เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานหรูยามวิกาลดังขึ้นสามครั้ง แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงระฆังพิพากษาที่ดึงบรรยากาศอันตึงเครียดและเร่าร้อนเมื่อครู่ให้ดิ่งวูบลงเหว ธามชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความดุดันและกรุ่นไอความหงุดหงิดบึ้งตึงลงทันทีในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบฉายแววรusรนและไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงเมื่อตระหนักว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลนี้ ส่วนพาย... หัวใจที่กำลังเต้นพริ้วไหวเพราะปลายนิ้วอุ่นๆ ของเจ้านายหนุ่มกลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวานหยดที่ลอดผ่านบานประตูกระจกเข้ามา
"ธามคะ... รินเองค่ะ เปิดประตูให้รินหน่อย"
ชื่อนั้น... ชื่อที่พายไม่อยากได้ยินที่สุดในเวลานี้ รินดา อดีตคนรักเก่าที่เดินจากไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน กลับปรากฏตัวขึ้นหน้าห้องทำงานส่วนตัวของซีอีโอหนุ่มในยามที่บรรยากาศระหว่างเขากับเลขานุการส่วนตัวกำลังระอุถึงขีดสุด
พายรีบดีดตัวถอยหลังออกจากวงแขนแกร่งที่กักตัวเขาไว้กับขอบโต๊ะทำงานทันที ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาสูdฉีดรัวเร็วอีกครั้งไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความตกใจและความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มกวาดสายตามองสภาพตัวเองที่เนคไทหลุดลุ่ยและเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่จากการยื้อยุดเมื่อครู่ ก่อนจะส่งสายตาตำหนิและเร่งเร้าให้เจ้านายหนุ่มจัดการปัญหาเฉพาะหน้า
"ไปเปิดประตูสิครับ... แขกของคุณมารอแล้ว" พายเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน รอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะมีไว้รับมือกับธามถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนความไหวหวั่นในแววตา
ธามขบกรามแน่นจนสันกล้ามขึ้นเป็นนูน ดวงตาคมกริบมองพายสลับกับบานประตูด้วยความรู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะระเบิด มือหนาเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างลวกๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมา
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น พาย" ธามกดเสียงต่ำลอดไรฟัน ท่าทีที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเป็นความเย็นชาและหงุดหงิดใส่ "คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนเรียกเธอมา"
"ผมจะไปรู้ใจคุณกับแฟนเก่าได้ยังไงล่ะครับ เชิญตามสบายเถอะครับ ผมขอตัวไปเคลียร์เอกสารกองนี้ที่โต๊ะข้างนอกดีกว่า เกรงว่าอยู่ตรงนี้จะขัดจังหวะการรำลึกความหลังของคุณเสียเปล่าๆ" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ที่ตีตื้นขึ้นมาในอกทำให้เขาอยากจะหนีออกไปจากตรงนี้ให้พ้น
แต่ก่อนที่พายจะทันได้ก้าวเท้าเดินผ่านตัวธาม ร่างสูงก็คว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดพอที่จะตรึงพายให้อยู่กับที่ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา
"อยู่ตรงนี้... ห้ามไปไหนทั้งนั้น" ธามออกคำสั่งเสียงเข้ม แววตาจริงจังจนพายชะงัก
"ทำไมผมต้องอยู่? ในเมื่อรินดา... อดีตคนรักของคุณเขามาหาคุณถึงที่" พายเชิดหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตฉายแววรั้น "คุณควรจะออกไปต้อนรับเธอให้สมฐานะสิครับ ไม่ใช่มาดึงผมไว้แบบนี้"
"หึงรึไง?" ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่เจ้านายหนุ่มก็ยังไม่วายหาจังหวะหยอกล้อให้คนตัวเล็กกว่าได้หัวเสีย
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณครับ ใครหึง! ปล่อยผมเลยนะ" พายสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายที่ถูกรู้ทันความคิด
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ต่อปากต่อคำกันไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหวานของรินดาที่เริ่มเจือแววสงสัย
"ธามคะ? หลับไปแล้วเหรอคะ รินมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วยจริงๆ นะคะ เปิดให้รินหน่อยเถอะค่ะ"
ธามถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท เขาสบตาพายอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ก่อนจะตัดสินใจเดินไปปลดล็อกประตูและดึงมันออกกว้างพอให้เห็นร่างเพิ่งแต่งกายด้วยชุดเดรสหรูของรินดาที่ยืนทำหน้าตatื่นอยู่ด้านนอก
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ รินดา" ธามเอ่ยถามเสียงเรียบไร้เยื่อใย ร่างสูงยืนขวางทางเข้าประตูอย่างจงใจ ไม่ยอมให้หญิงสาวก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเขา
รินดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีห่างเหินและเย็นชาของชายหนุ่ม แต่เธอก็ยังคงปั้นยิ้มหวานหยาดเยิ้ม พยายามก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับเอื้อมมือจะแตะที่แขนของเขา
"รินคิดถึงคุณค่ะธาม... พอดีรินผ่านมาแถวนี้แล้วนึกถึงเรื่องโปรเจกต์ที่เราเคยคุยกันไว้เมื่อก่อน รินคิดว่าเราน่าจะทบทวนมันดูอีกรอบนะคะ" รินดาเอ่ยเสียงหวานออดอเซาะ สายตาพยายามชำเลืองมองเลยผ่านไหล่กว้างของธามเข้าไปด้านในห้องทำงาน จนกระทั่งเธอเห็นร่างของพายที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลนัก
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินดาแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยหวานเชื่อมเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าพาย เลขานุการหนุ่มที่เธอเคยเขม่น ยังคงอยู่ This room with him at this hour.
"อ้าว... น้องพายก็ยังอยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังทำงานกันอยู่อีกเหรอคะ หรือว่า..." รินดาลากเสียงยาว เจตนาเหน็บแนมชัดเจน สายตากวาดมองสำรวจสภาพของพายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจ
พายแค่นยิ้มมุมปาก ไม่คิดจะก้มหัวให้ท่าทีอวดดีนั้น ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ประตูกระจกมากขึ้น ยืนเคียงข้างธามในระยะที่ใกล้จนไหล่แทบจะชนกัน ท่าทีที่เป็นธรรมชาติและแสดงความเป็นเจ้าของกลายๆ นั้นทำให้รินดาหน้าตึงขึ้นมาทันที
"ครับ พอดีท่านประธานเขาสอนงานผม 'อย่างใกล้ชิด' จนดึกดื่นน่ะครับ" พายจงใจเน้นเสียงคำว่าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยพิษร้ายให้อดีตคนรักของเจ้านาย "งานของบริษัทเราละเอียดอ่อนมากครับ ต้องใส่ใจทุกซอกทุกมุม... จริงไหมครับ ท่านประธาน"
พายหันไปสบตาธามที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความท้าทาย ธามชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ กับความแสบสันของเลขานุการตัวแสบคนนี้ ที่ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง
"ใช่ครับ... งานบางอย่าง ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความใส่ใจเป็นพิเศษ" ธามเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจทอดเสียงยาว สายตาคมกริบที่มองพายไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนตอนมองรินดาเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาพายหัวใจกระตุกวูบ
รินดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความริษยาพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ เธอไม่เคยเห็นธามใช้สายตาแบบนี้มองใครมาก่อน ตั้งแต่เลิกรากันไป ผู้ชายคนนี้ก็กลายเป็นหินผาที่ไร้หัวใจ แต่ตอนนี้... เขากลับยอมให้อินานุญาตให้ผู้ชายหน้าจืดคนนี้เข้ามาปั่นป่วนชีวิตได้ถึงเพียงนี้
"ธามคะ รินว่าเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าค่ะ ยืนคุยตรงนี้มันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่" รินดาพยายามเปลี่ยนกลยุทธ์ เธอส่งสายตาออดอเซาะเข้าใส่ พร้อมกับจะแทรกตัวผ่านร่างสูงเข้าไปในห้องให้ได้
แต่ธามกลับขยับตัวยืนขวางทางไว้สนิท ไม่ยอมให้รินดาก้าวล้ำเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาอีกครั้ง ความอดทนของเขาหมดลงแล้ว
"ไม่ต้องหรอกครับ ดึกมากแล้ว ผมไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับคุณ และที่นี่... ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะเข้ามาได้ตามใจชอบ" ธามเอ่ยปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไร้เยื่อใย
รินดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและอับอาย เธอมองหน้าธามสลับกับพายด้วยความเคียดแค้น "ธาม! คุณกล้าไล่รินเหรอคะ? เพราะมันใช่ไหม... เพราะเด็กนี่ใช่ไหมที่คุณเปลี่ยนไป!"
