กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นอายอับชื้นของอาคมโบราณยังคงติดตรึงอยู่ในโพรงจมูก แม้ว่ามหันตภัยจากวิญญาณอาฆาตในโกดังร้างริมแม่น้ำจะเพิ่งถูกสยบลงไปไม่กี่นาทีที่ผ่านมา รณพีร์ทรุดกายพิงผนังปูนเปลือยอย่างหมดแรง ลมหายใจของเด็กหนุ่มหอบถี่ ใบหน้าขาวซีดเซียวปรากฏหยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวบัดนี้อ่อนล้าเต็มที ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ในสมองยังคงส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นระยะ บ่งบอกถึงพลังงานวิญญาณที่ถูกผลาญไปจนเกือบถึงขีดจำกัดจากการปะทะกับอาคมระดับสูงเมื่อครู่
"อย่าเพิ่งขยับตัวครับ นั่งนิ่งๆ ไว้ก่อน"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่วางอำนาจโดยธรรมชาติเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ปกรณ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่บัดนี้ยับยี้และมีรอยเปื้อนคราบเขม่าควันไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นซีเมนต์ที่เย็นเฉียบ มือหนาถือกล่องปฐมพยาบาลและขวดน้ำยาชำระอาคมเตรียมพร้อม
รณพีร์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนดื้อรั้น ดวงตาคู่คมช้อนขึ้นมองผู้เป็นอาเล็กน้อยก่อนจะเบือนหนีไปทางอื่น "ผมไม่ได้เป็นอะไรมากครับคุณอา แค่... แผลถลอกนิดหน่อยตามประสาคนซุ่มซ่าม"
"ซุ่มซ่ามหรือครับ?" ปกรณ์ทวนคำ น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยแต่มือกลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและนุ่มนวลอย่างยิ่ง นิ้วเรียวยาวแกะกระดุมเสื้อนักเรียนที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดบริเวณหัวไหล่ของเด็กหนุ่มออกอย่างระมัดระวัง เพื่อเผยให้เห็นรอยแผลไหม้จากไสยเวทสีดำคล้ำที่ลามเลียผิวเนียน "ถ้าช้ากว่านี้อีกสามวินาที วิญญาณอาฆาตตนนั้นคงได้ฝังรากลึกในเส้นลมปราณของคุณจนต้องใช้เวลาชำระล้างเป็นเดือน... นี่หรือที่คุณเรียกว่าเรื่องเล็กน้อยครับ รณพีร์"
เด็กหนุ่มหน้ามึนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสำลีชุบน้ำยาสมุนไพรเย็นเฉียบแตะลงบนบาดแผล ความเจ็บแปล๊บแล่นพล่านจนต้องสูดปากเข้าลึกๆ แต่เจ้าตัวกลับกัดฟันกรอด ไม่ยอมส่งเสียงร้องครวญครางออกมาแม้แต่แฮกเดียว ความดื้อดึงนี้ทำให้ปกรณ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา
บรรยากาศภายในห้องใต้หลังคาของโกดังร้างเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงฝนปรอยๆ ด้านนอกที่เริ่มโปรยปรายลงมา ปกรณ์ตั้งใจทำแผลให้อีกฝ่ายอย่างประณีต ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกอันดุดัน สายตาคมกริบทอดมองร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้าของหลานชายจำเป็นคนนี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มคนนี้แบกรับภาระและระบบประหลาดไว้มากแค่ไหนในวัยเพียงเท่านี้
"เจ็บก็บอกสิกครับ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นเข้มแข็งตลอดเวลาหรอก" ปกรณ์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน
"ผมไม่ได้ทำเป็นเข้มแข็งครับ..." รณพีร์พึมพำตอบเสียงเบา ดวงตาคู่สวยหลุบมองมือของคุณอาที่กำลังบรรจงปิดแผลด้วยผ้าก๊อซและร่ายคาถาผนึกสะกดไออาคมที่ยังหลงเหลือ "ผมแค่... ไม่ชอบเป็นภาระให้ใคร โดยเฉพาะกับคุณอาที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้ตลอด"
ปกรณ์ชะงักมือไปชั่วขณะ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหนา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนิ่มของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างหมั่นไสยแกแกมเอ็นดู "เด็กโง่... สำหรับผม การปกป้องคุณไม่ใช่ภาระ แต่เป็นหน้าที่ที่ผมเต็มใจต่างหากครับ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้หัวใจของรณพีร์เต้นผิดจังหวะ เด็กหนุ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างไม่มีสาเหตุ จึงรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงเรื่อบนพวงแก้ม พร้อมกับบ่นพึมพำกลบเกลื่อน "พูดอะไรเลี่ยนๆ น่ารำคาญชะมัด..."
ปกรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน แล้วหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาวางไว้บนฝ่ามือของเด็กหนุ่ม
"อะนี่... ของขวัญจากผมครับ"
รณพีร์ก้มมองสิ่งที่อยู่บนมือด้วยความประหลาดใจ มันคือ 'จี้หยกโบราณ' สลักลวดลายอักขระไสยเวทตระกูลปกรณ์ เนื้อหยกสีเขียวมรกตใสสะอาดแผ่ไออุ่นจางๆ ออกมาตัดกับความหนาวเย็นรอบตัวทันทีที่สัมผัสผิว เนื้อหยกนี้ผ่านการปลุกเสกและหล่อเลี้ยงด้วยพลังตบะระดับสูงอย่างเห็นได้ชัด
"นี่มัน... หยกประจำตระกูลไม่ใช่หรือครับ ทำไมถึงเอามาให้ผม..." รณพีร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ หยกชิ้นนี้มีค่านักในแวดวงผู้ใช้ไสยเวท เปรียบเสมือนเครื่องรางคุ้ม ภัยสูงสุดที่สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น
"เก็บไว้เถอะครับ" ปกรณ์เอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตาคมกริบมองสบตาเด็กหนุ่มนิ่ง "หลังจากผ่านศึกครั้งนี้ไป ผมรู้ว่าเส้นทางที่คุณต้องเดินต่อจากนี้มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ระบบที่คุณถือครองกำลังดึงดูดสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเข้ามาใกล้ทุกที หยกชิ้นนี้จะช่วยคุ้มครองจิตวิญญาณของคุณจากอาคมสายดำ และช่วยดึงสติเวลาที่คุณต้องใช้พลังเกินขีดจำกัด... ถือว่านี่เป็นคำสั่งจากผม ในฐานะ 'คุณอา' ของคุณก็แล้วกันครับ"
รณพีร์เม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยไหววับด้วยความรู้สึกอิ่มเอมที่ยากจะบรรยาย ความโดดเดี่ยวหวาดระแวงที่เคยมีมาตลอดถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นมั่นคงที่แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้วที่กำหยกชิ้นนั้นไว้แน่น เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ
"ขอบคุณครับ... คุณอา"
ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและอบอุ่น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียดอยู่ด้านหลังก็เกิดเสียงสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง ลมพายุหมุนวนอย่างไร้ที่มาพัดพากลิ่นอายความตายที่เข้มข้นกว่าครั้งไหนๆ เข้ามาในห้อง จนเปลวไฟจากยันต์คุ้มกันรอบห้องดับวูบลงในพริบตา
ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ในหัวของรณพีร์ส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยดังลั่นจนปวดขมับ หน้าต่างระบบสีแดงฉานปรากฏข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดที่สั่นสะท้อนรุนแรง:
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบร่องรอยพลังงานวิญญาณระดับภัยพิบัติ (S-Class Entity) กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่ในรัศมี 50 เมตร]*
*[คำเตือน: เป้าหมายไม่ใช่ภูตผีทั่วไป แต่เป็น... 'ผู้ควบคุมอาคม' ที่เชื่อมโยงกับอดีตของคุณปกรณ์]*
ปกรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมกริบฉายประกายความเยียบเย็นและระแวดระวังอย่างถึงที่สุด ร่างสูงก้าวเข้ามาบังรณพีร์ไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณนักรบ
ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงรองเท้าหนังจะก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นเยียบที่เอמהทักทายเข้ามาในความมืด:
"เจอตัวสักทีนะ... ทายาทตระกูลปกรณ์ และเด็กน้อยผู้ครอบครองเนตรต้องสาป..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนามาถึงจุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 12
ของขวัญจากคุณอา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!