เสียงปิดประตูรถตู้หรูรุ่นล่าสุดดังขึ้น *ปัง* สนั่น ทว่าเสียงนั้นยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับไอ้ผู้ชายแปลกหน้าสวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่ยืนขวางทางขึ้นรถอยู่ตรงหน้าต่างหาก... ไอ้กันต์! แฟนเก่าตัวแสบของพายที่บังอาจโผล่มาสร้างความร้าวฉานทางสายตาในวินาทีที่เขากับเลขาตัวดีกำลังจะออกเดินทางไปดูงานต่างจังหวัด
ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงหรี่มองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา มือหนากำขอบประตูรถแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"คุณพายครับ... ไม่เจอกันนานเลยนะ ผมตกใจมากเลยที่คุณย้ายมาทำตำแหน่งเลขาของท่านประธานจอมโหดคนนี้ได้" กันต์ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่พายเห็นแล้วอยากจะควักลูกตาตัวเองทิ้ง ทว่ายังไม่ทันที่พายจะได้อ้าปากตอกกลับอะไรสักคำ ร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่มก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับแฟนเก่าทันทีอย่างถือวิสาสะ
"ถ้าว่างมากนัก ก็ไปสมัครงานเป็น รปภ. เฝ้าตึกโน่นครับ อย่ามาทำตัวเป็นขยะเปียกขวางทางสาธารณะแถวนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนติดลบเอ่ยขึ้น ธามปรายตามองกันต์ด้วยหางตาราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่อากาศธาตุไร้ค่า ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือเรียวของพายแล้วออกแรงดึงให้ก้าวขึ้นรถไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ไอ้หน้าหล่อสามานย์นั่นได้พ่นคำพูดน่ารำคาญออกมาอีกแม้แต่ครึ่งคำ
รถตู้เคลื่อนตัวออกจากลานจอดบริษัทมุ่งหน้าสู่รีสอร์ทหรูริมทะเลภาคตะวันออก บรรยากาศภายในห้องโดยสารตอนหลังเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศ พายแอบชายตามองคนตัวโตที่นั่งกอดอกหน้าตึงอยู่เบื้องข้าง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงราวกับไปโกรธใครมาสามชาติภพ สันจโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นบ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดขั้นสุด
"ท่านประธานครับ... หน้าบึ้งขนาดนี้ ระวังหน้าแก่เร็วนะครับ" พายจงใจเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามนิสัย เพื่อทำลายความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้น
ธามหันขวับมามองทันที ดวงตาสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "ผมจะแก่หรือจะตายยังไง มันก็เรื่องของผม... แต่คุณนี่สิพาย ดูท่าทางจะดีใจเหลือเกินนะที่เห็นหน้าไอ้เศษสวะนั่นโผล่มาทักทาย"
"อ้าว ท่านประธานพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับ นั่นมันแฟนเก่าผมนะ จะให้ผมทำหน้าบูดใส่เหมือนคนท้องผูกแบบคุณหรือไง" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ไม่ยอมลดละ ปากอิ่มยื่นน้อยๆ อย่างขัดใจ
"ปากดีนักนะพาย!" ธามกัดฟันกรอด ขยับตัวเข้ามาประชิดร่างบางที่ติดริมหน้าต่างอย่างรวดเร็ว จนพายต้องผละตัวหนีด้วยความตกใจเมื่อแผงอกกว้างเข้ามาอยู่ในระยะประชิด "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณไว้เลยนะ ว่าตอนนี้คุณมีสถานะเป็นเลขา... และอยู่ภายใต้การดูแลของผม ห้ามไปยิ้มเรี่ยราดใส่หน้าใครหน้าไหนอีกเข้าใจไหม!"
