กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศยามค่ำคืน โกดังสินค้าเก่าริมท่าเรือร้างแห่งนี้เงียบสงบจนน่าขนลุก ทว่าภายใต้ความเงียบงันนั้นกลับซ่อนแรงกดดันมหาศาลจากอาคมสายมืดที่แผ่พุ่งออกมาเป็นระลอก รณพีร์ยืนนิ่งอยู่หลังลังไม้สูงทึบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดด้วยความระแวกระวัง หน้ามึนๆ ของเด็กหนุ่มในยามปกติดูจริงจังขึ้นถนัดตา สมาธิทั้งหมดถูกดึงมารวมไว้ที่หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ ตรวจพบสนามพลังอาคมระดับสูง: ค่ายกลโลหิตสะتونวิญญาณ ]
[ คำเตือน: เป้าหมายด้านหน้ามีการใช้มนต์ดำควบคุมอาถรรพ์ ผู้บุกรุกจะสูญเสียพลังชีวิต 5% ทุกๆ สามนาที ]
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางคิดในใจ สภาพแวดล้อมแบบนี้ต่อให้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทก็พาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ร่างกายของเขากำลังตอบสนองต่อระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ที่ถูกยกระดับขึ้นในภารกิจก่อนหน้า ความรู้สึกร้อนผ่าวไหลเวียนไปตามเส้นประสาท กระตุ้นให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าเฉียบคมยิ่งกว่าเก่า
"คุณอาครับ ทางนั้น..." พีร์กระซิบเบาเสียยิ่งกว่าเสียงลมหายใจ พร้อมส่งสัญญาณมือเตือนชายหนุ่มที่ก้าวเดินนำหน้าอยู่ไม่ไกล
ปกรณ์ชะงักฝีเท้าลงทันที ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มกลมกลืนไปกับเงาดำของโครงสร้างโกดัง แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาบ่งบอกถึงความรอบคอบ มือขวากระชับยันต์กระดาษสาลงอักขระโบราณไว้มั่น เขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นถึงนักอาคมนอกรีตที่หลบหนีคดีอาญาลึกลับมานานหลายเดือน
"ระวังตัวด้วย พีร์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย "กลิ่นอายแบบนี้ไม่ใช่แค่การสะกดรอยธรรมดา มันคืออาคมสายเลือดที่สะสมพลังงานด้านลบมาเป็นแรมปี ถ้าพลาดท่าแม้แต่นิดเดียว... โครงสร้างวิญญาณของพวกเราอาจเสียหายถาวร"
"ผมรู้ครับ" พีร์ตอบรับสั้นๆ แต่น้ำเสียงหนักแน่น ไร้ซึ่งความลังเล
ฉับพลันนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่เบื้องหน้าก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล พร้อมกับร่างของชายชุดดำคนหนึ่งที่ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ใบหน้าของอีกฝ่ายซีกหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากไม้แกะสลักรูปอสูร ดวงตาสสีแดงก่ำสะท้อนแสงไฟสลัวจากด้านหลัง
"หึ... คิดว่าหนีพ้นรึไง เจ้าพวกตำรวจนอกแถวกับเด็กกะโปโล" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสีดังขึ้น "พวกแกเดินเข้ามาในหลุมศพของตัวเองด้วยความเต็มใจแท้ๆ"
สิ้นเสียงนั้น อักขระสีเลือดบนพื้นคอนกรีตก็สว่างวาบขึ้น ทันใดนั้น เงาดำนับสิบสายก็พุ่งทะยานออกมาจากมุมมืด รูปร่างของพวกมันบิดเบี้ยวคล้ายภูตผีที่ถูกพันธนาการด้วยความเคียดแค้น มันพุ่งตรงเข้าใส่ปกรณ์อย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน
"ระวังครับ!"
