กลิ่นควันธูปโบราณและชาจีนอุ่น ๆ ลอยกรุ่นอบอวลอยู่ในห้องสมุดลับใต้ถุนเรือนไม้สักทอง ปกรณ์วางพู่กันจีนลงบนแท่นหินอ่างศิลาอย่างเบามือ เสียงกระทบกันเบา ๆ ระหว่างหินกับพู่กันดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนที่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจะช้อนขึ้นมองเด็กหนุ่มนั่งหน้ามึนอยู่ตรงข้าม
"สมาธิของเจ้ายังกระเจิงอยู่ รณพีร์" เสียงทุ้มต่ำของคุณอาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ผ่านการลับมาอย่างดี "การจะควบคุมเนตรสยบวิญญาณ ไม่ใช่แค่การลืมตาดูสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น แต่เป็นการปิดกั้นเสียงรบกวนรอบตัว แล้วดึงจิตวิญญาณของเจ้าให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระแสลมปราณ"
รณพีร์ถอนหายใจยาว พลางยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ เด็กหนุ่มก้มลงมองกระดาษสาที่เปรอะเปื้อนหมึกสีชาดตรงหน้า ยันต์อัคคีชำระวิญญาณที่เขาเพิ่งวาดเสร็จไปหมาด ๆ กำลังส่งกลิ่นไหม้จาง ๆ ออกมาจากมุมกระดาษ เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเขาควบคุมพลังจิตขณะจรดปลายพู่กันพลาดอีกครั้ง
"ผมพยายามแล้วครับคุณอา แต่ไอ้เจ้าเนตรบ้านี่สิ..." พีร์พยักเพยิดไปที่ดวงตาข้างซ้ายของตนเอง ซึ่งตอนนี้หากสังเกตให้ดีจะเห็นประกายแสงสีครามเรืองรองจาง ๆ แฝงอยู่ภายใต้ม่วงตา "จู่ ๆ มันก็ซูมภาพฝุ่นละอองวิญญาณที่ลอยอยู่ตามซอกมุมห้องขึ้นมาซะชัดแจ๋วแหวว จนผมแยกไม่ออกว่าอันไหนคือวิญญาณอาฆาตอันไหนคือขี้เถ้าธูปเก่า ๆ กันแน่"
ปกรณ์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน "นั่นคือขั้นตอนแรกของการปรับจูนระดับจิต หากเจ้ายังแยกแยะ 'ความถี่' ของคลื่นวิญญาณไม่ออก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อรับมือกับคลังความรู้ระดับสูงในระบบได้"
ทันทีที่คุณอาเอ่ยจบ เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของรณพีร์ทันที
*[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามในการฝึกฝนจิตวิญญาณขั้นพื้นฐาน]*
*[ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ทำการประเมินความคืบหน้า...]*
*[สถานะปัจจุบัน: อัตราการซิงโครไนซ์พลังวิญญาณอยู่ที่ 42%]*
*[ภารกิจเสริมพิเศษ: 'การตื่นรู้ของเนตรอัคคีและออร่าวิญญาณ' ถูกเปิดใช้งาน]*
*[- เงื่อนไขภารกิจ: วาดอักขระยันต์ชำระล้างด้วยมือเปล่าโดยไม่ต้องพึ่งพาร่างต้นแบบ และมองเห็นจุดบอดพลังงานของวัตถุภายในเวลา 3 นาที]*
*[- รางวัล: ปลดล็อกทักษะ 'เนตรทะลวงมิติระดับ 1' และแต้มวิญญาณสะสม +500 แต้ม]*
*[- บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียพลังงานจิตชั่วคราวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง]*
ดวงตาสองข้างของรณพีร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความง่วงงุนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับบทลงโทษอันแสนโหดหินและรางวัลยั่วยวนใจ 500 แต้ม นั่นหมายความว่าเขาสามารถนำไปแลกซื้อตำราไสยเวทโบราณที่ขาดหายไปในชั้นหนังสือของคุณอาได้เกือบครึ่งเล่มทีเดียว
"3 นาที..." พีร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าระบบไม่เคยใจดีกับเขาโดยไม่มีเหตุผล การบังคับให้มองเห็นจุดบอดพลังงานพร้อมกับการวาดอักขระด้วยมือเปล่า หมายความว่าเขาต้องเลิกพึ่งพา 'ร่างยันต์ต้นแบบ' และใช้ความเข้าใจในโครงสร้างไสยเวทที่สั่งสมมาทั้งหมดถ่ายทอดลงไปในคราวเดียว
