กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและคราบเลือดแห้งกรังคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลสภายในห้องชันสูตรศพของสถานีตำรวจนครบาล เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากเครื่องมือแพทย์ยิ่งขับเน้นความเงียบงันอันน่าอึดอัดให้เด่นชัดขึ้น
รณพีร์ยืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับเด็กหนุ่มหน้ามึน ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของผู้เสียชีวิตรายล่าสุด—ชายหนุ่มวัยกลางคนที่ถูกพบเป็นศพในตรอกมืดเมื่อคืนก่อน ร่างกายของเขามีร่องรอยการต่อสู้ แต่สิ่งที่สะดุดตาและดึงดูดสมาธิทั้งหมดของรณพีร์ไป ไม่ใช่บาดแผลฉีกขาดเหล่านั้น หากแต่เป็นลวดลายหมึกสีดำสนิทที่พาดผ่านแผ่นหลัง
“คุณอา... ว่าไงบ้างครับ” รณพีร์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความจริงจัง
ปกรณ์ผู้เป็นอา ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางกำลังไล้ไปตามผิวหนังบริเวณร่องรอยประหลาดนั้นอย่างระมัดระวัง เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ทว่าคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียดบ่งบอกว่าสถานการณ์นี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ไม่ใช่รอยสักแฟชั่นทั่วไปแน่ ๆ พีร์” ปกรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตามองลวดลายที่บิดเบี้ยวคล้ายอักขระโบราณ “โครงสร้างการเดินเส้นแบบนี้... ใช้หมึกผสมผงกระดูกผีตายโหงและน้ำมันพรายเจือจาง เป็นรูปแบบการลงอาคมสายดำที่สูญหายไปจากวงการไสยเวทนานกว่าสามสัปตวรรษแล้ว”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเตือนก้องกังวานที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของรณพีร์
[ ติ๊ง! ตรวจพบร่องรอยพลังงานไสยเวทระดับอาถรรพ์: 'ยันต์พันธนาการโลหิต' ]
[ ระบบเนตรสยบวิญญาณ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก... ]
[ ความเชื่อมโยง: ลัทธิลับ 'สัจธรรมเงาทมิฬ' (Black Shadow Cult) ]
[ สถานะ: ค่าประสบการณ์จิตวิญญาณ +500 แต้ม | ความอันตรายของเป้าหมาย: สูงมาก ]
ดวงตาของรณพีร์ไหววูบไปชั่วขณะเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า ทว่าเขาก็เก็บอาการไว้อย่างแนบเนียนด้วยใบหน้าตายด้านอันเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันระบบของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือบอกเตือนภัยอีกต่อไป แต่มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เชื่อมโยงโลกเร้นลับเข้ากับความจริงอันโหดร้ายตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ
“ลัทธิสัจธรรมเงาทมิฬเหรอครับคุณอา?” รณพีร์ทวนชื่อที่เพิ่งปรากฏขึ้นในระบบ พลางก้าวเข้าไปใกล้เตียงชันสูตรอีกนิดเพื่อพิจารณาลายเส้นบนผิวหนังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น “กลุ่มที่เชื่อเรื่องการบูชายัญวิญญาณเพื่อแลกกับความเป็นอมตะนั่นน่ะหรือครับ”
ปกรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาก หลานชาย แววตาของชายหนุ่มผู้ผ่านโลกมามากฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด “ถูกต้อง เจ้าพวกลัทธินี้เคยถูกกวาดล้างไปครั้งใหญ่เมื่อสิบปีก่อน แต่การที่รอยสักนี่กลับมาปรากฏบนศพของเหยื่ออีกครั้ง... หมายความว่าพวกมันกำลังฟื้นคืนชีพ และอาจกำลังเตรียมพิธีกรรมครั้งใหญ่บางอย่าง”
รณพีร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สมองกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดอย่างรวดเร็ว หากอ้างอิงจากระบบเนตรสยบวิญญาณ รอยสักนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อประดับร่างกาย แต่มมันคือ 'ตัวส่งสัญญาณ' และ 'สัญญาพันธะ' ระหว่างวิญญาณของผู้ตายกับนายเหนือหัวแห่งลัทธิ ทุกคนที่ประทับรอยนี้จะสูญเสียเจตจำนงเสรี และเมื่อถึงเวลา... ร่างกายของพวกเขาจะกลายเป็นภาชนะให้ภูตผีปีศาจเข้าสิงสู่
“เราปล่อยไว้ไม่ได้หรอกครับ” รณพีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มทอประกายคมกริบ “ถ้าพวกมันกำลังรวบรวมดวงวิญญาณเพื่อทำพิธีจริง เหยื่อรายนี้คงไม่ใช่คนสุดท้ายแน่”
ปกรณ์ถอดถุงมือยางออกโยนลงถังขยะอย่างลวก ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่หลานชายเบา ๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “อาเห็นด้วยกับเรา พีร์ แต่การจะสืบสาวราวเรื่องไปถึงรังใหญ่ของพวกมัน เราต้องอาศัยมากกว่าแค่การมองเห็นด้วยตาเปล่า... เจ้าพร้อมสำหรับการทดสอบขั้นต่อไปไหมล่ะ”
รณพีร์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง “สำหรับเรื่องสืบสวนและปราบพวกเดรัจฉานวิชา... ผมไม่เคยไม่พร้อมครับคุณอา”
ทั้งสองเตรียมจะก้าวออกจากห้องชันสูตรเพื่อเริ่มแกะรอยจากเบาะแสสุดท้ายที่ผู้ตายทิ้งไว้ ทว่าในวินาทีที่มือของปกรณ์กำลังจะผลักบานประตูเหล็กให้เปิดออก อุณหภูมิภายในห้องกลับลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านข้อเท้าทั้งที่ไม่มีช่องระบายอากาศ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูนั่นเอง
แกร็ก!
กลอนประตูด้านนอกถูกหมุนโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ปกรณ์ชักมือกลับทันทีพร้อมกับดึงรณพีร์ให้ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่รณพีร์หรี่ตามองผ่านกระจกฝ้าของประตู ร่างเงาดำทึบหลายร่างกำลังทาบทับเข้ามา บรรยากาศกดดันพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
[ ติ๊ง! คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานไสยเวทระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิด ]
[ ผู้มาเยือน: 'ผู้คุมกฎแห่งเงาทมิฬ' และบริวารอีกสี่นาย ]
[ คำแนะนำเร่งด่วน: หลบหนีหรือเตรียมตัวเข้าสู่การปะทะทันที ไม่มีทางเลือกอื่น! ]
แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบติด ๆ ดับ ๆ ก่อนที่บานประตูห้องชันสูตรจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกกปิดด้วยหน้ากากกระดูกสัตว์น่ากลัว และในมือของผู้นำกลุ่มนั้น... ถือกำกะโหลกมนุษย์ที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสยดสยอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากונותนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
— เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 8
รอยสักต้องสาป
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!