"รอยมีดสลักลงบนกระดูกชิ้นที่เจ็ด... มันไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ทั่วไปอย่างแน่นอนครับคุณอา"
เสียงทุ้มต่ำของรณพีร์เอ่ยทำลายความเงียบภายในห้องทำงานของกองปราบปรามคดีพิเศษ แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มหน้ามึนผู้กำลังเพ่งพินิจภาพถ่ายคดีฆาตกรรมบนกระดานไวท์บอร์ด ดวงตาคู่คมของเขาฉายแววเคร่งเครียด นัยน์ตาข้างขวาปรากฏประกายแสงสีครามจางๆ ซึ่งเป็นกลไกการทำงานอัตโนมัติของระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ที่กำลังประมวลผลร่องรอยพลังงานไสยเวทตกค้างจากที่เกิดเหตุ
ปกรณ์ ชายหนุ่มมาดขรึมในชุดสูทสีเข้มยืนกอดอกอยู่เบื้องหลัง เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารคดีล่าสุดลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังทึบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนปกแฟ้มเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อเรียกสติ
"ไม่ใช่แค่ศพเดียวนะครับพีร์... ทางกองบัญชาการเพิ่งได้รับรายงานเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มีคดีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นพร้อมกันอีกสามจุดในเขตเมืองชั้นใน รูปแบบการจัดวางศพ วงอักขระโบราณที่สลักรอบฐานกระโหลก รวมถึงธาตุตั้งต้นที่ใช้ในการสะกดวิญญาณ ล้วนถอดแบบออกมาจากตำราอาคมสายดำที่สูญหายไปเมื่อสามสิบปีก่อน"
ปกรณ์อธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้ง เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและไสยเวทโบราณ ย่อมรู้ดีว่าการที่อาคมระดับนี้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันมีขนาดใหญ่เกินกว่าคดีฆาตกรรมทั่วไปหลายเท่าตัว
รณพีร์ไม่ตอบคำถามทันที เขายกมือขึ้นสัมผัสขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะจากการใช้งานระบบเนตรสยบวิญญาณติดต่อกันเป็นเวลานาน หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าเด็กหนุ่มอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็นตัวอักษรเรืองแสงสีแดงฉานที่กำลังกะพริบถี่ๆ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภัยคุกคามระดับอันตรายสูงสุด (High-Danger Chain Cases)]
[สถานะ: ตรวจพบการเชื่อมโยงของพลังงานวิญญาณอาฆาตจำนวน 4 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน]
[คำเตือน: นี่คือ 'คดีลูกโซ่' ที่ถูกควบคุมโดยผู้ใช้คาถาอาคมระดับปรมาจารย์ การปลดปล่อยวิญญาณเหล่านี้จะนำไปสู่พิธีกรรมใหญ่ หากปล่อยไว้ เกิน 12 ชั่วโมง พลังงานด้านลบจะทะลักเข้าสู่ใจกลางเมืองและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง]
[ภารกิจต่อเนื่อง: คลี่คลายปมคดีลูกโซ่และยับยั้งพิธีกรรม (ความยาก: S) - รางวัล: ปลดล็อกเนตรสยบวิญญาณขั้นที่สาม / บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียพลังปราณ 50%]
เด็กหนุ่มกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องทำงานอย่างหนักเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของคดี การที่คดีเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดไม่ได้มีเป้าหมายเพื่ออำพรางคดี แต่เป็นการ 'สร้างเครือข่ายพลังงาน' ต่างหาก ศพแต่ละศพทำหน้าที่เป็นเสาเข็มของอาณาเขตอาคมขนาดใหญ่
"พวกมันกำลังใช้มนุษย์เป็นสะพานเชื่อมพลังงานครับคุณอา" รณพีร์เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ปกครองหนุ่ม แววตาของเขาจริงจังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า "ถ้ามองจากมุมมองทางไสยเวท จุดเกิดเหตุทั้งสี่จุดเรียงตัวกันเป็นรูปอักษรยันต์โบราณ หากลากเส้นเชื่อมเข้าหากัน จุดศูนย์กลางของอาณาเขตจะตกลงที่... สถานีรถไฟใต้ดินสายเก่าใจกลางเมืองพอดี"
ปกรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย ร่องรอยความประหลาดใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความชื่นชมในความเฉียบแหลมของเด็กหนุ่ม "เธอคิดตรงกับข้อมูลสายลับของอาพอดี สถานีรถไฟใต้ดินแห่งนั้นปิดปรับปรุงมาตั้งแต่ปีมะነวณแล้ว แต่โครงสร้างใต้ดินยังคงเชื่อมต่อกับอุโมงค์ระบายน้ำโบราณ เป็นจุดอับสายตาที่เหมาะกับการทำพิธีกรรมมืดที่สุด"
"เราต้องรีบไปครับ" รณพีร์คว้าเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มมาสวมทับอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับตรวจสอบความพร้อมของยันต์คุ้มกันและอาคมในกระเป๋าคาดเอว "ถ้าปล่อยให้พิธีกรรมดำเนินไปถึงขั้นตอนสุดท้าย วิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายทั้งสี่จะกลายเป็น 'ชนวน' ให้กับวิญญาณบรรพกาลที่ถูกผนึกอยู่ใต้ดิน และคราวนี้ต่อให้คุณอากับผมรวมพลังกัน ก็อาจจะหยุดมันไม่ได้"
"ใจเย็นๆ ก่อนพีร์ การสืบสวนไม่ใช่การวิ่งเข้าใส่กองไฟโดยไม่วางแผน" ปกรณ์เอื้อมมือมาจับไหล่บางของเด็กหนุ่มไว้เบาๆ แรงบิดอันอบอุ่นและมั่นคงช่วยดึงสติของรณพีร์ให้กลับมาสู่ความรอบคอบ "จำไว้ว่าคู่ต่อสู้ของเราไม่ใช่แค่ฆาตกรโรคจิต แต่เป็นผู้ใช้คาถาที่มีประสบการณ์สูง การที่เราเดินเข้าไปตรงๆ เท่ากับตدหลุมพรางที่พวกมันขุดไว้"
รณพีร์พยักหน้ารับช้าๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจ ความหุนหันพลันแล่นไม่เคยช่วยแก้ปัญหาได้ ยิ่งในสถานการณ์ที่ระบบแจ้งเตือนภัยระดับอันตรายกำลังส่งเสียงร้องเตือนในหัว เขายิ่งต้องใช้สติและไหวพริบให้มากกว่าเดิม
"ผมเข้าใจแล้วครับ... เราจะใช้ข้อมูลจากร่องรอยวิญญาณที่ระบบตรวจพบในการแกะรอยเส้นทางการเคลื่อนย้ายพลังงานของพวกมัน แทนที่จะเดินตามแผนที่ของพวกมัน เราจะตัดวงจรจากปลายเหตุย้อนกลับไปหาต้นตอ" รณพีร์แย้มยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาฉายประกายความมั่นใจที่หาได้ยาก "ในเมื่อมันอยากเล่นเกมอาคมนัก ผมก็จะแสดงให้มันเห็นว่าเนตรสยบวิญญาณของผมสามารถพลิกกระดานนี้ได้อย่างไร"
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียด ปกรณ์หยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงชั่วครู่ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
"หน่วยปฏิบัติการพิเศษรายงานเข้ามา... พบความผิดปกติทางพลังงานบริเวณสถานีรถไฟใต้ดินเป้าหมายแล้วครับคุณอา กระแสวิญญาณเริ่มปั่นป่วนและมีรายงานการสูญหายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่อีกสองคน"
รณพีร์ขมวดคิ้วแน่น หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างต่อเนื่อง
[คำเตือนเร่งด่วน: ตรวจพบการเปิดประตูมิติวิญญาณก่อนกำหนด!]
[เวลาที่เหลือในการยับยั้งพิธีกรรม: 15 นาที]
[บุคคลปริศนาถูกตรวจพบ ณ จุดศูนย์กลางพิธีกรรม... กำลังดึงข้อมูลระบุตัวตน... ล้มเหลว! พลังงานไม่รู้จัก]
เด็กหนุ่มและปกรณ์สบตากันเพียงเสี้ยววินาที ความตระหนักรู้พุ่งพล่านไปทั่วร่าง พวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับฆาตกรตามลำพังเสียแล้ว แต่อาจจะมี 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' อีกผู้หนึ่งที่กำลังรอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่ใต้ความมืดมิดนั้น
รณพีร์กระชับกระบี่อาคมในมือแน่น ขณะที่ก้าวเดินไปที่ประตูห้องทำงาน พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทที่ซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะสนุกกว่าที่คิดไว้เสียอีกครับ"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนามาถึงจุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 13
คดีลูกโซ่ที่น่าสงสัย
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!