ปกรณ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของหลานชาย ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะหรือให้คำแนะนำเพิ่มเติม เขารู้ดีว่าบางบทเรียน... เด็กหนุ่มจำเป็นต้องเรียนรู้ด้วยการลงมือเผชิญหน้ากับความกดดันด้วยตนเอง มือหนายกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติขมฝาดอย่างใจเย็น ขณะที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มอัดแน่นไปด้วยกระแสลมปราณที่หมุนวนเบา ๆ ตามสมาธิที่ถูกยกระดับขึ้นของทั้งสองคน
รณพีร์สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติทั้งหมดที่มีเข้าสู่จุดศูนย์กลางระหว่างคิ้ว เขากวาดสายตามองกระดาษสาแผ่นใหม่ที่วางอยู่เบื้องหน้า ทันทีที่ตั้งจิตมั่น ประกายแสงสีครามจากเนตรสยบวิญญาณก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ทัศนียภาพรอบตัวแปรเปลี่ยนไปในพริบตา ห้องสมุดไม้สักทองไม่ได้เป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยเส้นสายพลังงานสีขาว เทา และดำ ที่โยงใยซับซ้อนราวกับใยแมงมุม
*ตรงนั้น...*
สายตาของพีร์จับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของกระดาษสา ซึ่งในมิติพลังงานวิญญาณ มันมีจุดบอดสีดำสนิทขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวซ่อนอยู่ ใต้แผ่นกระดาษนั้นมีไอน้ำความชื้นจากใต้ถุนเรือนซึมขึ้นมา ทำให้โครงสร้างกระดาษเปราะบาง หากเขาตวัดพู่กันลงไปตรงจุดนั้นด้วยน้ำหนักเท่าเดิม ยันต์จะขาดทันทีเหมือนครั้งก่อน
เด็กหนุ่มขยับมืออย่างรวดเร็วแต่ทว่านุ่มนวล เขาไม่ได้หยิบพู่กันขึ้นมา แต่เลือกที่จะใช้ 'ปลายนิ้วชี้' จุ่มลงในหมึกสีชาดโดยตรง การใช้นิ้ววาดอักขระจำเป็นต้องอาศัยการควบคุมลมปราณที่ละเอียดอ่อนกว่าการใช้พู่กันหลายร้อยเท่า เพราะผิวหนังมนุษย์มีความต้านทานและกระแสไฟฟ้าชีวภาพในตัวที่ปะทะกับไสยเวทได้ง่าย
*ฟึบ!*
ปลายนิ้วเรียวยาวจรดลงบนกระดาษสา เส้นสายอักขระตัวแรกถูกลากขึ้นอย่างมั่นคง ทว่าในจังหวะที่ต้องตวัดโค้งเพื่อหลบจุดบอดสีดำ พีร์กลับรู้สึกถึงแรงกระชากอันรุนแรงจากกระแสวิญญาณรอบห้องที่พยายามดึงดูดหมึกสีชาดให้ไหลไปผิดทิศทาง เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมของเด็กหนุ่ม ความเจ็บแปลบราถูกเข็มทิ่มแทงแล่นพล่านขึ้นมาจากปลายนิ้วสู่ข้อศอก
"อึก..." พีร์กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เขาไม่ยอมแพ้ ดวงตาข้างซ้ายเรืองแสงสีครามเข้มขึ้นจนเกือบกลายเป็นสีม่วงคราม เพื่อขับเน้นการมองเห็นออร่าวิญญาณให้ทะลุปรุโปร่งยิ่งขึ้น
ในสายตาของปกรณ์ หลานชายของเขากำลังนั่งนิ่งอยู่กับที่ แต่รอบตัวกลับปรากฏละอองแสงสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นเป็นวงกลม คลื่นความร้อนแผ่ซ่านออกมาจากตัวของรณพีร์จนทำให้อากาศรอบโต๊ะไม้สั่นไหว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังรีดเร้นพลังวิญญาณเกินขีดจำกัดของระดับปัจจุบัน
*เหลือเวลาอีก 45 秒... (วินาที)* เสียงนับถอยหลังในหัวของพีร์ดังก้องเร่งเร้า
เส้นสุดท้ายของยันต์อัคคีถูกลากยาวออกไปอย่างเฉียบคม ปลายนิ้วของเขาตวัดขึ้นฟ้าในองศาที่สมบูรณ์แบบ ทันใดนั้น แสงสีแดงวาบขึ้นจากตัวกระดาษสาก่อนจะสงบลงเป็นรอยหมึกสีชาดที่เปล่งประกายระยิบระยับด้วยละอองปราณจาง ๆ ร่องรอยความเสียหายไม่มีหลงเหลือแม้แต่น้อย
*[ติ๊ง! ยอดเยี่ยม! ผู้เล่นรณพีร์ทำภารกิจเสริมสำเร็จภายในเวลาที่กำหนด]*
