สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 18

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอับชื้นของคัมภีร์โบราณผสมผสานกับควันธูปสีเทาที่ลอยวนเวียนอยู่เบื้องหน้า ทำให้บรรยากาศภายในห้องลับใต้ดินของเรือนโบราณหลังนั้นดูอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก "มะ... เป็นไปไม่ได้... ท่านผู้นั้น... ทำไมถึง..." เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกของเงาร่างที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านผ้าไหมสีดำขาดห้วงลง พร้อมกับเสียงหอบหายใจที่ถี่กระชั้น รณพีร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้ามึนชาไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มกลับเคาะลงบนด้ามมีดอาคมในมือเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะที่ถูกคำนวณไว้แล้วอย่างแม่นยำในระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ในหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา ข้อมูลพลังงานไสยเวทของเป้าหมายกำลังสั่นไหวและลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัดจากการเผชิญหน้าทางจิตวิทยาเมื่อครู่ "แปลกใจมากหรือครับ?" รณพีร์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มั่นคง "พวกท่านคิดว่าการใช้ 'อาคมสะกดวิญญาณบรรพชน' อำพรางคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในตระกูลใหญ่ จะสามารถปิดบังสายตาของกฎหมายและพลังไสยเวทสายตรงได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือครับ" "เจ้า... เจ้าเด็กเหลือขอ..." ร่างเงาเบื้องหลังม่านพยายามพยุงตัวขึ้น เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะไม้ดังสนั่น "แกคิดว่าล่วงรู้ความลับนี้แล้วจะเดินออกไปจากที่นี่ได้รึไง! ค่ายกลอาคมเจ็ดดาวทมิฬรอบตัวแก ถูกปิดตายตั้งแต่ก้าวแรกที่แกเดินเข้ามาในเรือนหลังนี้แล้ว!" รณพีร์เหลือบมองสายสิญจน์สีดำที่พาดโยงไปทั่วพื้นห้อง ซึ่งกำลังเรืองแสงสีเลือดวابวับ มันคือกับดักที่ผู้บงการเตรียมไว้ต้อนรับเขาตั้งแต่แรก หากเป็นผู้ใช้อคมทั่วไปคงตกใจจนเสียกระบวนไปแล้ว แต่นี่คือสิ่งที่เด็กหนุ่มคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น นี่ไม่ใช่การบุกเข้าจับกุมโดยบังเอิญ... แต่มันคือ 'แผนซ้อนแผน' ที่เขาจงใจเดินเข้าสู่วิถีอาคม เพื่อกระชากหน้ากากผู้บงการตัวจริงออกมาให้พ้นจากความมืด "ผมทราบดีครับว่าที่นี่มีค่ายกลอาคมดักรออยู่" รณพีร์ขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกสันหลังวาบ "ไม่อย่างนั้น... ผมจะกล้า 'เปิดทาง' ให้พวกท่านใช้พลังดึงผมเข้ามาถึงใจกลางค่ายกลนี้ได้อย่างไรเล่าครับ" สิ้นคำพูดของเด็กหนุ่ม พื้นห้องใต้ดินก็สั่นสะเทือนเบาๆ ที่ด้านนอกค่ายกลเจ็ดดาวทมิฬ ปกรณ์ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในจุดอับสายตาตามแผนการที่วางไว้ร่วมกัน กำลังประสานอินทร์มืออย่างรวดเร็ว นิ้วแกร่งสะบัดยันต์ทองคำลงบนพื้นดินสี่ทิศ เสียงท่องคาถาโบราณดังสะท้อนก้องกังวาน ปกรณ์ไม่ได้พยายามทำลายค่ายกลจากภายนอกตามที่ผู้บงการคาดคิด แต่เขากำลัง 'กลับขั้ว' กระแสพลังของค่ายกลให้สะท้อนกลับเข้าไปภายใน! *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ดังขึ้นในโสตประสาทของรณพีร์อย่างต่อเนื่อง [ระบบตรวจพบการแทรกแซงค่ายกลภายนอก] [ดำเนินการกลับขั้วพลังงานไสยเวทสำเร็จ 60%... 80%... 100%] [สถานะค่ายกลเจ็ดดาวทมิฬ: เปลี่ยนเป็น 'เขตอาคมปิดตาย' (ขังผู้บงการไว้ภายใน ไม่ให้หลบหนี)] แสงสีเลือดของสายสิญจน์ดำพลันเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบ แรงกดดันมหาศาลที่เคยพุ่งเข้าใส่รณพีร์ถูกพลิกกลับไปกดทับร่างของเงาลึกลับหลังม่านผ้าไหมแทน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังเล็ดลอดออกมา พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น แรงกระแทกทำให้ม่านผ้าไหมขาดวิ่น เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของผู้บงการที่ซ่อนเร้นมานาน รณพีร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างใจเย็น ดวงตาคู่เดิมที่ดูไร้พิษภัยบัดนี้ฉายแววเฉียบคมดุจใบมีด "ทีนี้..." รณพีร์ก้มตัวลงมองผู้บงการที่กำลังสำลักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าของคนผู้นั้นซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "เรามาคุยกันดีกว่าครับว่า ใครคือ 'ท่านผู้นั้น' ที่อยู่เบื้องหลังพวกท่านกันแน่" ผู้บงการหัวเราะแหบพร่า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นและหวาดผวา "แก... แกคิดว่าชนะแล้วงั้นรึ? เด็กน้อย... แกยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พวกแกกำลังขุดคุ้ยอยู่น่ะ มันคือกล่องแพนโดร่าที่แม้แต่เงาของความตายยังต้องหลีกทางให้!" ในวินาทีที่รณพีร์กำลังจะเอ่ยปากซักถามเพิ่มเติม อุณหภูมิภายในห้องใต้ดินก็ลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังไม้ ลมพัดกรรโชกทั้งที่ไม่มีหน้าต่าง และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ดวงตาของเงาลึกลับเบื้องหน้าพลันเบิกโพรงกว้างจนเส้นเลือดฝอยแตกทะลาย เลือดสีดำไหลรินจากเบ้าตาทั้งสองข้าง รณพีร์ชะงักฝีเท้าทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยระดับสูงสุด ไม่ใช่ฝีมือของผู้บงการคนนี้... แต่มีพลังงานภายนอกอันมหาศาลกำลังแทรกแซงเข้ามาทางรอยต่อของมิติวิญญาณ! "พีร์! ถอยออกมา!" เสียงตะโกนก้องด้วยความร้อนรนของปกรณ์ดังทะลุกำแพงลงมา พร้อมกับแรงระเบิดมหาศาลที่แผดเผาประตูทางเข้าห้องใต้ดินจนพังทลายเป็นจุล ทว่า... มันสายเกินไปแล้ว เงาร่างสีดำสนิทไร้ใบหน้า ร่างกายสูงใหญ่ผิดมนุษย์และปกคลุมด้วยไออาคมสีม่วงคล้ำ ค่อยๆ ก้าวทะลุกำแพงศิลาเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่รณพีร์ราวกับมัจจุราชที่มารับตัว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... กลิ่นอายไสยเวทของมันตรงกับ 'รอยประทับ' ในคดีฆาตกรรมแรกสุดที่รณพีร์เคยไขปริศนาไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนอย่างไร้ผิดเพี้ยน! บอสลับที่ควรจะหลับใหลอยู่ในห้วงมิติที่ลึกที่สุด... บัดนี้ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาต่อหน้าพวกเขาแล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับตัวละครทุกท่านด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%