กลิ่นควันธูปโบราณและกลิ่นอับชื้นของคัมภีร์หนังเสือสมิงคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ทว่ารณพีร์กลับไม่มีเวลามาใส่ใจความระคายจมูกนั้น
เด็กหนุ่มหน้ามึนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อกกเก่าๆ กลางห้องโถงใต้ดินของเรือนไทยไม้สักประยุกต์ เบื้องหน้าของเขาคืออาคมวงกลมสีชาดที่ถูกลากเส้นด้วยโลหิตผสมผงว่านสบู่เลือด แรงกดดันมหาศาลจากไสยเวทสายปราบปรามแผ่ซ่านเสียดแทงผิวหนังจนขนลุกชันทุกรูขุมขน
"ถ้าสมาธิแกหลุดแม้แต่ปลายก้อย ยันต์สะท้อนกลับในวงเขตอาคมจะซัดวิญญาณอาฆาตพวกนั้นเข้าสู่ร่างแกโดยตรง... และบอกไว้ก่อนว่า ฉันไม่มีเวลามานั่งทำพิธีขับไล่รอบที่สองให้เสียแรงหรอกนะ เจ้าเด็กดื้อ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นดังมาจากมุมมืดของห้อง ปกรณ์ในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีดิบพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่น มือหนากำก้านธูปบริสุทธิ์สามดอกไว้มั่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแสงสลัวจ้องมองเด็กหนุ่มราวกับจะทะลุปรุโปร่งไปถึงกระดูก
รณพีร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ตามวิสัย แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นเม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย ปลายนิ้วเรียวยังสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ต้องโคจรพลังปราณไสยเวทให้ไหลเวียนสอดคล้องกับระบบ ‘เนตรสยบวิญญาณ’ ที่กำลังส่งเสียงเตือนระรัวอยู่ในห้วงความคิด
[ ตรวจพบแรงกดดันทางไสยเวทระดับ 3 กำลังรุกรานจิตสำนัก ]
[ คำเตือน: อัตราการซิงโครไนซ์กับพลังจิตวิญญาณลดลงเหลือ 64% ]
[ ระบบกำลังเปิดใช้งานโหมดปรับแต่งอัตโนมัติ: กรุณาควบคุมการหายใจตามจังหวะชีพจรของเป้าหมาย ]
*บดขยี้ให้แหลกสิฟะ ระบบบ้า...* รณพีร์สบถในใจอย่างหัวเสีย เขารู้ดีว่าคุณอาไม่ได้ขู่เล่น การฝึกภาคสนามวันนี้คือการบังคับให้เขาเชื่อมต่อกับ "ดวงจิตอาฆาต" ของศพไร้ญาณสามศพที่ฝังอยู่ใต้ถุนเรือน เพื่อดึงเอาความทรงจำและร่องรอยของอาคมมืดออกมาวิเคราะห์
แต่ปัญหาคือ พลังงานวิญญาณเหล่านั้นมันปั่นป่วนและกระหายเลือดเกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีจะรับไหว ร่างกายของเขาร้อนรุ่มรากับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง ทว่าปลายนิ้วกลับเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งขั้วโลก
"อย่าฝืนต้านกระแสพลังด้วยกำลังกาย..." จู่ๆ ปกรณ์ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยไร้ซุ่มเสียง ฝ่ามืออุ่นจัดของชายหนุ่มทาบทับลงบนแผ่นหลังกว้างของรณพีร์อย่างมั่นคง ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะแผ่นหลัง ช่วยบรรเทาอาการสั่นเทาของเด็กหนุ่มลงได้ชั่วพริบตา "ผ่อนลมหายใจออก... ปล่อยให้จิตใจไหลไปตามกระแสความมืด อย่าไปสู้กับมัน แต่จงกลืนกินมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิชา"
สัมผัสใกล้ชิดนี้ทำให้ลมหายใจของรณพีร์สะดุดกึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวจากอาคม แต่เป็นเพราะกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้เป็นอาที่เจือด้วยกลิ่นจันทน์หอมและไอบรรยากาศอันดุดันแต่น่าหลงใหล มันชวนให้ใจเต้นแรงในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"อะ... อาปกรณ์ ถอยไปห่างๆ หน่อยครับ ผมหายใจไม่ออก" รณพีร์ฝืนเปล่งเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาฟอร์มความหน้ามึนเอาไว้แม้ใบหูทั้งสองข้างจะแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ
ปกรณ์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงของเด็กหนุ่มจนเจ้าตัวต้องห่อไหล่โดยอัตโนมัติ "ปากดีเหลือเกินนะ... ถ้าสมาธิแตกกระเจิงคราวนี้ ฉันนี่แหละจะจับแกมัดกับเสาเรือนแล้วปล่อยให้ผีพรายตบสั่งสอนสักสามวันสามคืน"
แม้คำพูดจะดูดุดันและไร้ความปรานี แต่ฝ่ามือที่ทาบอยู่บนแผ่นหลังกลับกระชับแน่นขึ้น พร้อมถ่ายทอดพลังปราณบริสุทธิ์เข้ามาช่วยพยุงแก่นวิญญาณของรณพีร์ไว้อย่างนุ่มนวล เป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับวาจาร้ายกาจโดยสิ้นเชิง ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของรณพีร์ปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม
ในจังหวะนั้นเอง โลกทั้งใบก็คล้ายจะดับวูบลง
วงเขตอาคมสีชาดระเบิดแสงวาบขึ้นพร้อมกัน ร่างของรณพีร์ถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงมิติแห่งความทรงจำของดวงวิญญาณอาฆาต ภาพเหตุการณ์ฆาตกรรมอันโหดเหี้ยมเมื่อหลายสิบปีก่อนฉายชัดขึ้นในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ทว่าท่ามกลางความมืดมิดและเสียงกรีดร้องโหยหวนนั้น กลับมีเงาร่างอันบิดเบี้ยวของอักขระโบราณตัวหนึ่งปรากฏขึ้นกลางหน้าผากของศพจำแลง
รณพีร์เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ข้อมูลมหาศาลทะลักเข้าสู่ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' จนเกิดเสียงแจ้งเตือนรัวระ营ราวกับเครื่องจักรจะพังทลาย
[ ตรวจพบรหัสอักขระควบคุมวิญญาณ: 'ยันต์ตรึงอาถรรพ์ทิศบูรพา' ]
[ คำเตือนระดับวิกฤต: อักขระนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ในยุคสมัยนี้... แต่มันเชื่อมโยงกับ "สำนักไสยเวทร่มฉัตร" ที่สูญหายไปเมื่อร้อยปีก่อน ]
[ เงื่อนไขพิเศษถูกปลดล็อก: ผู้ใช้บรรลุการเชื่อมโยงจิตวิญญาณระดับ 2 ]
พริบตานั้นเอง แสงไฟในห้องใต้ดินก็ดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ทว่าในความมืดนั้น รณพีร์กลับมองเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะเห็น ดวงตาสีดำสนิทของเขาแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีทองเรืองรองด้วยพลังของเนตรสยบวิญญาณ
และสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า... ห่างจากปลายจมูกของเขาไปเพียงคืบเดียว คือใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดฝาดของหญิงสาวในชุดไทยโบราณที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่ในหลุมศพใต้ถุนเรือน ดวงตากลวงโบ๋ของหลอดเลือดฝอยสีดำจ้องมองตรงมาที่เขา พร้อมกับริมฝีปากที่ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
ก่อนที่รณพีร์จะได้ทันเปล่งเสียงอุทาน มือหนาอันคุ้นเคยของปกรณ์ก็คว้าหมับเข้าที่ต้นคอของเขา ดึงรั้งให้ถอยหลังหลบคมเล็บยาวเฟื้อยที่พุ่งเข้ามาหมายปลิดชีพได้อย่างเฉียดฉิว!
"ระวังตัวด้วย... รณพีร์" เสียงกระซิบกระชากของปกรณ์ดังชิดริมฝีปากในความมืด น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดและประกายตาที่วาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว "ดูเหมือนว่า... มีคนอื่นกำลังแอบมองการฝึกของเราจากข้างนอก... และมันไม่ได้มาดี"
— เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 9
การฝึกภาคสนามสุดโหด
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!