"นี่คุณใช้อภิสิทธิ์อะไรมาสั่งผมเนี่ย! หัวโขนเจ้านายเหรอ? ถ้าอย่างนั้นผมลาออกตอนนี้เลยดีไหมล่ะ!" พายตวัดสายตากล้าดีสู้กลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนพวงแก้มทำให้สติสตังของเลขาตัวแสบเริ่มกระเจิดกระเจิง
ธามชะงักไปนิดเมื่อเห็นดวงตากลมโตที่รั้นระคนยั่วเย้า ดวงตาคู่นั้นสะท้อนเงาของเขาชัดเจนจนหัวใจที่เคยด้านชาสั่นไหวอย่างรุนแรง มือหนาที่ตั้งใจจะยื่นไปบีบไหล่บางเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนแผ่วเบา โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอทำกิริยาอ่อนโยนแบบนั้นออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่
"อย่าพูดคำว่าลาออกมาอีก... ผมไม่ชอบฟัง" น้ำเสียงของธามอ่อนลงโดยอัตโนมัติ ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความเว้าวอนลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนเดเระ "ผมแค... เอ่อ หมายถึง บริษัทเราขาดเลขาฝีมือดีแบบคุณไม่ได้ต่างหากเล่า!"
พายแอบอมยิ้มกริ่มในความปากแข็งของคนตรงหน้า รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม "อ๋อเหรอครับ... นึกว่าท่านประธานจะหึงซะอีก ที่แท้ก็กลัวเสียลูกน้องมือดีนี่เอง"
"พาย!" ธามกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ รีบผละตัวกลับไปนั่งท่าเดิมพร้อมกับเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเนียนๆ กลัวเหลือเกินว่าคนเจ้าเล่ห์จะจับไต๋ได้ว่าเขาคลั่งรักเจ้าตัวแค่ไหน
การเดินทางกินเวลาหลายชั่วโมงจนกระทั่งรถตู้เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าล็อบบี้รีสอร์ทสไตล์มินิมอลติดชายหาดส่วนตัว ลมทะเลพัดปะทะร่างทันทีที่ก้าวลงจากรถ กลิ่นอายความเค็มของน้ำทะเลและเสียงคลื่นซัดสาดช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดตลอดการเดินทางได้เป็นอย่างดี
พายสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเต็มฟอด ก่อนจะหันไปมองพนักงานต้อนรับที่เดินยิ้มแย้มเข้ามาหาพร้อมกับกุญแจห้องพักสองดอกในมือ
"สวัสดีค่ะท่านประธาน และคุณพายนะคะ ทางรีสอร์ทของเราต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะ เนื่องจากช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ห้องพักโซน VIP วิวทะเลที่ทางบริษัทจองไว้เกิดปัญหาระบบประปาขัดข้องกะทันหัน ทางเราจึงจำเป็นต้อง..." พนักงานสาวหยุดพูดไปชั่วขณะด้วยสีหน้าลำบากใจ
ธามขมวดคิ้วมุ่น "จำเป็นต้องทำไม? หมายความว่าไม่มีห้องให้พวกเราพักอย่างนั้นเหรอ"
"เปล่าค่ะ! มีห้องค่ะ... แต่เหลือห้องพักประเภทดีลักซ์สวีทเพียงแค่ **ห้องเดียว** เท่านั้นค่ะ" พนักงานสาวรีบอธิบายต่อด้วยรอยเจื่อนๆ "ทางเราได้ทำการอัปเกรดห้องพักให้เป็นกรณีพิเศษแล้วค่ะ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ"
พายเบิกตากว้างทันที หันขวับไปมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่ยืนนิ่งค้างไปเรียบร้อยแล้ว สมองของเลขาหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว... ห้องเดียว? หมายความว่าเขาต้องนอนห้องเดียวกับไอ้เจ้านายปากร้ายจอมซึนคนนี้น่ะเหรอ!
"เดี๋ยวผมขอ..." ธามกำลังจะอ้าปากปฏิเสธและสั่งให้รีสอร์ทจัดการหาห้องเพิ่มให้ได้เดี๋ยวนี้ แต่พายกลับชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อนด้วยความหมั่นไส้และอยากแกล้งคนฟอร์มจัด
"ห้องเดียวก็ห้องเดียวครับ! ดีเสียอีก ประหยัดงบประมาณบริษัทแถมยังได้กระชับมิตรภาพระหว่างเจ้านายกับลูกน้องให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย จริงไหมครับท่านประธาน?" พายส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ชวนให้คนมองรู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหู
ธามหันมามองหน้าเลขาตัวแสบ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสมองจินตนาการไปไกลถึงเตียงนอนขนาดคิงไซส์ในห้องนั้น... ให้ตายเถอะ! นี่มันแผนการทรมานหัวใจชัดๆ!
