สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 21

ความลับที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเขม่าควันธูปโบราณคละคลุ้งหนาแน่นจนแทบมองไม่เห็นทางเบื้องหน้า แสงไฟสีแดงชาดจากอักขระอาคมที่สลักไว้บนพื้นหินแกรนิตใต้ฐานศาลหลักเมืองกำลังเต้นเรตุราวกับหัวใจที่ใกล้จะหยุดเต้น เสียงก้องกังวานของโลหะกระทบกันครั้งแล้วครั้งเล่าดังมาจากเบื้องล่าง สะท้อนถึงความพยายามครั้งสุดท้ายในการตรึงกลไกไสยเวทระดับมหภาคที่ถูกวางแผนมาเป็นแรมปี "ระบบกำลังคำนวณความหนาแน่นของอาคม... คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานวิญญาณระดับอาฆาต พุ่งทะยานเกินขีดจำกัดความปลอดภัยของเขตเมืองชั้นในร้อยละสามร้อยครับ" เสียงแจ้งเตือนจากระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ดังระรัวในโสตประสาทของรณพีร์ เด็กหนุ่มหน้ามึนกัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผ่านม่านหมอกไสยเวทเพื่อวิเคราะห์จุดอ่อนของโครงข่ายยันต์ที่แผ่ขยายออกไปทั่วรากฐานของตึกสูงระฟ้า เปลวไฟสีครามจางๆ สะท้อนอยู่ในหน่วยตาของเขา ขณะที่มือข้างขวากำก้านธูปอาคมที่เหลืออยู่เพียงดอกสุดท้ายแน่นจนนิ้วมือขาวซีด "อย่าลนลาน รณพีร์" เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นดังขึ้นจากด้านข้าง ปกรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวพร้อมกับสะบัดชายเสื้อคลุมยาวที่เปื้อนคราบฝุ่นดิน มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมแตะลงบนไหล่บางของเด็กหนุ่มเพื่อถ่าย ถ่ายทอดพลังปราณอุ่นร้อนเข้าสู่ร่างกายที่กำลังต้านทานแรงกดดันมหาศาล "ตั้งสติ มองให้ทะลุโครงสร้าง ไม่ใช่แค่เปลือกนอก" รณพีร์พยักหน้ารับช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งหวาดกลัว เบื้องล่างของพวกเขามีชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับแสนคนที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย และตัวการใหญ่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังก็กำลังรอให้พวกเขาเดินตกลงไปในหลุมพรางที่ขุดไว้ "ผมเห็นแล้วครับ... จุดศูนย์กลางไม่ได้อยู่ที่แท่นบูชา แต่ซ่อนอยู่ใต้ท่อระบายน้ำหลักห่างออกไปสามสิบเมตร" รณพีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มั่นคง ดวงตาฉายแววไหวพริบเฉียบคม "มันใช้กระแสลมหายใจของคนทั้งเมืองเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงวงจรอาคม หากเราทำลายจุดนั้นไม่ได้ เมืองนี้ทั้งเมืองจะกลายเป็นลานสังเวยขนาดใหญ่ในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า" "ฉลาดมาก เด็กน้อย..." เสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับเสียงกระดาษทรายถูกับพื้นปูนดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาของเสาหินขนาดใหญ่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากไม้สักแกะสลักเป็นรูปอสูรโบราณที่บิดเบี้ยว ดวงตาคู่ที่มองลอดออกมาจากช่องหน้ากากเต็มไปด้วยประกายความบ้าคลั่งและความเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน ปกรณ์ก้าวเท้าขนาบข้างรณพีร์โดยสัญชาตญาณ แขนแกร่งยกขึ้นปกป้องเด็กหนุ่มไว้ครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวัง "ไม่คิดเลยว่าอาจารย์ใหญ่แห่งสำนักเงาบูรพา