หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสะท้อนเข้าตาธามอย่างชัดเจน—"รินดา"
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของซีอีโอหนุ่มพลันลดอุณหภูมิลงจนเยียบเย็น พายยืนกอดอกมองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเจ้านายหนุ่ม แววตาคมกริบของอีกฝ่ายไม่ได้ทอดมองที่หน้าจอเครื่องมือสื่อสารด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่มันฉายชัดถึงความรำคาญใจและความอึดอัดอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าสายมันสำคัญมาก จะรับก็ได้นะครับ ผมไม่ได้ใจแคบขนาดจะห้ามท่านประธานคุยธุระส่วนตัวในเวลางาน... ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะเลยเวลาเลิกงานมาสองชั่วโมงเต็มแล้วก็ตาม" พายเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเจือความประชดประชันเล็กน้อยตามนิสัยส่วนตัวที่มักจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเรื่องเวลา
ธามเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองเลขาฯ ตัวแสบที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าทันที ชายหนุ่มกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือคว่ำหน้าลงกับโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น
"พูดมากจริงนะพาย งานโปรเจกต์ใหม่ของแผนกการตลาดที่ผมสั่งแก้ไปเมื่อเช้า คุณจัดการเสร็จเรียบร้อยดีแล้วหรือยัง ถึงได้มีเวลามานั่งวิจารณ์เรื่องส่วนตัวของผม" ธามสวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ปากร้ายกลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่ถูกอีกฝ่ายจับทางได้
"เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนคุณจะประชุมกับลูกค้ากลุ่มใหญ่ช่วงบ่ายแล้วครับท่านประธาน ถ้าจำไม่ผิด ผมส่งไฟล์เข้าอีเมลส่วนตัวของคุณไปตั้งแต่สามโมงเย็นแล้วด้วยซ้ำ หรือว่า... สมองของซีอีโอระดับพัน مليون จะเริ่มเสื่อมถอยความจำเพราะเรื่องรบกวนจิตใจพวกนั้นกันแน่ครับ" พายย้อนถามเสียงใส รอยยิ้มที่มุมปากมีความท้าทายแพรพราวชนิดที่ถ้าเป็นคนอื่นทำคงโดนไล่ออกจากห้องไปนานแล้ว แต่สำหรับธาม มันกลับทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
ธามขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู ผู้ชายอะไรปากเก่งเป็นเลิศ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งสั่งให้ถอยห่างยิ่งทำตัวเข้าใกล้จนน่าจับมาฟาดสักทีสองทีให้หายซึน
"งั้นก็ดี... ในเมื่อคุณว่างมากจนมีเวลามานั่งจับผิดผม งั้นเรามาทบทวนเอกสารงบประมาณไตรมาสหน้ากันใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย เริ่มเดี๋ยวนี้แหละ" ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอาดๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเลขาฯ หนุ่มที่นั่งประจำการอยู่ด้านนอกห้องกระจกทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้พายได้ปฏิเสธ
พายผะงะถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงใหญ่ของเจ้านายก้าวเข้ามาอยู่ในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูคับแคบลงถนัดตา
"นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะครับ คุณธาม! ผมมีสิทธิ์ที่จะกลับบ้านไปนอนพักผ่อนเหมือนพนักงานคนอื่นๆ นะครับ ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่จะต้องมานั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำเป็นเพื่อนคุณแก้เหงา!" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงสู้ ดวงตากลมโตจ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจจะเริ่มเต้นแรงขึ้นด้วยระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็น
"ทาสในเรือนเบี้ยอะไรกัน ผมจ่ายเงินเดือนคุณสูงลิบลิ่ว คุ้มค่าจ้างทุกบาททุกสตางค์แน่นอนครับคุณพาย" ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความเจ้าเล่ห์ที่ยากจะคาดเดา "อีกอย่าง... ใครบอกว่าผมเหงา ในเมื่อมีคนปากเก่งมายืนเถียงอยู่ตรงนี้ทั้งคน"
พายชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่บริเวณข้างแก้มทำให้สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วเกิดอาการรวนขึ้นมากะทันหัน กลิ่นอายความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของซีอีโอหนุ่มกำลังทำลายเกราะป้องกันที่เขาสสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากทีละนิด
"ถ...ถอยออกไปเลยนะครับ ประธานบริษัทมาทำรุ่มร่ามกับเลขาฯ แบบนี้ ผมฟ้องฝ่ายบุคคลแน่" พายพยายามดันแผงอกกว้างให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่าร่างสูงกลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหิน แถมวงแขนแข็งแรงยังฉวยโอกาสเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากั้นกลางไว้พอดีเป๊ะ
"ฟ้องเลยครับ เผื่อเขาจะตัดสินให้เราแต่งงานกันไปเลยจะได้จบเรื่อง" ธามกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู น้ำเสียงเจือความหยอกเย้าที่นานๆ ทีจะได้ยินจากปากคนปากแข็ง ทำเอาพายหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ต้องรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ท่าทีขมึงทึง
เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบเที่ยงคืน ไฟในสำนักงานชั้นบนสุดดับลงเกือบหมดเหลือเพียงโคมไฟสีส้มอ่อนบนโต๊ะทำงานของพายที่ส่องสว่างกระทบกับร่างของคนทั้งคู่ที่กำลังงละเลียดตรวจเอกสารกองโตด้วยกัน ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน มีเพียงเสียงพลิกกระดาษและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ
พายหาวออกมาเบื้องหน้าอย่างปิดไม่มิด เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งหลังจากใช้พลังงานสมองอย่างหนักหน่วง ธามที่นั่งกอดอกมองอยู่ฝั่งตรงข้ามอมยิ้มบางๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่มีทางได้เห็น
"ง่วงก็กลับไปนอนบนโซฟาในห้องผมไป คุณสภาพดูไม่จืดเลยนะพาย" ธามเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน ไร้ซึ่งความเฉียบคมเหมือนตอนหัวค่ำ
"ผมกลับบ้านเองได้น่า... อ๊ะ!" พายพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่เพราะความเหนื่อยล้าทำให้ข้อเท้าพลิกเล็กน้อยจนเซถลาล้มลงไปในอ้อมแขนของธามที่ไวกว่าคว้าตัวเอาไว้ได้ทันท่วงที
ร่างบางปะทะเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง ธามรวบเอวสอบของเลขาฯ ตัวแสบเอาไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตาสบประสานกันท่ามกลางความเงียบที่ดังก้องในความรู้สึก เคมีบางอย่างพุ่งพล่านจนแทบจะจับต้องได้ ธามไล่สายตามองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ปลายนิ้วเรียวของชายหนุ่มเผลอยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างลืมตัว
"ถ้าดื้อแบบนี้... ผมคงต้องหาทางมัดมือชกคุณไว้ข้างกายตลอดไปแล้วล่ะมั้งครับ" ธามกระซิบเสียงพร่า แววตาคลั่งรักฉายชัดไร้การปกปิดใดๆ อีกต่อไป
พายเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธกลบเกลื่อนความเขินอาย ทันใดนั้น...
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนกและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย
"ธามคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." รินดาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชา กำลังโอบกอดเลขาฯ หนุ่มคนสนิทไว้อย่างแนบแน่นในระยะประชิดชนิดที่ไม่มีวันแก้ตัวได้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันนะครับ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 4
เลขาฯ ดีเด่นต้องเต้นตามเกม
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!