เสียงพลิกกระดาษโบราณกรอบแกลบราวกับเสียงซากแมลงปีกแข็งเดินทัพ ดังแข่งกับเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำรั่วในมุมห้องทำงานยามค่ำคืน กลิ่นอายของหมึกจีนโบราณและกระดาษสาเก่าเก็บนับร้อยปีคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าไม่มีใครในห้องนี้ใส่ใจบรรยากาศอันน่าอึดอัดนั้น
รณพีร์ขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบกวาดมองอักขระขอมโบราณที่เขียนด้วยหมึกผสมเลือดมนุษย์บนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย ความเหนื่อยล้าสะสมจากการใช้สมาธิเพ่งเล็งอักขระไสยเวทมานานกว่าสี่ชั่วโมงทำให้หัวคิ้วของเด็กหนุ่มหน้ามึนกระตุกถี่ ทว่าสัญชาตญาณและการทำงานของระบบในหัวยังคงตื่นตัวเต็มที่
[ตรวจพบรหัสอักขระไสยเวทระดับ 3: "ยันต์ธรณีสูบกลับด้าน"]
[ระบบกำลังประมวลผลความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งดวงดาวและพิกัดฆาตกรรม...]
[คำเตือน: ความแม่นยำในการแปลภาษาขอมโบราณชุดนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการปลดล็อกทักษะ 'เนตรสยบวิญญาณ' ขั้นที่สอง]
เสียงแจ้งเตือนไร้เสียงในห้วงความคิดทำให้รณพีร์ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ เขากดริมฝีปากเป็นเส้นตรง ปากแข็งไม่ยอมปริปากบ่นความเหนื่อยล้าออกมาแม้แต่น้อย แม้ว่าเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายแล้วก็ตาม
"ตรงนี้... ถ้าเรามองแค่โครงสร้างไวยากรณ์ภาษาขอม มันจะแปลว่า 'การชำระล้างด้วยอัคคี' นะครับอาปกรณ์" รณพีร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความจริงจัง ขณะใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้ากระดาษคัมภีร์ "แต่ถ้าเอาบริบทของคดีฆาตกรรมบูชาัญเมื่อสัปดาห์ก่อนมาเทียบเคียง ตัวอักขระตัวนี้ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยพับ... มันน่าจะทำหน้าที่เหมือน 'ลิ้นชักกล' มากกว่าพิธีกรรมชำระล้าง"
ปกรณ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามภายใต้แสงไฟสีส้มสลัว เงยหน้าขึ้นจากตำราอ้างอิงเล่มหนา แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ผู้มีศักดิ์เป็นทั้งคุณอาและผู้ปกครองขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนแก้วชาสมุนไพรที่ยังอุ่นอยู่ไปตรงหน้าเด็กหนุ่มหน้ามึน
"เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ ตาไวไม่เปลี่ยน" ปกรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอบอุ่น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เธอคิดถูกครึ่งหนึ่ง รณพีร์... อักขระตัวนั้นไม่ใช่การชำระล้าง แต่เป็น 'กับดักทางภาษา' ที่คนโบราณจงใจวางไว้ตบตาระบบไสยเวทตรวจจับ ถ้าใครแปลความหมายตามตำรากระแสหลัก วิญญาณของเหยื่อจะถูกดึงลงไปผูกติดกับรากฐานของตึกร้างแห่งนั้นทันทีโดยที่เราไม่รู้ตัว"
รณพีร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองหน้าผู้เป็นอาอย่างพิจารณา ปลายนิ้วที่ถือปากกาหมึกซึมชะงักค้างกลางอากาศ ความอบอุ่นที่อีกฝ่ายส่งผ่านมาทางถ้วยชาและแววตาห่วงใย มักทำให้กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างไว้รอบตัวพังทลายลงอย่างง่ายดายเสมอ
"ถ้าอย่างนั้น..." รณพีร์หลบสายตาครู่หนึ่งเพื่อซ่อนร่องรอยความไหววูบในใจ ก่อนจะปรับเสียงให้กลับมาเป็นปกติ "แปลว่าจุดเชื่อมโยงของพิธีกรรมครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลผู้ประกอบพิธี แต่เป็น 'สถานที่' ที่ถูกใช้เป็นฐานันดรของอักขระใช่ไหมครับ"
"ถูกต้อง" ปกรณ์พยักหน้ารับ ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้า แสงไฟสาดกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันคม "พิกัดที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในแผนที่สำนักทะเบียนราษฎร์ แต่มันถูกซ้อนทับด้วยอาคมพรางตาในย่านเมืองเก่า ที่ดินแปลงนั้น... เคยเป็นสถานที่ประหารชีวิตนักโทษทางการเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 และพวกมันกำลังใช้พลังงานอาฆาตจากอดีตมาหล่อเลี้ยงพิธีปลุกวิญญาณระดับอาถรรพ์"
ทันทีที่ปกรณ์กล่าวจบ ระบบในหัวของรณพีร์ก็ส่งเสียงเตือนลั่นระทึกยิ่งกว่าครั้งไหนๆ จนสมองแทบระเบิด
[ติ๊ง! ผู้เล่นไขปริศนาโครงสร้างหลักสำเร็จ: เชื่อมโยงพิกัดโบราณกับคดีปัจจุบัน]
[ปลดล็อกข้อมูลลับ: "มลทินแห่งปฐพี - ชั้นที่ 1"]
[ทักษะ 'เนตรสยบวิญญาณ' เลื่อนระดับสู่ขั้นที่ 2: สามารถมองเห็นร่องรอยพลังงานตกค้างย้อนหลังได้ 72 ชั่วโมง]
ความเจ็บแปลบแล่นพล่านจากหัวตาซ้ายลามไปถึงท้ายทอย รณพีร์นิหน้าด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับแน่น ดวงตาข้างซ้ายร้อนผ่าวราطูกับมีถ่านไฟแดงๆ มาจี้ ร่างกายเซถอยหลังเกือบชนชั้นหนังสือด้านหลัง
"รณพีร์!"
