“อย่าก้าวเท้าซ้ายเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้วิญญาณของนายถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว!”
เสียงทุ้มต่ำของปกรณ์ดังแทรกผ่านความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รณพีร์ชะงักปลายเท้าที่กำลังจะสัมผัสพื้นหินขรุขระเบื้องหน้า ทันทีที่เขาสงบจิตใจลง เนตรสยบวิญญาณก็เริ่มทำงาน มันเผยให้เห็นเส้นใยสีเลือดที่พุ่งระยับไปมาดั่งตาข่ายดักจับแมลง อานุภาพของมันรุนแรงเสียจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นวงคลื่น
“ค่ายกลจันทรคราสสามภพ… คุณอาเคยบอกว่ามันสาบสูญไปแล้วไม่ใช่หรือครับ?” รณพีร์ถามพลางขยับแว่นสายตาที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อย หน้าตาที่มักจะดูมึนงงของเขาในยามปกติ บัดนี้กลับฉายแววเคร่งขรึมและวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว
“ตำรามันก็แค่สิ่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้อ่าน แต่นี่คือของจริงที่ถูกลงอาคมด้วยเลือดของปรมาจารย์ไสยเวทระดับสูง” ปกรณ์กระชับดาบไม้แกะสลักในมือแน่น สันกรามของเขากดจนเป็นเส้นคม “ก้าวพลาดก้าวเดียว คือจุดจบของพวกเรา”
รณพีร์ไม่ตอบ เขาเลือกที่จะหลับตาลงชั่วขณะหนึ่ง กระแสพลังวิญญาณในร่างกายไหลเวียนผ่านเนตรสยบวิญญาณเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างค่ายกล ระบบแจ้งเตือนในหัวของเขาเริ่มทำงานถี่รัว
[แจ้งเตือน: ตรวจพบจุดโหว่ของค่ายกลวิญญาณ (ความยากระดับ A) – ต้องการสมาธิระดับสูงเพื่อบิดเบือนทิศทางพลังงาน]
“คุณอาครับ” รณพีร์ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเข้มของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีเงินจางๆ “ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สองก้าว ถอยหลังหนึ่ง สลับไปทางซ้ายสุดแรง… นั่นคือจุดที่รอยต่อของค่ายกลเปราะบางที่สุด”
“เชื่อใจนายนะ” ปกรณ์พยักหน้าสั้นๆ โดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
ทั้งสองเคลื่อนที่ดุจเงา พุ่งผ่านตาข่ายพลังงานที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณของมนุษย์ให้แหลกละเอียด รณพีร์ใช้สติปัญญานำทาง ส่วนปกรณ์ทำหน้าที่ดั่งกำแพงเหล็กที่คอยสกัดกั้นพลังสะท้อนกลับที่พุ่งเข้าใส่เป็นระลอก ความร้อนจากไอวิญญาณแผ่ซ่านจนเหงื่อกาฬไหลชุ่มแผ่นหลัง แต่ไม่มีใครยอมล่าถอย
เมื่อก้าวพ้นเขตค่ายกลชั้นแรกได้สำเร็จ ทั้งสองพบว่าเบื้องหน้าของพวกเขาคือโถงกว้างที่เต็มไปด้วยโลงศพหินนับร้อยโลง แต่ละโลงมีรอยร้าวและส่งกลิ่นอายความตายออกมาไม่ขาดสาย เสียงกระซิบแผ่วเบาจากความมืดเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับวิญญาณนับพันกำลังจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความหิวโหย
“รณพีร์ ระวัง!”
ปกรณ์ผลักร่างของเด็กหนุ่มหลบไปด้านข้างทันท่วงที ดาบอาคมในมือเขาฟาดฟันเข้ากับกรงเล็บวิญญาณที่พุ่งออกมาจากเงามืด เสียงโลหะปะทะกับพลังงานลึกลับดังสนั่นหวั่นไหว รณพีร์ไม่ได้เสียขวัญ เขาคว้าจดหมายเหตุไสยเวทออกมาจากกระเป๋าแล้วเปิดอ่านอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางแก้
“นี่ไม่ใช่การสู้รบธรรมดา แต่มันคือการทำพิธีศพข้ามภพ หากเราไม่ปิดผนึกโลงศพแม่ข่าย ทั้งหมดนี้จะไม่มีวันหยุด!” รณพีร์ตะโกนบอกท่ามกลางเสียงคำรามของเหล่าวิญญาณ
“โลงแม่ข่ายอยู่ไหน!” ปกรณ์ถามพลางหันหลังชนกับรณพีร์ รับมือกับการโจมตีรอบทิศทาง
“โลงที่สลักลายอักขระสีทองตรงกลางโถงนั่น!”
พวกเขาฝ่าฝืนแรงกดดันที่พุ่งเข้ากดทับร่างกายราวกับภูเขาลูกใหญ่ รณพีร์รวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะวาดอักขระแสงสว่างกลางอากาศเพื่อทำลายผนึกของโลงศพแม่ข่าย ทว่าในวินาทีที่แสงสว่างปะทะกับฝาโลง กลิ่นอายมรณะที่รุนแรงกว่าเดิมก็ระเบิดออกมา
พื้นดินสั่นสะเทือน รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บอสที่ถูกกักขังมานานนับร้อยปีค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืด ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่รณพีร์ด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบ 'องครักษ์ผู้พิทักษ์สุสาน' – ระดับ SSS]
[คำเตือน: ความห่างชั้นของพลังเกินกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ 200%]
ร่างที่สูงใหญ่กว่ามนุษย์ปกติสองเท่าค่อยๆ ก้าวพ้นจากโลงหิน อาวุธในมือของมันคือเคียวขนาดใหญ่ที่อาบด้วยคราบเลือดเก่าแก่ ปกรณ์กัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าลำพังฝีมือของเขาในตอนนี้อาจไม่เพียงพอ แต่เขาไม่มีวันถอย
“รณพีร์ ฟังอาให้ดี…” ปกรณ์กระซิบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ข้าจะเปิดทางให้ เจ้าจงใช้เนตรของเจ้ามองหาจุดตายของมัน หากทำพลาดแม้แต่นิดเดียว เราจะไม่มีโอกาสครั้งที่สอง”
รณพีร์กำหมัดแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความกลัว เขาไม่ได้มองไปที่อาวุธของศัตรู แต่มองลึกลงไปในสายธารวิญญาณของมัน และนั่นเองที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่วิญญาณร้ายเพียงอย่างเดียว แต่มันคือร่างที่ถูก 'ครอบงำ' โดยชิ้นส่วนวิญญาณของคนใกล้ตัวที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... คนที่ควรจะจากไปนานแล้ว
ปลายเคียวของบอสลับจ่อลงที่พื้น สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโถงคุกใต้ดิน ก่อนที่มันจะเอ่ยเสียงที่แหบพร่าคล้ายกับเสียงของมนุษย์ออกมาว่า “รณพีร์... เจ้ากล้าทำลายพันธนาการของข้าเชียวหรือ?”
รณพีร์หน้าซีดเผือด ความเย็นยะเยือกแล่นเข้าสู่ไขสันหลัง เมื่อเขาตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การฝ่าด่านอุปสรรค แต่มันคือการเผชิญหน้ากับอดีตที่เขาพยายามลืมเลือนมาตลอดชีวิต
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปกับตัวละครทุกท่านด้วยกันเสมอนะครับ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 24
ฝ่าด่านอุปสรรค
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!