“ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะขออนุญาต... รินดา”
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบเป็นเสียงคำรามหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของธาม นัยน์ตาคมกริบสีนิลฉายแววคุกกรุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวยืนขึ้นเต็มความสูง บดบังร่างของรินดาที่ยังคงส่งสายตาเว้าวอนและพยายามจะก้าวเข้ามาประชิดตัวให้พ้นจากรัศมีสายตา
พายที่ยืนถือแฟ้มเอกสารค้างอยู่ตรงธรณีประตู ยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้าทำเอาความรู้สึกแปลบปلمในอกแล่นริ้วขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้สมองจะสั่งให้หันหลังเดินกลับออกไปให้พ้นจากบรรยากาศชวนอึดอัดนี่ แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปู
“ธามคะ... รินแค่อยากมาคุยเรื่องของเราให้มันเคลียร์” รินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะแขนเสื้อสูทของชายหนุ่ม แต่ธามกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจ
“เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว รินดา และผมคิดว่าผมพูดภาษาคนชัดเจนพอ ไม่จำเป็นต้องแปลไทยเป็นไทยให้อีกรอบ” ธามสวนกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้เยื่อใยสิ้นเชิง เขากวาดสายตาคมมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเย็นชา ก่อนจะเหลือบมาเห็นพายที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงประตู นัยน์ตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที “พาย... เข้ามานี่”
พายสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกชื่อ แต่ก็ยอมก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องทำงานกว้าง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความมั่นใจกลับคืนมา รอยยิ้มบางเบาแต่ไร้อารมณ์ถูกประดับไว้บนใบหน้าหวาน ท่าทีนิ่งสงบจนน่ากลัวของเลขาหนุ่มทำให้ธามถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความร้อนใจ
“ผมรบกวนเวลาส่วนตัวของท่านประธานกับ... แขกคนสำคัญหรือเปล่าครับ” พายเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบมองเลยผ่านร่างของรินดาไปอย่างไร้ตัวตน “ถ้าอย่างนั้นเอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่ ผมวางไว้บนโต๊ะตรงนี้นะครับ ขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวก่อนพาย!” ธามก้าวฉับๆ เข้ามาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างโปร่งจะทันได้หมุนตัวเดินหนี แรงบีบที่กระชับพอเหมาะไม่ได้เจตนาจะทำร้าย แต่เต็มไปด้วยความร้อนรนกลัวว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจผิด “อย่าเพิ่งไป”
รินดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและไม่พอใจ ภาพที่ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาและหยิ่งทะนงคนนั้น ยอมทำท่าทางราวกับเด็กหนุ่มกลัวแฟนเข้าใจผิดต่อหน้าเลขาฯ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน “ธาม! คุณทำแบบนี้กับรินได้ยังไงคะ ผู้ชายคนนี้มันเป็นแค่...”
“หยุดพูดรินดา!” ธามหันกลับไปตวาดกร้าว เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำเอาห้องทำงานทั้งห้องเงียบกริบ “เลขาฯ ของผมมีชื่อ และเขามีเกียรติมากพอที่จะไม่ให้ใครมาดูถูก ถ้าคุณยังไม่รู้จักมารยาทในการเคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่น ผมคงต้องให้ฝ่ายS.securityเชิญคุณออกไปจากตึกนี้ด้วยตัวเอง”
พายมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังยืนบังตนเองไว้จากคำพูดแผดเผาของรินดา หัวใจที่เคยเต้นระส่ำด้วยความน้อยใจค่อยๆ สงบลง ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ธามในเวลานี้ไม่ได้เป็นแค่เจ้านายปากร้ายจอมซึนเดเระ แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเพื่อปกป้องความรู้สึกของเขา
รินดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอมองหน้าธามสลับกับพายที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ได้... ธาม คุณเลือกเองนะ” หญิงสาวสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่นก้อง
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ธามค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือของพาย แต่ยังคงยืนประชิดตัวจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก
“นาย... หึงเหรอ” ธามเอ่ยถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาคู่นั้นพยายามค้นหาความจริงใจในดวงตากลมโตของอีกฝ่าย
พายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเยาะแบบฉบับเจ้าตัว “ผมจะมีสิทธิ์อะไรไปหึงท่านประธานล่ะครับ แฟนก็ไม่ใช่... แถมสถานะตอนนี้เราก็แค่นายจ้างกับลูกจ้างไม่ใช่เหรอครับ”
ธามชะงักไปกับคำพูดนั้น รู้สึกเหมือนถูกศรปักเข้าที่กลางอกอย่างจัง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และท่าทีปากร้ายที่เคยมีหายวับไปกับตา ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกก้าว บีบพื้นที่ระหว่างกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มือหนายื่นออกไปจับคางมนให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้อีกฝ่ายต้องมองมาที่เขาตรงๆ
“ฉันไม่เคยคิดว่าเราเป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้าง... พาย” ธามกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากซีอีโอหนุ่มผู้เพียบพร้อม “เรื่องรินดา... ฉันจัดการขาดเด็ดขาดแล้ว และจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาทำให้เราต้องไขว้เขวอีก”
พายหัวใจกระตุกวูบ สบตาเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของตัวเอง ความจริงจังที่อัดแน่นอยู่ในแววตานั้นทำเอาความเกรี้ยวกราดในใจมลายหายไปสิ้น แต่กระนั้น ความซึนที่อยู่ในสายเลือดก็ยังทำให้ร่างโปร่งเลือกที่จะแสร้งตีหน้าตาย
“คำพูดใครก็พูดได้ครับเจ้านาย พิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อยสิครับว่า... คำพูดเมื่อกี้มันกลั่นมาจากหัวใจจริงๆ ไม่ใช่แค่คำแก้ตัวกลบเกลื่อน” พายท้าทายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเอื้อมมือไปดันอกแกร่งเบาๆ เพื่อเว้นระยะห่าง แต่ธามกลับคว้าข้อมือนั้นไว้แล้วดึงเข้ามาแนบอกของตัวเองแทน
“อยากให้พิสูจน์ใช่ไหม... งั้นก็ได้” ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใสจนขึ้นสีแดงระเรื่อ “คืนนี้... ไปดินเนอร์กับฉันที่คอนโด ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะฉันเตรียมวัตถุดิบทำอาหารที่นายชอบไว้หมดแล้ว”
พายเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กำ Z-fighting กับความรู้สึกตัวเองแทบไม่ไหว กำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธเพื่อรักษาฟอร์ม
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขาฯ อีกคนของแผนกที่ผลเปิดประตูเข้ามาพรวดพราดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องประชุมใหญ่แล้วครับ... คณะกรรมการบริหารชุดใหญ่บุกมาประชุมด่วนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และพวกเขากำลังเรียกตัวคุณพายเข้าไปชี้แจงเรื่องเอกสารลับที่ถูกขโมยออกไปครับ!”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเคมีฟินจิกหมอนของบอสธามกับเลขาพายมาจนถึงตอนนี้นะครับ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 24
พิสูจน์ด้วยหัวใจไม่ใช่แค่คำพูด
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!