สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 25

เผชิญหน้าบอสใหญ่

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและธูปโบราณอบอวลจนแสบโพรงจมูก ความมืดมิดภายในห้องโถงใต้ดินของศาลาร้างถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีชาดจากอักขระอาคมนับร้อยที่สลักไว้บนพื้นศิลา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความมืดหรือกลิ่นอับชื้น หากแต่เป็นแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายวัยกลางคนในชุดนักพรตสีดำสนิท ผู้กำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าวงแหวนอาคมขนาดมหึมา "เด็กน้อย... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเนตรกากๆ กับอาคมครึ่งๆ กลางๆ ของตระกูลปกรณ์ จะต่อกรกับ 'มหามนตราโลหิตทมิฬ' ที่ข้าใช้เวลาสะสมมานานนับสิบปีได้?" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของกระดูกดังสะท้อนก้อง ดวงตาของอาจารย์ทินกรแดงก่ำไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ เส้นเลือดปูดโปนตามขมับและลำคอขณะที่เขากำลังดูดกลืนพลังงานวิญญาณอาฆาตจากกล่องโบราณที่สั่นระริกอยู่ตรงกลางห้อง รณพีร์ (น้องพีร์) ยืนนิ่งสนิท ใบหน้าด้านข้างสะท้อนแสงสีแดงฉานจากอักขระ ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยภายใต้กรอบแว่นสายตา แม้หน้าม้าจะชุ่มเหงื่อจนลู่ติดหน้าผาก แต่แววตาของเด็กหนุ่มกลับปรากฏประกายความเย็นเยียบและคมกริบอย่างน่าประหลาด ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงสมองที่กำลังคำนวณรูปแบบการไหลเวียนของพลังงานไสยเวทตรงหน้าอย่างรวดเร็ว [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานไสยเวทระดับ S-Class จากเป้าหมาย] [อัตราความเสี่ยงในการปะทะ: 94.8%] [คำแนะนำจากระบบ: ค้นหาจุดบอดในวงแหวนอาคมทิศหรรพดี (ทิศตะวันตกเฉียงใต้) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อพลังงานดิบก่อนถูกแปรรูป] เสียงแจ้งเตือนในหัวรณพีร์ดังถี่รัวจนน่ารำคาญ แต่มันกลับทำให้เขามีสติและโฟกัสมากขึ้น เด็กหนุ่มกวาดสายตามองสำรวจรอบห้องอย่างละเอียดรอบคอบ ระบบไม่ได้มีไว้เพื่อสั่งให้สู้ตรงๆ แต่มันมีไว้เพื่อชี้ให้เห็นช่องโหว่ที่มนุษย์ธรรมดามองไม่เห็นต่างหาก "อาคมที่ใช้ชีวิตมนุษย์นับร้อยเป็นเชื้อเพลิง... มันก็เป็นแค่ไฟไหม้ฟางที่รอวันมอดดับไปเองไม่ใช่หรือครับ" รณพีร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของทินกรชะงักค้างไปชั่วขณะ "ปากกล้าดีนี่! งั้นก็ลองรับการต้อนรับจากข้าดูหน่อย!" ทินกรสะบัดมือขวาอย่างรุนแรง ไอพลังสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาเป็นรูปหัวกะโหลกขนาดยักษ์พุ่งเข้าใส่รณพีร์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม ตู้ม! แรงกระแทกทำให้ฝุ่นละอองตลบอบอวล พื้นศิลาบริเวณที่รณพีร์ยืนอยู่แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ทว่าเงาร่างของเด็กหนุ่มกลับหายไปจากจุดนั้นก่อนเสี้ยววินาที "มองไปทางไหนอยู่ครับ?