สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท•ตอนที่ 2

กฎเหล็ก 5 ข้อของคนขี้โวยวาย

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
กระดาษโน้ตสีเหลืองนีออนแผ่นเบ้อเริ่มถูกแปะทับลงบนหน้าจอแล็ปท็อปของผมอย่างแรง จนข้อความรายงานปฏิบัติการเคมีที่กำลังพิมพ์อยู่ถูกบังมิดชิด "กฎเหล็ก 5 ข้อสำหรับการแชร์ห้องร่วมกับมนุษย์สมองเพชรแต่วิญญาณกวนประสาทสิงร่าง... อ่านซะ นายคิน!" ผม—ไออุ่น นักศึกษาปีสองคณะวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะประสาทกินตายคาห้องพัก — ยืนกอดอกเชิดหน้าใส่รูมเมตหนุ่มหน้าตาดีเกินมนุษย์ที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำสนิทด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ คินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองข้อความบนกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจทีละข้ออย่างใจเย็น "ข้อหนึ่ง... ห้ามเข้ามาในรัศมีหนึ่งเมตรตอนที่ฉันกำลังหัวเสียเด็ดขาด ข้อสอง... ห้ามใช้หลักการฟิสิกส์มาเถียงเวลาฉันโมโห ข้อสาม... ห้ามหยอดมุกเสี่ยวระหว่างทำแล็บ ข้อสี่... ห้ามทำหน้าหล่อใส่เวลาฉันลืมตาดูไม่ทัน และข้อห้า... ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด ห้ามขโมยพุดดิ้งชาไทยในตู้เย็นของฉันเด็ดขาด!" ผมร่ายยาวรวดเดียวจบจนแทบหมดลมหายใจ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ (และส่วนหนึ่งก็เพราะสายตากรุ้มกริ่มที่เขากำลังมองมานี่แหละครับ) คินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้สำริด เสียงกระทบเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องนั่งเล่น ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะคลี่ยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่ผมอยากจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดให้หายหมั่นไส้เสียจริงๆ "อืม..." คินลากเสียงยาวในลำคอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายวิบวับราวกับนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม "เป็นกฎที่ตั้งขึ้นมาด้วยอารมณ์ล้วนๆ ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เจือปนเลยนะครับเนี่ย... น่ารักดี" "ใครน่ารัก! ฉันซีเรียสนะคิน!" ผมโวยวายเสียงดังลั่นห้องพร้อมกับทำท่าฮึดฮัดชกอากาศระบายความหงุดหงิด "นายกำลังทำลายบรรยากาศอันสงบสุขในการใช้ชีวิตของฉันนะ รู้ตัวบ้างไหม จากเดิมที่ฉันควรจะเป็นเด็กวิทย์ผู้เงียบขรึมและลึกลับ ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนบ้าที่ต้องมานั่งทะเลาะกับเรื่องพุดดิ้งในตู้เย็นไปซะแล้ว" "ก็ใครบอกให้นายชอบกินของหวานตอนดึกๆ ล่ะครับ" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว จนผมต้องผถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ "รู้ไหมว่าตามกฎทางเทอร์โมไดนามิกส์แล้ว..." "หยุดเลยนะ! บอกแล้วไงว่าห้ามเอาฟิสิกส์มาอ้าง!" ผมยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ทันก่อนที่เขาจะเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันน้อยเกินไป น้อยจนผมได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นเปปเปอร์มินต์สะอาดๆ จากตัวเขา "ผมไม่ได้เอาฟิสิกส์มาอ้างสักหน่อย..." คินโน้มใบหน้าลงมาหาผมช้าๆ เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลชวนใจสั่นดังอยู่ข้างใบหู "...