กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นสาบสางของน้ำมันพรายคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ปกรณ์ใช้ปลายนิ้วเท้าเขี่ยเศษกระดูกสัตว์ที่ถูกบดละเอียดซึ่งโรยไว้เป็นแนวเขตอาคมบนพื้นไม้กระดานเก่าคร่ำคร่า แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุสาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนในดวงตาคมกริบของเขาที่กำลังหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในขณะที่รณพีร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง สายตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังร่องรอยพลังงานสีหมองคล้ำที่ยังคงลอยวนเวียนอยู่เหนือโครงกระดูกมนุษย์ทารกในขวดโหลแก้วสีชา
"ร่องรอยสดมากครับคุณอา..." รณพีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่แววตาฉายประกายความเยือกเย็นอย่างผู้ที่ผ่านสนามอารมณ์มาโชกโชน "พลังงานอาคมสายมืดแบบนี้ ไม่ใช่แค่การทำเสน่ห์ยาแฝดทั่วไป แต่มันคือพิธีกรรม 'เลี้ยงผีถอดหัว' ขั้นสูง... คนที่อยู่เบื้องหลังคลังสมุนไพรเถื่อนนี้ ต้องเป็นหมอผีระดับอาจารย์ที่ใช้หนอนกระสือเป็นสื่อกลางในการดูดกลืนพลังชีวิตของเหยื่อเพื่อต่ออายุขัยของตัวเองอย่างแน่นอนครับ"
ปกรณ์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและรอยสักอักขระโบราณจางๆ บริเวณท่อนแขนขวา เขาคุกเข่าลงใช้ปลายนิ้วแตะที่หยดของเหลวสีดำบนพื้น แล้วนำมาแตะที่จมูกเพื่อวิเคราะห์ส่วนผสม
"ฟอร์มาลีนผสมกับน้ำมันช้างผสมโขลง... และมีกลิ่นสาบของกระสือป่าผสมอยู่ด้วย" ปกรณ์เงยหน้าขึ้น สันจมูกโด่งเป็นคมขยับเล็กน้อยยามสูดลมหายใจ "หมอผีคนนี้ไม่ได้กบดานอยู่คนเดียว มันมีเครือข่ายคอยส่งเสบียงเนื้อสดจากโรงฆ่าสัตว์เถื่อนแถบชานเมืองมาให้ เพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงตัวอ่อนในร่างของสมุนไพรวิญญาณ... พีร์ ระวังหลัง"
ฉับพลันนั้นเอง อากาศรอบตัวก็ลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ แสงไฟตะเกียงวูบไหวราวกับจะดับลงในพริบตา!
รณพีร์ไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เด็กหนุ่มหน้ามึนเบี่ยงตัวหลบเงาดำที่พุ่งทะลุกำแพรกระดาษสาเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปลายมีดหมอลงอาคมในมือสะบัดออกด้วยความเร็วสูง เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกใช้เป็นยามเฝ้าประตูดังสนั่นหู ก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นควันสีเทาไปในพริบตา
[ติ๊ง! ตรวจพบพลังงานไสยเวทระดับ B กำลังเคลื่อนไหวในรัศมี 50 เมตร]
[ระบบเนตรสยบวิญญาณทำการวิเคราะห์จุดอ่อน: เป้าหมายคือ 'โครงข่ายวิญญาณทาส' ที่เชื่อมต่อกับหมอผีเถื่อนนามว่า 'อาจารย์ชู' ผู้กบดานอยู่ชั้นใต้ดินของโรงงานร้าง]
[เงื่อนไขภารกิจเสริม: ทำลายห้องทดลองไสยเวทและจับกุมตัวการก่อนเที่ยงคืนนี้ รางวัล: แต้มวิญญาณสะสม +500 และปลดล็อกเนตรทิพย์ขั้นที่ 3]
หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าเรืองแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าของรณพีร์ เด็กหนุ่มกวาดสายตาอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนเพียงความท้าทายของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ต้องตามหาเบาะแสให้เหนื่อยแล้วนะครับคุณอา" รณพีร์เก็บมีดหมอเข้าฝักด้วยท่าทางนิ่งสงบ "เจ้าของบ้านคงต้อนรับเราด้วยของชิ้นใหญ่กว่าที่คิด"
ปกรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมกราบกรานมองออกไปทางประตูไม้ที่สั่นระรัวจากแรงลมภายนอก เขายื่นมือหนาไปตบเบาๆ ที่ไหล่บางของเด็กหนุ่มเพื่อถ่าย AURA พลังปราณอุ่นร้อนเข้าสู่ร่างกายของรณพีร์โดยอัตโนมัติ เป็นสัญชาตญาณการปกป้องที่ทำจนเป็นกิจวัตร
"ระวังตัวด้วย อย่าห้าวเกินหน้าเกินตาเหมือนคดีที่แล้ว เข้าใจไหมครับเด็กดื้อ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยความเอ็นดูเจือความดุดันตามประสาผู้ปกครอง
"ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับคุณอา อีกอย่าง... ผมมีคุณอาคอยระวังหลังให้ทั้งคน จะกลัวอะไรล่ะครับ" รณพีร์ตอบกลับด้วยใบหน้าตายด้านตามเคย แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มซุกซนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ปกรณ์ส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความดื้อเงียบของเด็กหนุ่ม ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเท้าออกจากห้องพักร้างแห่งนั้นเพื่อมุ่งหน้าสู่ใจกลางของความมืดมิดที่รออยู่เบื้องล่าง
บันไดไม้เก่าส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาดทุกครั้งที่น้ำหนักกดทับ กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามความลึกที่เพิ่มขึ้น ปกรณ์เดินนำหน้าด้วยท่าทางระแวดระวัง มือขวาถือประคำไม้มงคลโบราณที่หมุนวนด้วยกระแสจิตอันกล้าแกร่ง ส่วนรณพีร์เดินตามติดห่างไม่ถึงก้าว ดวงตาสะท้อนแสงเรืองรองจากระบบเนตรสยบวิญญาณคอยกราดสแกนผนังและพื้นผิวเพื่อหาค่ายกลพรางตา
เบื้องล่างสุดของบันไดคือประตูกระจกฝ้าที่ถูกปิดตายด้วยยันต์กระดาษสีเหลืองซีด รอบบานประตูปรากฏคราบเลือดแห้งกรังเป็นทางยาว ราวกับมีบางสิ่งถูกลากผ่าน ณ จุดนี้ เสียงกระซิบพร่าเลือนนับร้อยเสียงดังระงมขึ้นในโสตประสาท ราวกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากวิญญาณนับร้อยที่ถูกจองจำในขุมนรกโลกันตร์
"หยุดก่อนครับพีร์..." ปกรณ์ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดก้าว สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกฝ้าเข้าไปด้านใน "ข้างในนั้นไม่ได้มีแค่หมอผีชูคนเดียว มีกลิ่นอายของ 'ภูตพรายป่าลึก' ที่ถูกปลุกเสกด้วยวิชาสายเขมรโบราณ... พลังของมันกดทับเขตอาคมของเราอยู่"
รณพีร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ระบบในหัวส่งเสียงเตือนรัวเรี่ยด้วยสัญญาณสีแดงฉาน
[คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานจิตระดับสูงจากเบื้องหลังประตู พลังป้องกันของเป้าหมายเกินกว่าค่าเฉลี่ย 300%]
[ข้อเสนอแนะจากระบบ: ประสานพลังปราณกับปกรณ์เพื่อใช้ 'ค่ายกลกระบี่หกวิถี' ทำลายการป้องกันในครั้งเดียว]
เด็กหนุ่มหันไปสบตากับผู้เป็นอา ทั้งคู่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ความผูกพันและประสบการณ์ที่ผ่านความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วนทำให้ใจตรงกันในเสี้ยววินาที ปกรณ์ขยับตัวยืนขนาบข้าง รวบรวมพลังปราณสีทองอร่ามไว้ที่ฝ่ามือ ขณะที่รณพีร์ดึงยันต์ปราบมารออกจากกระเป๋าเสื้อพร้อมถ่ายเทพลังงานจากเนตรสยบวิญญาณลงไปจนกระดาษแผ่นนั้นเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า
"พร้อมนะครับคุณอา?" รณพีร์เอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น
"นับสามพร้อมกันครับ" ปกรณ์ตอบรับ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียด
"หนึ่ง..."
"สอง..."
"สาม!"
สิ้นเสียงนับ ประตูไม้และกระจกฝ้าก็ระเบิดออกเป็นจุลพร้อมกับแรงปะทะของคลื่นพลังงานสีดำมืดที่พุ่งเข้าใส่ร่างของทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่า—ก่อนที่กลุ่มควันและเงาดำเหล่านั้นจะทันได้แตะต้องตัวพวกเขากลับมีร่างเงาปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นตัดหน้า พร้อมกับกางเขตอาคมรูปวงแหวนอักขระโบราณรับแรงกระแทกนั้นไว้ได้อย่างandสนิท!
เงาลึกลับนั้นค่อยๆ หันกลับมามองพวกเขาทั้งสองช้าๆ ภายใต้ฮู้ดสีดำที่ปกปิดใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ทำให้เลือดในกายของรณพีร์เย็นเฉียบ
"ช้าไปก้าวเดียว... พวกคุณนี่มันใจร้อนเสียจริงนะ คุณอาปกรณ์ และคุณหนูรณพีร์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 10
สายลับในเงามืด
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!