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ด้านหลังของทินกรอย่างกะทันหัน รณพีร์โผล่ขึ้นมาพร้อมกับซัดยันต์อัคคีโบราณที่อาบด้วยพลังปราณจิตวิญญาณเข้าใส่แผ่นหลังของอีกฝ่ายเต็มแรง เปลวเพลิงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในความมืดพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ทินกรสะดุ้งสุดตัว พลังทมิฬระเบิดออกรอบตัวเพื่อผลักรณพีร์กระเด็นถอยหลัง แม้เขาจะรอดจากการโจมตีถึงตาย แต่เสื้อคลุมด้านหลังก็ไหม้เกรียมและมีรอยแผลไหม้พองน่ากลัว ชายวัยกลางคนหันกลับมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร "ไอ้เด็กเวรนี่...!" "ระวังหน่อยสิครับ แก่แล้วกระดูกกระเดี้ยวจะหักเอาได้ง่ายๆ นะครับ" น้ำเสียงกวนประสาทแต่สีหน้าจริงจังขั้นสุดของรณพีร์ทำให้ทินกรแทบคลั่ง ทว่าก่อนที่ทินกรจะทันได้ร่ายคาถาบทใหม่ เงาร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็พุ่งทะยานเข้ามาขวางกลางระหว่างทั้งสองคน พร้อมกับกระบี่โบราณที่เปล่งแสงสีทองอร่ามขับไล่ไอทมิฬจนถอยร่น ปกรณ์ (คุณอา) ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารณพีร์ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบจ้องมองศัตรูระดับบอสด้วยความนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไอร้อนจากพลังปราณสายตระกูลปกรณ์แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "พีร์ ถอยไปตั้งหลักตรงวงแหวนรอง ทิศนั้นปลอดภัยที่สุด" ปกรณ์เอ่ยสั่งเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง โดยไม่ละสายตาจากคู่ต่อสู้ "ไม่ครับ อา... เราต้องทำลายแกนกลางพร้อมกันทั้งสองจุด ไม่อย่างนั้นพลังงานที่สะสมไว้จะย้อนกลับมาทำลายล้างพื้นที่รัศมีหกกิโลเมตรตามกฎวัฏจักรไสยเวทโบราณ ผมคำนวณมุมองศาเรียบร้อยแล้ว อาคอยรับแรงกระแทกจากด้านหน้า ผมจะเจาะเข้าไปทำลายผนผนึกแกนกลางเอง" รณพีร์ตอบกลับอย่างรวดเร็วและเป็นเหตุเป็นผล ดวงตาฉายแววแน่วแน่ไม่มีลังเล ปกรณ์เหลือบมองหลานชายตัวดีแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึม "เข้าใจแล้ว... อย่าพลาดก็แล้วกัน เจ้าเด็กดื้อ" "ผมไม่เคยพลาดในสิ่งที่เดิมพันด้วยชีวิตหรอกครับ" สิ้นคำพูดของรณพีร์ สงครามไสยเวทครั้งสุดท้ายก็ระเบิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ปกรณ์พุ่งเข้าปะทะกับทินกรด้วยกระบวนท่ากระบี่โบราณที่รวดเร็วและดุดัน เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟแลบแปลบปลาบ ทินกรที่โกรธจนขาดสติระดมยิงอาคมมืดใส่ไม่ยั้งมือ แต่ปกรณ์ก็สามารถปัดป้องและสวนกลับได้อย่างไร้ที่ติ สร้างโอกาสให้รณพีร์อาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งทะยานเข้าสู่วงแหวนอาคมชั้นในสุดตามแผนที่วางไว้ รณพีร์กัดนิ้วตัวเองจนเลือดซึม นำมาวาดลงบนยันต์แผ่นสุดท้ายในกระเป๋าเสื้อ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนแสงสีทองจากระบบที่กำลังทำงานเต็มกำลัง [คำเตือน: กำลังเข้าสู่เขตแดนหวงห้ามของแกนกลางวิญญาณ] [ความคืบหน้าในการทำลายผนึก: 85%... 90%... 99%] มือเรียวของเด็กหนุ่มเงื้อมขึ้นเตรียมซัดยันต์ลงใจกลางแกนพลังงานเพื่อปิดฉากคดีทั้งหมดลง ณ วินาทีนั้นเอง ที่เงาร่างอันบิดเบี้ยวของบางสิ่งซึ่งไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหลังแกนพลังงานนั้น... ร่างสีดำทมิฬไร้หน้าตาที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารจนเกือบชนเพดานถ้ำ มันไม่ได้มาจากทินกร และไม่ได้มาจากกล่องอาคม แต่เป็น "สิ่งแปลกปลอม" ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากก้นบึ้งของมิติอื่น! ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่เปิดขึ้นพร้อมกันในความมืดมิด พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบจากนรกที่ดังลั่นอยู่ในหัวของทุกคนทันที ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปกับตัวละครทุกท่านด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%