ผมแค่วิเคราะห์ตามหลักการของ *แรงดึงดูดระหว่างมวล* (Gravitational Force) ต่างหากล่ะครับ" "ฮ... ฮะ? อะไรนะ?" ผมเบิกตากว้าง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องปฏิกิริยาเคมีได้รวดเร็วพลันรวนเรราวกับระบบคอมพิวเตอร์โดนไวรัสเล่นงาน "นายก็รู้กฎข้อที่หนึ่งของนิวตันนี่ครับ... วัตถุที่หยุดนิ่งจะพยายามรักษาสภาพหยุดนิ่ง เว้นแต่จะมีแรงภายนอกมากกระทำ" คินกระซิบเบาๆ ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากใบหูผมไม่ถึงคืบ "แต่สำหรับเราสองคน... ต่อให้นายพยายามจะนิ่งแค่ไหน แรงดึงดูดระหว่างเรามันก็มีค่ามากกว่าแรงเสียดทานเสมอแหละครับอุ่น ยิ่งนายถอยหนี ผมก็ยิ่งต้อง... เข้าหา" พูดจบร่างสูงก็ขยับเข้ามาอีกก้าว จนผมไม่มีทางให้ถอยหนีได้อีกต่อไป แผ่นหลังแนบสนิทติดชั้นหนังสือ ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาสีนิลที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล มันดังเสียจนผมกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันด้วย "คนบ้า... นายมัน... นายมันขี้โกง!" ผมอึกอักต่อว่าได้แค่นั้นเพราะความเขินอายที่ตีตื้นขึ้นมาจนท่วมใบหน้า ร่างกายร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตา Bunsen burner มาจ่อไว้ใกล้ๆ "ผมไม่ได้โกงสักหน่อยครับ ผมกำลังพิสูจน์ทฤษฎีให้ดูต่างหาก" คินยิ้มละมุน มือหนายื่นเข้ามาหยิบกระดาษโน้ตสีเหลืองนีออนแผ่นนั้นออกจากหน้าจอแล็ปท็อปของผมอย่างแผ่วเบา "ส่วนกฎ 5 ข้อของนายเนี่ย... ผมขอหักล้างด้วยทฤษฎีใหม่ก็แล้วกันนะครับ" "ทฤษฎีอะไรของนายอีกเล่า!" ผมโวยวายกลบเกลื่อนอาการใจสั่น คินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ "ทฤษฎีที่ว่า... *หัวใจของรูมเมตขี้โวยวายคนนี้ แพ้ทางนักวิทยาศาสตร์เจ้าเล่ห์อย่างผมราบคาบ* ไงครับ" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชทในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้อง ผมรีบผลักอกอีกฝ่ายแล้วกระโดดโหยงหนีออกมาทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศสุก เพื่อคว้ามือถือมาดูแก้เก้อ นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยกดเปิดหน้าจอเพื่อดูว่าใครส่งข้อความมาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ แต่ทว่า... ชื่อคนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแชท กลับไม่ใช่เพื่อนสนิทในภาควิชาอย่างที่คิดไว้ แต่มันคือแชทของ **"คิน"** ที่ส่งตรงมาจากโทรศัพท์มือถือของเขาเอง... และข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอของผมตอนนี้ ทำเอาลมหายใจของผมสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ *[KIN]: อุ่น... นายรู้ไหมว่าสารเคมีอะไรที่ทำปฏิกิริยากับใจฉันรุนแรงที่สุด?* ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของข้อความที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองก้าวทันที คินไม่ได้ถือโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือ... แต่เขากำลังกดส่งข้อความนั้นมาจากแล็ปท็อปของเขาเองที่เชื่อมต่อหน้าจอซิงค์กันไว้! และก่อนที่ผมจะได้ทันตั้งตัว นิ้วเรียวของคินก็พิมพ์ข้อความถัดไปส่งเข้ามาอีกข้อความอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก *[KIN]: คำตอบคือ... รอยยิ้มเวลาที่นายเขินจนหน้าแดงไงครับ... เป็นแฟนกันเถอะนะ* วิ้วววว—! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาร่วมทดลองสูตรเคมีหัวใจในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับรูมเมต: ปฏิกิริยาเคมีหัวใจยัยตัวดีกับนายอัจฉริยะกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%