สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท•ตอนที่ 22

ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเหมือนกฎแรงดึงดูด

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบของวัน มันไม่ใช่เสียงถอนหายใจธรรมดา แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สะท้อนความอึดอัดจนอากาศในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดแทบจะกลายเป็นของแข็ง ไออุ่นนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวเดิม สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือราวกับว่ามันจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ แต่ไม่ว่าตัวหนังสือบนหน้าจอจะเลื่อนผ่านไปกี่หน้า บรรทัดฐานทางเคมีหรือทฤษฎีเทอร์โมไดนามิกส์ที่เคยเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ตอนนี้กลับกลายเป็นตัวอักษรไร้ความหมาย สมองของเขามันรวนไปหมดแล้ว ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืน... เหตุการณ์ที่คินก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับรูมเมตตัวดีลดลงเหลือแค่ศูนย์ ให้ตายสิ นั่นมันผิดหลักฟิสิกส์ชัดๆ! คนเราจะปล่อยให้แรงดึงดูดระหว่างมวลมันกระชากเข้าหากันจนหัวใจเต้นผิดจังหวะขนาดนั้นได้อย่างไรกัน "ถ้าเกร็งขนาดนั้น ระวังเส้นเลือดในสมองตีบนะครับคุณไออุ่น เดี๋ยวผมจะต้องมาปั๊มหัวใจให้อีกรอบ ซึ่งบอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่รับประกันว่าจะผายปอดให้ถูกวิธีหรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมห้องครัว คินกำลังยืนพิงเคาน์เตอร์ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ไอความร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาตัดกับบรรยากาศเงียบงันระหว่างเรา รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงมีความกวนประสาทตามแบบฉบับเดิม แต่ในแววตานั้นกลับซ่อนความระมัดระวังบางอย่างเอาไว้ ซึ่งนั่นแหละ... ยิ่งทำให้ไออุ่นรู้สึกทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม ปกติแล้ว คินจะต้องเดินเข้ามาหยอก หรือไม่ก็หาเรื่องสะกิดให้เขาโวยวายกลับไปแล้ว แต่นี่... นี่มันคือความเงียบที่น่าอึดอัดที่สุดตั้งแต่เราย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน ไออุ่นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองอีกฝ่ายนานเกินไป รีบเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างทันที น้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งจึงหลุดรอดออกมาด้วยความสั่นนิดๆ "ใครเกร็งกันเล่า! นายอย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อนะคิน สมองฉันปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้เส้นเลือดตีบอะไรทั้งนั้น!" "ปากแข็งจังเลยนะครับ..." คินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เสียงกระเบื้องกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ ก่อนที่ฝีเท้าเงียบเชียบจะก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด "ในทางฟิสิกส์น่ะ สสารที่มีมวลสารเข้าใกล้กัน จะเกิดแรงดึงดูดระหว่างกันตามกฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน ยิ่งระยะห่างลดลงมากเท่าไหร่ แรงดึงดูดก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น... เหมือนเราสองคนตอนนี้ยังไงล่ะครับ" "หยุดพูดเรื่องฟิสิกส์บ้าๆ นี่เลยนะ!" ไออุ่นเด้งตัวลุกขึ้นยืนด้วยความร้อนรน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องยกมือขึ้นมาพัดให้ตัวเอง "นายชอบเอาหลักการพวกนี้มาอ้างเพื่อตลบตะแลงฉันตลอด! ถ้าระยะห่างมันเพิ่มขึ้น... แบบนี้... มันก็แปลว่าเราควรรักษาระยะห่างให้มันเท่าเดิมสิ ถึงจะถูกต้องตามหลักสมดุล!" ไออุ่นถอยหลังกรูดไปจนชิดติดผนังห้อง เมื่อเห็นคินก้าวเข้ามาประชิดอีกเพียงก้าวเดียว แววตาของคินในตอนนี้ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันนิ่งสนิทและลึกซึ้งเสียจนไออุ่นไม่กล้าสบตาตรงๆ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าเบื่อ แต่เป็นความเงียบที่หนักหน่วงราวกับออกซิเจนในห้องกำลังค่อยๆ ลดปริมาณลงทีละน้อย เสียงหัวใจของตัวเองดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ชัดเสียจนกลัวว่าอีกคนจะได้ยิน คินหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือถึง ดวงตาคมคายคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของไออุ่น ไล่ตั้งแต่ดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววตื่นตระหนก ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า "ถ้าในทางทฤษฎี... การรักษาระยะห่างคือการสร้างสมดุล" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา รabกุมและจริงจังจนแปลกหู ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายื่นออกมาข้างหน้า ชะืองค้างไว้กลางอากาศชั่ววินาที ก่อนจะตัดสินใจทาบลงบนกรอบหน้าผากของไออุ่นเบาๆ เพื่อปัดปอยผมที่ตกลงมาบังตาออกให้อย่างทะนุถนอม "แต่ในทางปฏิบัติของหัวใจ... ยิ่งพยายามถอยห่างออกไปมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งดึงให้ผมอยากเข้าไปใกล้คุณมากขึ้นเท่านั้นล่ะครับ ไออุ่น" สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง กฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดที่ไออุ่นเคยท่องจำพังทลายลงในพริบตา สมองของเขาขาวโพลน คิดคำโวยวายไม่ออกแม้แต่คำเดียว หัวใจเจ้ากรรมก็ดันทรยศด้วยการเต้นรัวเร็วเสียจนควบคุมไม่ได้ "นาย... นายพูดอะไรเนี่ย..." ไออุ่นเสียงสั่น พยายามจะเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็ถูกสายตาคู่นั้นตรึงเอาไว้ราวกับถูกสะกดจิต "ผมไม่ได้พูดเล่นนะ" คินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม "คุณก็รู้สึกเหมือนกันใช่ไหมล่ะครับ... ความเงียบในห้องนี้มันไม่ได้ทำให้เราห่างกันเลย แต่มันกำลังตะโกนบอกความรู้สึกบางอย่างที่เราต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจต่างหาก" ในวินาทีที่ไออุ่นกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งทะลุขีดจำกัด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโซฟาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดนั้นทันที *Pling!* ไออุ่นสะดุ้งเฮือก อาศัยจังหวะนั้นมุดลอดแขนของคินวิ่งแจ้นไปคว้ามือถือขึ้นมาด้วยความลهاลลาน ตั้งใจจะกดปิดเสียงเพื่อหนีสถานการณ์ชวนใจเต้นนี้ แต่เพราะความรีบร้อนและนิ้วมือที่สั่นเทา ปลายนิ้วของเขาจึงพลาดไปกดโดนไอคอนแอปพลิเคชันแชตสีเขียว และเผลอจิ้มส่งข้อความร่างที่พิมพ์ค้างไว้ตั้งแต่มือถือค้างเมื่อคืนนี้ไปยังห้องแชตส่วนตัวของรูมเมตที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองเมตรโดยอัตโนมัติ! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อหน้าจอปรากฏข้อความที่ถูกส่งออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ: *[ไออุ่น]: "ถ้าเข้าใกล้กว่านี้... ฉันอาจจะห้ามใจตัวเองไม่ให้ชอบนายไม่ได้นะ คิน"* ไออุ่นชะงักค้าง ราวกับเวลาถูกกดปุ่มหยุดนิ่ง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ในจังหวะเดียวกันนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ของคินก็ดังขึ้นตามมาติดๆ *Pling!* คินก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ชำเลืองอ่านข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะค่อยๆคลี่Eยิ้มกว้างออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและประกายตาราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ก่อนที่คินจะค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของไออุ่นหมุนเคว้งด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง "งั้นก็... ห้ามใจตัวเองไม่สำเร็จ... ตั้งแต่ตอนนี้เลยดีไหมครับ?" --- ขอขอบคุณคุณรี้ดทุกท่านที่เดินทางร่วมเรียนรู้เคมีหัวใจบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%