"อย่ามาพาลใส่คนอื่นครับรินดา" ธามเสียงเข้มขึ้น ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "คนที่เดินออกไปก่อนคือคุณเอง อย่าลืมสิครับ"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจของรินดา หญิงสาวหน้าซีดเผือด ตัวสั่นด้วยความโกรธ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ก่อนจะหันมามองพายด้วยสายตาอาฆาต
"เก่งนักนะแก... คิดว่าจะจับเขาได้เหรอ ผู้ชายแบบธามน่ะ ไม่มีวันรักใครจริงหรอ..."
"พอได้แล้วครับ!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของธามตวาดลั่นทางเดินจนรินดาต้องสะดุ้งเงียบเสียงลงทันที บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบราศีกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว
"ถ้าคุณยังไม่หยุดทำตัวไรมารยาทแบบนี้ ผมจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไปจากตึกเดี๋ยวนี้" ธามประกาศกร้าวอย่างเด็ดขาด
รินดากลืนน้ำฝาดลงคออย่างยากลำบาก เธอกวาดสายตาโกรธเกรี้ยวมาที่พายครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายลับไปจากมุมตึกด้วยความอับอายขายหน้า
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณหน้าห้องทำงานอีกครั้ง พายผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ความตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลง แต่หัวใจดวงน้อยกลับยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อหันกลับไปสบตากับเจ้าของห้อง
ธามหันกลับมามองพาย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิดอย่างรวดเร็ว จนพายต้องถอยหลังไปชนกับบานประตูกระจกที่ปิดสนิท
แววตาสีเข้มของธามตอนนี้ไม่มีความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความเร่าร้อนและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
"โล่งใจแล้วเหรอครับ ที่ไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญไปได้แล้ว" ธามเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ผมไม่ได้ไล่... คุณต่างหากที่ไล่" พายพยายามเถียงกลบเกลื่อนความหวั่นไหว หัวใจเต้นรัวระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"แต่คุณก็ช่วยผมตอกกลับเธอได้แสบดีนี่" ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของพายออกให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสที่แผ่วเบานั้นทำให้พายตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ธาม..." พายครางเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา เมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ นั้นเลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา
ดวงตาคมกริบของธามมองลึกลงมาในดวงตาของพาย ความเงียบงันรอบตัวทำให้เสียงหัวใจของคนทั้งคู่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใดๆ
และในวินาทีที่ธามกำลังจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด...
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธามดังแผดเสียงขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวอย่างไม่รู้เวลากลุ่ม ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด สบถออกมาเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ขณะที่พายได้สติรีบใช้มือดันแผงอกแกร่งให้ออกห่างทันที
ธามจำใจต้องผละตัวออกเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ใบหน้าหล่อเหลาก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนไม่คาดคิด
พายที่ยืนจัดเสื้อผ้าอยู่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย เมื่อเห็นปฏิกิริยาแปลกๆ ของเจ้านายหนุ่ม
"มีอะไรเหรอครับ หรือว่ารินดากลับมาอาละวาดอีก?" พายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย
ธามเงยหน้าขึ้นสบตาพาย ใบหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับซีดเผือดลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววความกังวลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"ไม่ใช่รินดา..." ธามเอ่ยเสียงเครียด นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้พายถึงกับเลือดในกายเย็นเฉียบ
"แม่ผม... บินกลับมาจากต่างประเทศกระทันหัน และตอนนี้... ท่านกำลังยืนรออยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่างแล้ว"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและซัพพอร์ต "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ•ตอนที่ 11
เส้นกั้นที่เริ่มจางหาย
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนกันเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!