากำลังประมูล” ธามตัดสินใจพูดความจริงออกไปในที่สุด สายตาคู่คมมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “เธอรู้ว่าผมแคร์อะไร และเธอก็พยายามจะใช้จุดนั้นมาบีบผม... รวมถึงพยายามเข้าหาคุณด้วย เพื่อหวังจะปั่นหัวผม”
พายเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตึงเครียดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจ “เธอ... เข้าหาผมเหรอครับ เมื่อไหร่?”
“เมื่อวาน ตอนที่คุณลงไปเอาเอกสารที่ล็อบบี้ไง” ธามน้ำเสียงเข้มขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อนึกถึงภาพที่รินดาเดินเข้ามาพูดจาแทะเล้อมือขวาคนสนิทของเขา “เธอพยายามจะเป่าหูคุณเรื่องอดีตของผม และบอกว่าผมมันเห็นแก่ตัว... หึ เธอก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวที่พยายามจะคว้าสิ่งหลุดมือไปกลับคืนมาก็เท่านั้น”
พายมองท่าทางหึงหวงและหัวเสียของเจ้านายหนุ่มแล้วก็ได้แต่เม้มปากแน่น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและตั้งกำแพงสูงลิ่ว ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้ว... คนปากแข็งคนนี้กังวลเรื่องความรู้สึกของเขามากแค่ไหน
มือบางที่เคยกอดอกไว้ค่อยๆ คลายลง พายช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความพยศที่มักจะมีติดตัวเสมอเจือจางหายไป เหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบ
“แล้วทำไม... ถึงไม่บอกผมตรงๆ ตั้งแต่แรกครับ” พายถามเสียงแผ่ว ความดื้อรั้นในน้ำเสียงหายไปหมดสิ้น “ปล่อยให้ผมคิดไปไกลอยู่ได้ตั้งนาน”
“ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเครียดกับเรื่องสกปรกพวกนี้” ธามตอบเสียงทุ้ม มือหนาที่กักประตูไว้เลื่อนลงมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนเบาๆ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาที่พวงแก้มใสอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว “ผมจัดการเองได้... พาย”
สัมผัสที่อ่อนโยนจนเกินคาดทำให้พายสะท้อนวูบในอก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนทะเลาะกันเสียอีก ความซึนเดเระที่เคยหมั่นไส้ บัดนี้กลับกลายเป็นอาวุธร้ายที่ทำให้เขาใจอ่อนยวบยาบ พายหลบสายตาคมกริบคู่นั้นวุ่นวาย พยายามจะถอยหลังหนีแต่ก็ถูกมือหนารั้งเอวบางไว้เบาๆ
“คุณธาม... ปล่อยก่อนครับ นี่มันที่ทำงานนะ” พายเอ่ยเตือนเสียงเบา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
“ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ และผมก็ไม่ได้สนใจด้วย” ธามกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เก็บกดมานาน “บอกผมหน่อยสิพาย... เมื่อกี้ที่คุณโกรธ ที่คุณซักไซ้ผมแบบนั้น... แปลว่าคุณหึงผมใช่ไหม”
“ใครหึงคุณกันครับ! อย่าหลงตัวเองน่า” พายรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขายิ้มออกมาได้อย่างเต็มที่เมื่อได้เห็นท่าทางเขินอายที่หาดูได้ยากยิ่งของเลขาตัวแสบ ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หมายจะกดจริมฝีปากลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่เพื่อเป็นการลงโทษคนปากแข็ง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
“พี่ธามคะ รินมีเรื่องจะ...”
เสียงหวานใสของรินดาชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว เมื่อภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคือซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชา กำลังยืนโอบเอวและโน้มตัวแนบชิดกับเลขาหนุ่มหน้าหวานในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
ธามชะงัก ถอนหายใจเฮือกใหญ่วันนี้ด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ร่างสูงผละออกจากพายอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกด้วยแววตาน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งคนให้ตายทั้งเป็น
“ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะขออนุญาต... รินดา”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของ "ดรากอนไรเดอร์" เสมอมานะครับ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 23
หัวใจที่ยังสั่นไหว
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!