"ถ้าคุณพ่อคิดจะเข้ามาแทรกแซงชีวิตส่วนตัวของผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว... ผมก็พร้อมจะคืนเก้าอี้ซีอีโอนี่ให้ทันทีครับ"
เสียงทุ้มต่ำของธามประกาศกร้าวท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ดวงตาคมกริบใต้กรอบหน้าเคร่งขรึมจ้องมองบิดาแท้ๆ ของตนเองอย่างไร้ความเกรงกลัว เงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาหยุดชะงักลง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของท่านประธานอาวุโส ท่ามกลางลูกน้องนับสิบคนที่ยืนเรียงรายเป็นกำแพงมนุษย์
พายที่ยืนอยู่เคียงข้างและแอบกำชายเสื้อสูทของธามไว้แน่นจนยับยู่ยี่ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขาก็เลือกที่จะก้าวขึ้นมาครึ่งก้าว ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้านายหนุ่มผู้ปากร้ายแต่กำลังปกป้องเขาด้วยชีวิต
"ท่านประธานครับ..." พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทรงพลังพอที่จะเรียกสายตาทุกคู่ให้หันมามอง "ถ้าเรื่องที่ท่านมาในวันนี้ เกี่ยวกับข่าวลือโคมลอยในบริษัทล่ะก็ ผมว่าท่านกำลังเสียเวลาอันมีค่าของบริษัทมาจัดการเรื่องไร้สาระเกินไปหน่อยนะครับ"
"ปากกล้าสมคำร่ำลือจริงๆ เลขาพาย" ผู้เป็นพ่อของธามแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจร่างโปร่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม "คิดว่าเกาะลูกชายฉันแล้วจะบินสูงขึ้นไปถึงไหนกัน? ข่าวฉาวหน้าหนึ่งของบริษัทเมื่อเช้านี้ มันกำลังทำให้หุ้นของเราร่วงลงครึ่งเปอร์เซ็นต์รู้ตัวบ้างไหม!"
"หุบปากซะ!" ธามคำรามลั่น ก้าวเข้ามาขวางหน้าพายไว้มิดชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวซีอีโอหนุ่มจนคนรอบข้างต้องถอยหลัง "เรื่องงานผมไม่เคยบกพร่อง และเรื่องส่วนตัวของผม... มันก็ไม่ใช่กงการอะไรที่พ่อจะต้องมาวุ่นวาย!"
บรรยากาศในลานจอดรถคุกรุ่นจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากอากาศ ธามหันมาคว้าข้อมือเรียวของพายไว้แน่น ออกแรงดึงให้เดินตามไปยังรถสปอร์ตคันหรูทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของบิดาอีกต่อไป เสียงประตูรถปิดลงดังปัง เป็นการตัดบทสนทนาอันน่ารังเกียจนั้นอย่างไร้เยื่อใย
ภายในห้องโดยสารที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยไอความร้อนจากอารมณ์คุกกรุ่น ธามกำพวงมาลัยรถแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ พายเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายหนุ่ม ก่อนจะเอื้อมมือไปวางทับบนหลังมือใหญ่นั้นเบาๆ
"ใจเย็นก่อนครับท่านซีอีโอ มือคุณสั่นหมดแล้วนะ" พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ผิดจากมาดเลขาจอมแสบเมื่อครู่
ธามหันขวับมามองคนข้างกาย แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบ เขาคว้ามือบางนั้นขึ้นมาบีบแน่นเสียจนเจ็บ "นายไม่กลัวหรือไงพาย? เมื่อกี้พ่อฉันเล่นงานนายแรงมากนะ... หรือว่าในหัวนายตอนนี้กำลังคิดจะหาทางหนีฉันไปจริงๆ?"
"ผมจะหนีไปไหนได้ล่ะครับ ในเมื่อเอกสารลาออกยังไม่ได้อนุมัติ แถมเจ้าของบริษัทก็... เอาแต่ใจตัวเองเป็นเด็กๆ แบบนี้" พายถอนหายใจยาว แสร้งกลอกตาใส่เพื่อกลบเกลื่อนความซาบซึ้งที่กำลังเอ่อล้นในอก "ว่าแต่เถอะ... ข่าวในบริษัทที่พ่อคุณพูดถึงมันคืออะไรครับ? ทำไมผมเพิ่งมารู้เอาตอนที่เจอพ่อคุณล่ะเนี่ย"
ธามหลบสายตาเล็กน้อย อาการซึนเดเระกำเริบขึ้นมาทันทีเมื่อต้องตอบคำถามนี้ เขากระแอมเบาๆ ในลำคอแล้วเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจกหน้าต่าง
"ก็... รูปที่เรายืนเถียงกันหน้าห้องทำงานเมื่อวานซืนน่ะสิ ถูกใครก็ไม่รู้แอบถ่ายแล้วเอาไปโพสต์ลงกรุ๊ปรินทร์ซอสเซี่ยลของพนักงาน พร้อมแคปชั่นทำนองว่า 'ท่านซีอีโอกำลังง้อเลขาคนเก่ง' ตอนนี้ทั้งบริษัทเขารู้กันหมดแล้วว่าเรา... เอ่อ..."
