กลิ่นอายความชื้นของดินผสมกับคาวเลือดคลุ้งกระจายจนแสบโพรงจมูก รณพีร์กัดฟันกรอดจนกล้ามเนื้อกรามเกร็งนูน ขณะที่ม่านพลังสีหม่นจากยันต์อสูรโลหิตกำลังบีบอัดพื้นที่รอบตัวให้แคบลงเรื่อยๆ ร่างกายของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลฉีกขาดจากการปะทะกับอาคมสายมืดระดับสูง ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ในหัวส่งเสียงเตือนระงับประสาทด้วยคลื่นความถี่สูงจนปวดขมับ ค่าพลังชีวิตร่วงกราวลงสู่ขีดอันตรายสีแดงฉานอย่างน่าใจหาย
"เด็กดื้อ... ถ้าเจ้ายังฝืนใช้เนตรนั่นเกินขีดจำกัด ร่างกายนี้คงแหลกสลายก่อนจะได้เห็นหน้าคนทรยศแน่"
เสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกของเจ้าสำนักไสยเวทเถื่อนดังสะท้อนก้องในความมืด พร้อมกับเงาทมิฬรูปร่างประหลาดที่พุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพ รณพีร์พยายามยกมือขึ้นเพื่อสะบัดอาคมโต้กลับ ทว่าเรี่ยวแรงกลับเหือดแห้งจนปลายนิ้วแทบไม่ขยับ ดวงตาสองสีทอประกายวับวาดด้วยความดื้อรั้น เขายังยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด—
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดมหาศาลพัดโหมเอากระแสลมร้อนวูบใหญ่เข้าปะทะจนร่างของรณพีร์เซถอยหลัง แต่ก่อนที่เขาจะล้มฟุบลงกระแทกพื้น อ้อมแขนที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยไออุ่นอันหนักแน่นก็คว้าตัวเขาเข้าไปประคองไว้เสียก่อน
กลิ่นหอมสะอาดของไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นอายไสยเวทโบราณอันทรงพลัง... กลิ่นนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
รณพีร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาพร่ามัว ปกรณ์ในชุดสูทสีเข้มที่บัดนี้ยับเยินเล็กน้อยจากการเดินทางด้วยความเร็วสูง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะฉายแววเยียบเย็นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้มิติรอบข้างแทบหยุดนิ่ง อาคมสายมืดที่กำลังคุกคามรณพีร์เมื่อครู่ถูกแรงกดดันระดับสูงกระแทกจนแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา
"คุณอา..." รณพีร์พึมพำเสียงแผ่วเบา พยายามจะฝืนยิกลบเกลื่อนความเจ็บปวดตามนิสัยปากแข็งของตน "มาช้าไปหน่อยนะครับ เกือบจะได้ไปทัวร์ยมlokแล้วแท้ๆ"
ปกรณ์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมมาสัมผัสแก้มเปื้อนฝุ่นและคราบเลือดของเด็กหนุ่มอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้า ปลายนิ้วอุ่นส่งถ่ายกระแสพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บภายในอย่างเร่งด่วน ดวงตาที่มักจะสงบนิ่งและฉลาดเฉลียวมาตลอด กลับไหววูบด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความสุขุม—ความโกรธเกรี้ยว ความโล่งอก และความห่วงใยที่ล้นทะลักจนปิดไม่มิด
"เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ พีร์" น้ำเสียงของปกรณ์ทุ้มต่ำและสั่นเครือเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าชายหนุ่มกำลังโกรธจัดเพียงใด "ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำอะไรเกินตัว... ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้อีกนิด เจ้าเด็กดื้อคนนี้คงไม่ต้องเจ็บตัวขนาดนี้"
"ผม... ผมแค่คำนวณพลาดไปนิดเดียวเองครับ..." รณพีร์ยังคงดึงดันจะเถียง แม้ว่าเสียงของตัวเองจะเบาราวกับเสียงกระซิบ และน้ำหนักตัวทั้งหมดทิ้งลงบนไหล่ของปกรณ์ไปแล้วเรียบร้อย
"ไม่ต้องแก้ตัว" ปกรณ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขากวาดสายตาดุๆ ไปยังกลุ่มเงาทมิฬที่ยังเหลือรอดด้วยแววตาดุจพญาอินทรีย์ที่พบเหยื่อ "ไม่ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะเป็นใคร หรือมีใครชักใยอยู่... วันนี้ ไม่มีใครรอดออกไปจากที่นี่ได้ทั้งนั้น"
ระบบ 'เนตรสยบวิญญาณ' ที่เงียบไปชั่วขณะ ส่งเสียงแจ้งเตือนสั่นสะท้อนในห้วงความคิดของรณพีร์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยอันตราย หากแต่เป็นหน้าต่างสถานะสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมข้อความที่ทำให้ดวงตาสองสีเบิกกว้างด้วยความทึ่ง
*[ระบบตรวจพบพลังจิตวิญญาณของผู้คุ้มกันระดับสูงสุด: ปลดล็อกสกิลประสาน 'เขตแดนทวารสวรรค์']*
*[ความเข้ากันได้ของวิญญาณ: 99.8%]*
*[คำเตือนจากระบบ: ความลับเบื้องหลังการตายของตระกูลรณพีร์กำลังจะถูกเปิดเผย ณ จุดศูนย์กลางของค่ายกลนี้...]*
ยังไม่ทันที่รณพีร์จะได้วิเคราะห์ข้อความยาวเหยียดนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดนับร้อยก็ดังขึ้นจากรอบทิศทาง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากม่านหมอก พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
เข็มทิศมองวิญญาณ
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ
สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด•ตอนที่ 16
การช่วยเหลือครั้งสำคัญ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคาถาซ่อนปมของยัยน้องหน้ามึนกับคุณอาสุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!