"ถ้าขยับเข้ามาใกล้กว่านี้อีกเซนติเมตรเดียว ผมคงคิดว่าคุณกำลังรอให้ผมจูบนะครับ, ไออุ่น"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยิ้มพรายของคินดังขึ้นในระยะประชิด ทำเอาคนฟังสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงช็อตเข้าที่สันหลังวาบ ไออุ่นรีบดีดตัวถอยหลังกรูดจนสะโพไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานในห้องแล็บส่วนตัว เสียงอุปกรณ์แก้วกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งสะท้อนความตื่นตระหนกในอกที่เต้นโครมครามราวกับกลองเพลิง
ดวงตากลมโตของนักศึกษาปีสองคณะวิทยาศาสตร์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากเก่งตวัดมองหน้าคนฉวยโอกาสทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววเจ้าเล่ห์ของรูมเมทหนุ่มอัจฉริยะ ยิ่งทำให้ไออุ่นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสียกระบวนท่าให้กับเกมที่อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มแต่ฝ่ายเดียว
"อะ...ไอ้บ้าคิน! ใครเขาจะรอให้แกจูบฟะ! หลงตัวเองขั้นวิกฤตเกินไปแล้วนะ!" ไออุ่นโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า สองมือปัดป่ายอากาศอย่างไร้ทิศทางก่อนจะคว้าเอาปากกาเคมีบนโต๊ะมาถือไว้ราวกับเป็นอาวุธป้องกันตัว "ถอยไปเลยนะเว้ย! บอกให้เว้นระยะห่างทางสังคมไง ระยะห่างทางกายภาพเนี่ย รู้จักไหมหลักฟิสิกส์น่ะ!"
คินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่อบอุ่นและมีเสน่ห์ร้ายกาจนั้นทำเอาไออุ่นเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ ร่างสูงโปรดในเสื้อกราวน์สีขาวยังคงยืนนิ่ง ไม่ได้ถอยหนีตามคำสั่ง แถมยังโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิมเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่มองลอดผ่านกรอบแว่นสายตานั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าแดงก่ำของเขาอย่างเปิดเผย ไม่มีทีท่าว่าจะล้อเล่นเหมือนทุกครั้ง
"หลักฟิสิกส์เรื่องแรงดึงดูดระหว่างมวลบอกไว้ว่า วัตถุที่มีมวลยิ่งมาก แรงดึงดูดย่อมยิ่งสูง..." คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตาที่ทอดมองมากลับมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายด้วยตำราฟิสิกส์เล่มไหน "แต่สำหรับผมนะไออุ่น... ต่อให้ไม่มีมวล เราก็ดึงดูดเข้าหากันอยู่ดี ไม่เชื่อลองวัดอัตราการเต้นของหัวใจคุณตอนนี้ดูสิครับ ว่ามันเกินร้อยสิบครั้งต่อนาทีไปหรือยัง"
ตึ้ก... ตึ้ก... ตึ้ก...
ไออุ่นรู้สึกเหมือนเสียงหัวใจตัวเองดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง สัมผัสอุ่นๆ จากตัวของคินยังคงลอยวนอยู่รอบตัว กลิ่นสะอาดๆ ประจำตัวของอีกฝ่ายผสานกับกลิ่นจางๆ ของสารเคมีในห้องแล็บ ทำให้เขารู้สึกมึนหัวอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกวูบวาบในช่องท้องที่แปลกประหลาดจนเขาไม่อยากยอมรับ
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่พวกเขาต้องมาแชร์ห้องพักและห้องแล็บร่วมกัน คินมักจะมีมุกจีบเสี่ยวๆ และคำพูดกำกวมแบบนี้มาหยอกล้อเขาอยู่เสมอ จนไออุ่นเผลอคิดไปเองว่ามันเป็นเพียงนิสัยขี้เล่นตามประสาคนกวนประสาท หรือไม่ก็เป็นบททดลองทางจิตวิทยาไร้สาระที่อีกฝ่ายสนุกที่จะได้เห็นเขาโวยวายหน้าแดง
แต่ทว่า... แววตาที่จริงจังเกินเบอร์ในวินาทีนี้ มันกำลังสั่นคลอนกำแพงในใจของไออุ่นทีละน้อย
*ไอ้รอยยิ้มแบบนั้น... สายตาแบบนั้น... มันหมายความว่ายังไงกันแน่? แกแค่แกล้งสนุกๆ ตามประสาคนว่างงาน หรือว่า... แกคิดอะไรเกินเลยจริงๆ วะไอ้คิน?*
เสียงความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ไออุ่นเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้แช่สารเคมีที่ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ บรรยากาศรอบตัวไม่ได้อึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนระอุและเปราะบางเสียจนไม่มีใครกล้าขยับตัวก่อน
"มองอะไรเล่า หน้าฉันมีสูตรโครงสร้างทางเคมีติดอยู่รึไง ถึงได้จ้องไม่วางตาขนาดนั้น" ไออุ่นเลือกที่จะทำลายความเงียบด้วยการเชิดหน้าขึ้นทำเป็นเก่ง ทั้งที่หูทั้งสองข้างแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ
คินยิ้มบางๆ สายตาคู่คมไหววับไปชั่วขณะก่อนจะยอมถอยหลังกลับไปยืนในระยะปลอดภัย ปล่อยให้ไออุ่นได้สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ อย่างโล่งอก ร่างสูงเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองที่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์และกราฟผลการทดลองปฏิกิริยาเคมีเปิดค้างไว้
"เปล่าหรอกครับ... ผมแค่มองสำรวจ 'ตัวอย่างทดลอง' ที่สำคัญที่สุดในชีวิตต่างหาก" คินเอ่ยหน้าตาย พลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ "ว่าแต่... ที่คุณโวยวายกลบเกลื่อนผมเมื่อกี้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะแพ้ใจให้ผมเข้าจริงๆ หรือเปล่าล่ะครับ หืม?"