"เราอะไรครับ?" พายเลิกคิ้วสูง แกล้งขยับเข้าไปใกล้จนไหล่ชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มของคนปากแข็ง "พูดออกมาให้มันชัดๆ สิครับ ว่าเขาลือกันว่ายังไง"
"ก็ลือว่านายเป็น... ว่าที่ภรรยาฉัน!" ธามโพล่งออกมาเสียงดังหน้าตาตื่น หูทั้งสองข้างแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ ยามที่ต้องยอมรับความจริงตรงหน้า พายถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาเสียงดังลั่นรถ ความเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
"โอ้โห... รวดเร็วยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออฟติกอีกนะครับเนี่ย" พายยิ้มกริ่ม ดวงตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "แล้วท่านซีอีโอจะแก้ข่าวว่ายังไงดีล่ะครับ? ปล่อยให้คนเข้าใจผิดแบบนี้ เดี๋ยวภาพลักษณ์คุณก็เสียหายหมดหรอก"
ธามหันขวับกลับมามอง ขยับตัวเข้าไปประชิดร่างโปร่งจนพายต้องเอนหลังติดเบาะรถ แววตาคมกริบฉายประกายความจริงจังที่ทำเอาคนมองถึงกับลมหายใจสะดุด มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเลขาหนุ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ต่างจากยามปกติราวฟ้ากับเหว
"ใครบอกว่าฉันจะแก้ข่าว?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปากของพาย หัวใจของเลขาหนุ่มเต้นรัวระส่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู "ในเมื่อทุกอย่างที่พวกเขาลือ... มันคือเรื่องจริงที่ฉันอยากประกาศให้คนทั้งโลกรู้อยู่แล้ว"
พายชะงักง้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำพูดหยอกล้อเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยสายตาที่ลึกล้ำและจริงจังเกินกว่าจะรับไหว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หุบไม่อยู่
"ใครเขาจะไปอยากเป็นภรรยาคุณกันเล่า... ปล่อยเลยนะ ผมจะลงไปทำงานแล้ว" พายเอובมือผลักอกแกร่งเบาๆ แต่ธามกลับยิ่งรั้งเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น ไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน
"ไม่ให้ไป จนกว่านายจะยอมเรียกฉันว่า... ที่รัก" ธามกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ล,มหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนพายขนลุกซู่ เคมีที่ปะทะกันระหว่างความดื้อรั้นและคลั่งรักพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด บรรยากาศหวานปนซึนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ท่ามกลางความวุ่นวายภายนอกที่รออยู่เบื้องหน้า
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะโน้มลงมาประทับบนกลีบปากอิ่มของคนในอ้อมแขน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกดังขึ้นขัดจังหวะความหวานอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธามสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด พายรีบดันอกเจ้านายหนุ่มออกแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ธามลดกระจกฝั่งคนขับลงด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมจะกินหัวทุกคนที่กล้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของเขา
รินดา อดีตคนรักเก่าที่หายหน้าไปนาน ยืนยิ้มหวานหยดย้อยอยู่ข้างรถ ในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอเปิดภาพข่าวลือของพวกเขาทั้งคู่ค้างไว้ ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่พายด้วยประกายตาร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีตของท่านซีอีโอกับเลขาคนโปรดสินะคะ?" รินดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน ช1บมองพายด้วยหางตาก่อนจะหันไปสบตาธาม "พอดีมีเรื่องด่วนจากบอร์ดบริหารค่ะ... เกี่ยวกับอนาคตของเลขาพาย ที่ท่านประธานใหญ่กำลังจะเอาเข้าที่ประชุมวาระพิเศษตอนนี้เลยล่ะค่ะ"
ธามหน้าตึงขึ้นทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวเขาอีกครั้ง พายหันไปสบตากับเจ้านายหนุ่มทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'วาระพิเศษ'
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 26
เมื่อโลกเริ่มรู้ความจริง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!