เสียงเรียกอย่างตกใจของผู้เป็นอาดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอบอุ่นที่มั่นคง ปกรณ์พุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่ทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มไว้ทันท่วงที ดวงตาคมเข้มฉายแววตระหนกและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือใหญ่อีกข้างรีบแตะลงที่ชีพจรบริเวณต้นคอเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของพลังปราณในร่าง
"ผม... ไม่เป็นไรครับอา..." รณพีร์กัดฟันแน่น ฝืนเปลือกตาขึ้นมองหน้าผู้ปกครอง แม้เหงื่อจะไหลท่วมใบหน้าจนผมเปียกลู่ "ระบบ... ระบบมันกำลังปรับจูนข้อมูลใหม่ ผมเห็นแล้ว... ผมเห็นว่าใครเป็นคนทิ้งร่องรอยนี้ไว้ที่เกิดเหตุเมื่อคืน..."
ปกรณ์ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่แววตายังคงเคร่งเครียด มือหนาลูบกลุ่มผมนิ่มของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างปลอบประโลม "อย่าเพิ่งฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัด รณพีร์ เธอก็รู้ว่าร่างกายมนุษย์มีขีดจำกัดในการรองรับกระแสวิญญาณ"
"ผมไม่ได้ฝืนครับ..." รณพีร์เงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววเจ้าเล่ห์และมั่นใจในแบบฉบับของเจ้าตัว ดวงตาสองสี (ข้างหนึ่งเป็นสีปรกติ อีกข้างสะท้อนประกายแสงสีทองจางๆ จากทักษะใหม่) จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปกรณ์
"เพราะว่า... ตอนนี้ผมเห็นเบาะแสสำคัญที่สุดแล้วครับอา"
รณพีร์เอื้อมมือไปหยิบกระดาษจดบันทึกแผ่นสุดท้ายที่เพิ่งแปลเสร็จขึ้นมา ชูให้ปกรณ์ดู ทว่าในวินาทีที่กระดาษแผ่นนั้นโดนแสงไฟจากโคมไฟส่องกระทบแบบมุมต่ำ หมึกสีดำที่พวกเขาเพิ่งแปลความหมายเมื่อครู่ กลับไม่ได้บอกพิกัดของตึกร้างในย่านเมืองเก่าอย่างที่ควรจะเป็น
แต่มันกลับปรากฏเป็นตัวเลขพิกัด GPS ชุดใหม่... ซึ่งกำลังกะพริบถี่ๆ อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของปกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ห่างจากมือพวกเขาไม่ถึงคืบ!
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าดังขึ้นพร้อมกันทั้งโทรศัพท์ของปกรณ์และระบบในหัวของรณพีร์
[ข้อความจากหมายเลขไม่ปรากฏชื่อ: "ขอบคุณที่ช่วยถอดรหัสให้... อาหลานตระกูลรณ... ตอนนี้ของขวัญต้อนรับบทที่ 15 กำลังเดินทางไปหาพวกคุณแล้วนะ"]
บรรยากาศในห้องทำงานพลันเย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะสะบัดไหววูบจนเกือบดับสนิท พร้อมกับเสียงเคาะประตูด้านนอกห้องที่ดังขึ้นสามครั้งอย่างเชื่องช้า... ในยามวิกาลที่ควรจะไม่มีใครอื่นอยู่นอกจากพวกเขาสองคน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนามาถึงจุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 14
ถอดรหัสตำราโบราณ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!