*[ระบบทำการอัปเลเวลทักษะ 'เนตรสยบวิญญาณ' สู่ขั้นที่ 2: เนตรทะลวงมิติระดับ 1 สำเร็จ]*
*[คุณได้รับ: แต้มวิญญาณ +500 แต้ม, ทักษะติดตัว 'ออร่าต้านทานวิญญาณ (ขั้นต้น)' เพิ่มเติม]*
*[อัปเดตสถานะร่างกาย: ความเข้ากันได้กับไสยเวทโบราณเพิ่มขึ้น 15%]*
รณพีร์หอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า แต่ความรู้สึกอิ่มเอมและตื่นเต้นกลับพลุ่งพล่านอยู่ในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกได้ทันทีว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่และลึกซึ้งกว่าที่เคยเห็นผ่านสายตาคนธรรมดาหลายเท่าตัว โครงสร้างพลังงานรอบตัวชัดเจนขึ้น ราวกับเขามีแผนที่นำทางมิติเร้นลับอยู่ในมือ
ปกรณ์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบา ๆ ดึงสติของพีร์ให้กลับมาสู่ความเป็นจริง ชายหนุ่มรุ่นพี่ส่งยิ้มบาง ๆ ที่เปี่ยมด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิดให้แก่หลานชาย
"ทำได้ดีมาก รณพีร์ เจ้าใช้เวลาเร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีก" ปกรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "แต่จำไว้ว่า นี่เป็นเพียงก้าวแรกของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น"
ยังไม่ทันที่รณพีร์จะได้เอปากตอบคำชมของคุณอา ประตูไม้สักทองโบราณของห้องสมุดที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนากลับสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย!
*ปึง! ปึง! ปึง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาพยายามพังมันเข้ามาจากด้านนอก และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ออร่าวิญญาณสีดำสนิทที่แผ่พุ่งทะลุรอยต่อของบานประตูเข้ามาในห้องสมุด มันไม่ใช่ วิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่เป็นกลิ่นอายของ 'อาถรรพ์โบราณ' ที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ
ดวงตาของปกรณ์หรี่แคบลงในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตพุ่งวาบออกจากร่างสูงใหญ่ของเขาอย่างฉับพลัน ขณะที่ระบบในหัวของรณพีร์ส่งเสียงแจ้งเตือนเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังจนแสบแก้วหู
*[คำเตือนระบบฉุกเฉิน! ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS: 'ผู้มาเยือนจากมิติเงา' กำลังเข้าใกล้เขตอาคม]*
*[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ประตูเชื่อมโยงปรภพเปิดออกโดยบุคคลปริศนา...]*
รณพีร์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ประตูไม้สักทองที่แข็งแกร่งก็ถูกแรงกระแทกปริศนาระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วห้อง พร้อมกับเงาสร่างสูงโปร่งในชุดคลุมโบราณสีดำสนิทที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีเพลิงที่ลุกโชนอยู่ภายใต้ฮู้ดกวาดมองตรงมาที่รณพีร์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น... ก่อนที่เสียงทพรอบตัวจะหยุดนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกแช่แข็งไว้ในกำมือของแขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญรายนี้!
— เข็มทิศมองวิญญาณ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับน้องพีร์และคุณอานะครับ)
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 5
อัปเลเวลทักษะขั้นแรก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!