จะลดตัวลงมาเล่นตลกสกปรกกับชีวิตคนนับแสนด้วยตัวเองแบบนี้... ท่านอาจารย์ทรงวุฒิ" ผู้มาใหม่หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลึกยาวพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายวัยกลางคนผู้มีชื่อเสียงก้องวงการไสยเวทโบราณ "ตลกหรือ ปกรณ์? เจ้าเด็กนี่ต่างหากที่ไร้เดียงสา โลกใบนี้มันเน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยา การสร้างระเบียบใหม่ขึ้นมาบนซากปรักหักพังต่างหากคือทางออกที่แท้จริง" ทรงวุฒิกวาดสายตามองไปรอบเมืองที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตึกรามบ้านช่อง "เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นบนความโลภและความหลอกลวง หน้าที่ของข้าคือการชำระล้างมันให้สิ้นซาก ด้วยพิธีกรรม 'เพลิงผลาญวิญญาณ' ที่บรรพบุรุษของพวกเราต่างหากที่ทอดทิ้งไป" รณพีร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินค่าพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของทรงวุฒิผ่านระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็ว [ประเมินเป้าหมาย: ทรงวุฒิ - ผู้นำสายอาคมสายมืดระดับปรมาจารย์] [ระดับพลังวิญญาณ: สูงกว่าขีดจำกัดปัจจุบัน 3.5 เท่า] [สถานะ: กำลังเร่งปฏิกิริยาพิธีกรรมขั้นสุดท้าย (ความคืบหน้า 87%)] [คำแนะนำจากระบบ: จำเป็นต้องใช้การประสานพลังคู่หูระดับสูงเพื่อทำลายจุดประสานอาคมก่อนเวลาครบกำหนด] "สามจุดห้าเท่า..." รณพีร์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่ความเงียบของเขากลับทำให้ทรงวุฒิฉีกยิ้มกว้างขึ้น "คิดจะหาทางแก้หรือเจ้าหนู? เสียเวลาเปล่า อาคมนี้ผูกติดกับดวงจิตของข้าเรียบร้อยแล้ว หากพวกเจ้าฆ่าข้า พิธีกรรมจะเร่งความเร็วขึ้นสองเท่า และหากพวกเจ้าปล่อยข้าไว้ เมืองนี้ก็จะกลายเป็นเมืองร้างภายในพริบตาเดียว พวกเจ้าไม่มีทางเลือกอื่นหรอก มีแต่ต้องยืนดูความพินาศนี้ไปพร้อมกับข้า!" บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันจากไสยเวทระดับปรมาจารย์แผ่ซ่านจนพื้นคอนกรีตใต้เท้าเริ่มแตกร้าวเป็นทางยาว รณพีร์หันไปสบตากับปกรณ์ ชายหนุ่มรุ่นพี่พยักหน้าให้เบาๆ โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่คือเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ร่วมเดินทางด้วยกันมา มือหนาของปกรณ์เอื้อมมากุมมือข้างที่ถือธูปอาคมของรณพีร์ไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือถ่ายทอดความเชื่อมั่นและความเด็ดเดี่ยวมาให้ รณพีร์สูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนที่นัยน์ตาคู่สวยจะเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้าออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัว "คุณอาครับ..." รณพีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง "เราไม่ได้มีหน้าที่ยืนดูความพินาศ... แต่เรามีหน้าที่สยบมันต่างหากครับ" ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่กระพุ้งเตือนรัวเร็วจนแสบตา [ประกาศระบบ: ตรวจพบเงื่อนไขการปลดล็อก 'เนตรสยบวิญญาณ' ขั้นสมบูรณ์] [ภารกิจระดับ SSS: 'พลิกชะตานคร มหาสยบวิญญาณ' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้] [คำเตือนสุดท้าย: ผู้เล่นพร้อมที่จะรับมือกับตัวตนที่แท้จริงเบื้องหลังประตูบานนั้นแล้วหรือยัง...] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปกับตัวละครทุกท่านด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%