ภายในห้องพักสวีทหรูหรากว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นมองเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดสายตาผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับอึดอัดเสียยิ่งกว่าห้องประชุมบอร์ดบริหาร ธามโยนกระเป๋าเดินทางลงบนโซฟาอย่างแรง ก่อนจะถอดสูทเนื้อดีพาดไว้ที่พนักเก้าอี้แล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกสองเม็ดเพื่อระบายความร้อนที่ตีรวนขึ้นมาในอก
พายเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเข้าไปสำรวจภายในห้องนอนที่มีเตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง แม้จะแอบหวั่นไหวอยู่ลึกๆ แต่ความอยากแกล้งมีมากกว่าร้อยเท่า
"โอโห... เตียงกว้างนุ่มน่านอนมากเลยครับท่านประธาน" พายแกล้งทิ้งตัวลงนอนกลิ้งเกลือกบนเตียงนุ่มนิ่มอย่างสบายใจเฉิบ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ปลายเตียง "แบบนี้คืนนี้เราคงต้องนอนเบียดกันหน่อยแล้วล่ะมั้งครับ เพราะเตียงมีตั้งกว้าง แต่ดันมีหมอนแค่สองใบเอง"
ธามก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดเตียงในพริบตาเดียว ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาคร่อมร่างบางไว้ใต้ร่างอย่างรวดเร็วจนพายไม่ทันได้ตั้งตัว แขนแกร่งยันกับฟูกเตียงไว้ทั้งสองข้าง กักขังเลขาตัวแสบให้อยู่ในอาณาเขตของตนเองทันที
ดวงตาสีนิลคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงความรุ่มร้อนที่ก่อตัวขึ้นในบรรยากาศ
"กล้ามากนะพาย... คิดจะเล่นกับไฟเหรอหึ?" เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบชิดริมหูจนพายขนลุกซู่ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวราวกองศึก "อยากนอนเบียดกันนักใช่ไหม งั้นผมจะทำให้คุณรู้ซึ้งเลยว่า... การเล่นกับคนซึนแบบผม มันอันตรายแค่ไหน"
พายกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ พยายามจะดันอกแกร่งออกแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนริมฝีปากหยักห่างจากปากอิ่มแค่เพียงคืบเดียว สติสตังของเลขาหนุ่มหลุดลอยไปหมดสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นของซีอีโอหนุ่มเอื้อมมาแตะที่ริมฝีปากของเขาแผ่วเบา
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายภายนอกห้อง ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว
"ท่านประธานคะ ดิฉันผู้จัดการรีสอร์ทค่ะ นำเอกสารกำหนดการดูงานพรุ่งนี้มาส่งค่ะ" เสียงหวานแว่วลอดผ่านประตูเข้ามา
ธามชะงัก กรามขบเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขายังคงค้างอยู่ในท่าคร่อมร่างบาง ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ ด้วยความเสียดาย ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากของพายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาคนฟังแทบละลาย
"รอดตัวไปนะพาย... แต่คืนนี้ ยังอีกยาวไกลครับ"
ธามผละร่างออกอย่างเสียดายแล้วหันหลังเดินไปเปิดประตูห้อง ทว่าทันทีที่ประตูเปิดออก ใบหน้าหล่อเหลากลับต้องชะงักค้าง รอยยิ้มพราวเสน่ห์กวนประสาทของบุคคลที่ไม่คาดฝันปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมกับประโยคทักทายที่ทำให้เลือดในกายของซีอีโอหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาทันที
"อ้า... สวัสดีครับท่านประธาน พอดีผมมาพักที่นี่เหมือนกัน... เลยแวะมาหา **แฟนเก่า** ของผมสักหน่อย"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของท่านประธานธามด้วยกันนะครับ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 9
ทริปดูงานที่ต้องไปด้วยกัน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!