"หลงตัวเองขั้นโคม่า! ใครจะไปแพ้แก, ไอ้อัจฉริยะวิปลาส!" ไออุ่นแหวลั่น พยายามทำเป็นหยิบหลอดทดลองขึ้นมาล้างเพื่อกลบเกลื่อนอาการมือไม้สั่น "วันๆ เอาแต่หยอดมุกเลี่ยนๆ ไม่เหนื่อยบ้างรึไง หน้าด้านเป็นบ้า!"
"ถ้าความเหนื่อยแลกกับการได้เห็นคุณหน้าแดงแบบเมื่อกี้..." คินชะงักคำพูดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาตรงๆ ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ไออุ่นเคยเห็นมา "ผมยอมเหนื่อยไปตลอดชีวิตเลยนะ"
ตูม!
ประโยคเดียวเหมือนระเบิดย่อมๆ ลงกลางใจ ไออุ่นเกือบทำหลอดทดลองในมือร่วงพื้น ใบหน้าร้อนผ่าวเสียยิ่งกว่าโดนกรดเข้มข้นสาดใส่ ความสงสัยที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอดระเบิดออกมาจนเขาต้องวางอุปกรณ์ลงแล้วหันไปจ้องหน้าอีกฝ่ายตรงๆ
"นี่... คิน" เสียงของไออุ่นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความหงุดหงิดระคนสงสัยฉายชัดผ่านแววตาคู่สวย "ที่แกทำอยู่ทั้งหมดเนี่ย... แกแกล้งฉันเล่นสนุกๆ เหมือนที่เด็กๆ ชอบแกล้งคนที่ตัวเองหมั่นไส้ หรือว่า... แกคิดจริงจังวะ?"
ห้องแล็บทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความกดดันจากความคาดหวัง คินหยุดมือจากการพิมพ์งานบนแป้นพิมพ์ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับไออุ่นนิ่ง นัยน์ตาคู่คมคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความจริงจังที่หนักแน่นและลึกซึ้งจนคนมองรู้สึกใจหายวาบ
คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหาไออุ่นช้าๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว... จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าในระยะที่ใกล้เสียยิ่งกว่าเดิม มือหนายื่นออกมาช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่ปอยผมลู่เหงื่อบนหน้าผากของไออุ่นอย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาไออุ่นแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"ถ้าผมบอกว่า..." คินกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความหมาย "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่เคยมีสักวินาทีเดียวที่ผมคิดจะเล่นๆ เลยล่ะครับ"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมองของไออุ่นขาวโพลน ว่างเปล่า ไม่เหลือกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ให้ประมวลผลอีกต่อไป คำพูดทื่อๆ แต่จริงใจของคนตรงหน้ากำลังละลายทิฐิและข้อสงสัยทั้งหมดในใจจนหมดสิ้น
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงเปิดผางอย่างไร้มารยาทของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างโปร่งบางของ 'มีน' เพื่อนสนิทตัวแสบพุ่งพรวดเข้ามาในห้องแล็บราวกับพายุ พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือหน้าจอโชว์ข้อความแชตกลุ่มคณะขึ้นมาประจานเสียงดังลั่น
"ไอ้อุ่น! คิน! พวกแกสองคนรีบดูนี่ด่วนเลย! อาจารย์ที่ปรึกษาประกาศเปลี่ยนหัวข้อโปรเจกต์จบปีสองแบบฟ้าผ่า! เขาบอกว่าให้ยุบโปรเจกต์ที่เราทำร่วมกัน แล้วให้แยกย้ายไปทำเดี่ยว! แถมกำหนดส่งคือสัปดาห์หน้าแล้วโว้ย!"
ไออุ่นสะดุ้งสุดตัวผละออกจากคินทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าที่ยังแดงก่ำเปลี่ยนสีเป็นซีดเผือดในพริบตาเดียว สมองที่เพิ่งถูกสารละลายความหวานละลายไปเมื่อครู่ถูกกระชากกลับสู่ความเป็นจริงอันโหดร้ายทันที
"วะ...ว่าไงนะ?! ยุบโปรเจกต์?! ให้ทำเดี่ยว?! แล้วสัปดาห์หน้าเนี่ยนะ?!"
ไออุ่นหันขวับไปมองหน้าคินที่ตอนนี้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางหายไปจากใบหน้าเรียบร้อยแล้ว แววตาของชายหนุ่มอัจฉริยะฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อมองหน้าจอโทรศัพท์ของมีนที่ยื่นเข้ามาใกล้
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมทดลองปฏิกิริยาหัวใจไปด้วยกันนะครับ
สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท•ตอนที่ 10
ทำไมต้องมองด้วยสายตาแบบนั้น
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!