"อย่าก้าวถอยหลังเด็ดขาด... ถ้ามึงไม่อยากให้ไอ้อาคมสะท้อนกลับมาแผดเผาไขกระดูกตัวเอง!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบขาดดั่งคมมีดของปกรณ์ดังแทรกผ่านเสียงหวีดหวอนของมวลวิญญาณนับร้อยที่กำลังกรีดร้องระงมอยู่รอบตัว ท่ามกลางความมืดมิดของห้องโถงใต้ดินวัดโบราณ กลิ่นอายของธูปเก่าและเลือดสดๆ คละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ แรงกดดันมหาศาลจากอาคมสายมืดระดับปรมาจารย์กำลังบดขยี้ชั้นบรรยากาศให้หนาแน่นขึ้นทุกวินาที จนแม้แต่การหายใจยังกลายเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีอย่างรณพีร์
รณพีร์ หรือที่ใครต่อใครมักเรียกว่า 'น้องพีร์' ยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของค่ายกลอาคมสีเลือด ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเรียบเฉยและติดจะหน้ามึนอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับเปล่งประกายสีครามเข้มจัดจนเกือบโปร่งแสง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวเนียน แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับเม้มเข้าหากันแน่นอย่างดื้อรั้น มือทั้งสองข้างประสานกันเป็นมุทราโบราณที่ปกรณ์เพิ่งถ่ายทอดให้เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
เด็กหนุ่มไม่ได้ถอยหลังตามคำเตือน... เขากลับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะ
[ ตรวจพบแรงกดดันจิตวิญญาณระดับอาฆาต: 9,400 หน่วย ]
[ ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ทำการวิเคราะห์โครงสร้างค่ายกล... ]
[ เงื่อนไขการปลดล็อกขั้นสูงสุด: สำเร็จ 98% ]
[ คำเตือน: ร่างกายโฮสต์อาจได้รับความเสียหายทางกายภาพ 45% หากฝืนขับเคลื่อนพลังเกินขีดจำกัด ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวไม่ได้ทำให้รณพีร์รู้สึกหวั่นเกรงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเป็นเสมือนเข็มทิศนำทางที่ช่วยให้เขามองเห็นจุดบอดของอาคมที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รณพีร์ชำเลืองสายตาไปมองปกรณ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ผู้เป็นอาได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ขวาจากค่ายกลพรางตาก่อนหน้านี้ เลือดสีเข้มไหลซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อหนา แต่แววตาของชายหนุ่มยังคงนิ่งสงบและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวหลานชาย
"ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าผมไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องให้คอยปกป้องตลอดเวลา" รณพีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่ารอบตัวเขาจะเต็มไปด้วยเงาดำทะมึนของกองทัพวิญญาณที่พยายามตะกุยตะกายเข้ามารุมทึ้ง
ปกรณ์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาฉายแววเอ็นดูลึกซึ้งระคนโล่งใจ ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน "ปากดีไม่เปลี่ยน... ถ้าจัดการพวกมันไม่หมดภายในสามนาทีนี้ อาจะหักเงินค่าขนมของแกสามเดือนรวด ข้อหาทำให้เป็นห่วง"
"ผมไม่พลาดหรอกครับ"
รณพีร์สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่ไหลเวียนอยู่ในจุดตันหยวนให้พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นสะท้อนภาพของมวลวิญญาณที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ทันใดนั้น เนตรสยบวิญญาณก็ทำงานเต็มกำลัง ประกายแสงสีครามเจิดจ้าสาดส่องทะลุความมืดราวกับแสงอาทิตย์แรกยามรุ่งอรุณ แผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมรัศมีสิบเมตรโดยรอบในพริบตาเดียว
ตูม!
คลื่นพลังงานทางจิตวิญญาณปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กองทัพวิญญาณที่เคยดุดันและกระหายเลือดต่างกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เมื่อสัมผัสได้ถึงกฎเกณฑ์อันเด็ดขาดและทรงอำนาจที่กดทับลงมาจากเบื้องบน รณพีร์ไม่ได้ใช้กำลังเข้าหักหาญโดยตรง แต่เขากลับใช้ 'ไหวพริบ' ในการอ่านจุดอ่อนของค่ายกล ควบคุมทิศทางของพลังอาคมให้ไหลย้อนกลับไปทำลายจุดศูนย์กลางของศัตรูตามหลักการสมดุลหยินหยางที่ได้ศึกษามาจากคัมภีร์โบราณของตระกูล
เด็กหนุ่มสะบัดมือขวาออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปล่งวาจาสิทธิ์ที่ดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่ง
"สลาย!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ค่ายกลสีเลือดที่แผ่ขยายอยู่ทั่วห้องโถงก็ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ แรงกระแทกย้อนกลับทำให้กองทัพวิญญาณทั้งหมดสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ ล่องลอยขึ้นสู่เบื้องบนเพื่อไปสู่สุคติ บรรยากาศที่เคยอึดอัดและกดทับด้วยความตายพลันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบสงบและกลิ่นอายของธูปหอมจางๆ ที่ลอยวนอยู่ในอากาศ
รณพีร์ยืนหอบหายใจถี่กระชั้น ร่างกายเซเล็กน้อยเนื่องจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดตามที่ระบบเตือนไว้ ปกรณ์ก้าวเข้ามาประคองไหล่ของหลานชายเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างปลอบประโลม
"ทำได้ดีมาก... เจ้าเด็กดื้อ" ปกรณ์เอ่ยชมด้วยรอยจางๆ ที่มุมปาก
รณพีร์ปัดมือของผู้เป็นอาออกอย่างเก้อเขินตามนิสัยปากแข็ง พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "ผมบอกแล้วไงครับว่าผมทำได้... ว่าแต่ แผลที่ไหล่ของอา..."
ก่อนที่รณพีร์จะได้เอ่ยถามจบประโยค เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ผิดปกติ มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจทั่วไป แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและระทึกขวัญ
[ ตรวจพบพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS นอกเหนือจากฐานข้อมูลเดิม ]
[ ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ถูกบังคับให้อัปเกรดฉุกเฉิน ]
[ คำเตือนจากระบบ: โฮสต์และผู้ติดตามกำลังตกอยู่ในเป้าหมายของสิ่งมีชีวิตที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินลึกกว่านี้... ]
ยังไม่ทันที่รณพีร์จะได้ประมวลผลข้อความดังกล่าว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทนับสิบสายปรากฏขึ้นรอบตัว พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่ดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานนับพันปี และดวงตาสสีทองคู่มหึมาคู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืด พร้อมกับจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยความกระหายใคร่รู้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปกับตัวละครทุกท่านด้วยกันเสมอนะครับ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 20
พลังที่แท้จริงของเนตรสยบ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!