พีร์อุทานลั่น ร่างเพรียวพุ่งเข้าไปขวางหน้าผู้เป็นอาพร้อมกับตวัดมือซัดยันต์ปราบมารออกไปในอากาศอย่างแม่นยำ แสงสีทองสว่างวาบตัดผ่านความมืด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นเมื่อยันต์ปราบมารปะทะเข้ากับเงาดำจนสลายกลายเป็นควันสีเทา แต่ทว่า... อาคมระลอกที่สองกลับรุนแรงยิ่งกว่า
ชายสวมหน้ากากอสูรหัวعาอย่างสะใจ มือเรียวยาววาดกลางอากาศเป็นวงกลม พลังงานสีดำทมิฬรวมตัวกันเป็นหอกอาคมพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่ปกรณ์ที่กำลังติดพันกับการรับมือเงาดำด้านข้าง
*ฉึก!*
เสียงเนื้อกระทบกับพลังงานหนักหน่วง ปกรณ์เบิกตากว้างเมื่อพบว่าหอกอาคมพุ่งทะลุผ่านเกราะป้องกันไสยเวทของเขาอย่างง่ายดาย แรงกระแทกส่งผลให้ร่างสูงกระเด็นกระดอนไปชนกับลังไม้ด้านหลัง เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก แววตาคมเข้มฉายแววเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด
"คุณอา!" พีร์ตะโกนสุดเสียง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ความโกรธเกรี้ยวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังแผดเผาอยู่ในอก
[ แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ผู้ใช้อาคมหลักได้รับบาดเจ็บสาหัส ค่าพลังชีวิตของเป้าหมายลดลงเหลือ 18% ]
[ เงื่อนไขการปลดล็อกสกิลลับ 'เนตรสยบวิญญาณขั้นที่สอง' บรรลุครบถ้วน ]
[ ต้องการเปิดใช้งาน 'เขตอาคมสะท้อนวิญญาณ' หรือไม่? (ใช่ / ไม่ใช่) ]
หน้าต่างระบบโปร่งใสสั่นกระพืออย่างรุนแรง ตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนถี่ๆ ในหัวของเด็กหนุ่ม รณพีร์ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว นิ้วเรียวแตะลงบนคำว่า 'ใช่' ในอากาศอย่างไร้ความลังเล
ชั่วพริบตานั้นเอง อุณหภูมิภายในโกดังลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ นัยน์ตาของรณพีร์ที่เคยเป็นสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างเรืองรอง ลวดลายอักขระโบราณปรากฏขึ้นบนผิวหนังช่วงแขนและลามขึ้นมาถึงลำคออย่างน่าอัศจรรย์ พลังงานมหาศาลที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายนานาประการ ทำให้ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง
"แก..." ชายสวมหน้ากากอสูรชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระดับปีศาจที่แผ่ออกมาจากเด็กหนุ่มหน้ามึน "นั่นมันพลังอะไรกันวะ!"
รณพีร์ไม่ตอบคำถาม ร่างของเขาก้าวไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว แต่กลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าศัตรูราวกับภูตพราย มือขวาคว้าจับเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายที่มีไออาคมพวยพุ่งอยู่ แรงบีบเพียงเล็กน้อยกลับสร้างความเจ็บปวดจนหน้ากากอสูรหลุดร่วงลงพื้น
"การทำร้ายคนของผม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก นัยน์ตาสีทองกวาดมองด้วยความเหี้ยมเกรียม "จะต้องชดใช้ด้วยวิญญาณทั้งหมดที่แกมี"
เด็กหนุ่มสะบัดมือเพียงครั้งเดียว คลื่นพลังงานสีทองบริสุทธิ์ก็แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทำลายล้างค่ายกลโลหิตสะท้อนวิญญาณจนแหลกละเอียดเป็นจุล แรงระเบิดจากอาคมย้อนกลับไปโจมตีผู้ใช้จนกระเด็นอัดกำแพงโกดังกระอักเลือดคำโตหมดสติไปในทันที
ความเงียบสงบกลับคืนสู่โกดังอีกครั้ง ทว่าลมหายใจของรณพีร์ยังคงหอบถี่เล็กน้อยจากภาระของพลังที่เพิ่งปลดล็อก เด็กหนุ่มรีบพุ่งตัวกลับมาหาปกรณ์ที่นั่งพิงลังไม้อย่างอ่อนแรง
"คุณอา เป็นอย่างไรบ้างครับ?" รณพีร์ย่อตัวลงประคองร่างของผู้เป็นอาด้วยความร้อนรน สีหน้าที่เคยเรียบเฉยเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ปกรณ์แย้มยิ้มบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียว มือหนายื่นขึ้นไปแตะไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ "อาไม่เป็นไรมาก... ขอบใจนะพีร์ ที่ช่วยอาไว้ทัน"
รณพีร์ผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก ทว่าก่อนที่ความตึงเครียดจะคลี่คลาย เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบไปก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
[ ตรวจพบพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS นอกอาณาเขตโกดัง ]
[ คำเตือน: เป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในอาคารนี้... แต่กำลังรอพวกคุณอยู่ที่ทางออก ]
[ ผู้มาเยือนนิรนาม: "ยินดีด้วยที่ผ่านบททดสอบแรก... รณพีร์" ]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 11
ปะทะเดือดโกดังร้าง
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!