ระบบซูเปอร์คอร์ฟื้นคืนชีพ ยัยผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าดื้อสิครับ•ตอนที่ 17

ตบหน้าพวกอวดดีด้วยทฤษฎีควอนตัม

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
"ผลลัพธ์ของสมการคำนวณการกระจายความร้อนในเตาปฏิกรณ์ฟิวชั่นรุ่นที่เก้า... เป็นศูนย์จุดเจ็ดแปดเปอร์เซ็นต์? น่าขันสิ้นดี เด็กน้อยจากเขตสลัมอย่างพวกเธอ กล้าดียังไงถึงเอาเศษกระดาษเปื้อนหมึกนี่มาวางบนโต๊ะประชุมของสภาวิศวกรรมจักรวรรดิ" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงทรงโดมกระจกใสรีไซเคิล แสงไฟนีออนสีฟ้าครามจากป้ายโฆษณาบริษัท 'โครโนส เมชาเทค' (Chronos Mechatech) ส่องกระทบใบหน้าของชายวัยกลางคนสวมสูทนาโนไฟเบอร์เข้ารูป นามว่า 'ดร. วาลต์' ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผู้ทรงอิทธิพล เขากวาดสายตามองเอกสารแผ่นบางในมือด้วยแววตาดดูแคลน ก่อนจะขยำมันยับยู่ยี่แล้วโยนลงถังขยะอัจฉริยะเบื้องล่างอย่างไร้เยื่อใย การปะทะกันระหว่างเทคโนโลยีทุนนิยมระดับไฮเอนด์กับภูมิปัญญาเชิงกลศาสตร์ดิบเถื่อนได้มาถึงจุดแตกหักแล้วนะครับ ลีโอยังคงยืนสงบนิ่ง มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตกันกระสุนที่ผ่านการซ่อมแซมมานับครั้งไม่ถ้วน สายตาของเขาคมกริบราวกับเลนส์ออปติคัลที่กำลังโฟกัสเป้าหมาย ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวปรากฏบนใบหน้า แม้ว่ารอบตัวเขาจะมีสายตาจากเหล่านักวิจัยชั้นนำนับร้อยคู่กำลังจ้องมองมาด้วยความสมเพชก็ตาม ในโลกยุคหลังมหาสงครามไซเบอร์ ทุนนิยมผูกขาดทางเทคโนโลยีได้กลายเป็นพระเจ้า ข้อมูลดิบและอัลกอริทึมถูกกักตุนไว้ในหอคอยงาช้าง ห้ามมิให้ชนชั้นล่างแตะต้อง แต่วันนี้... ลีโอไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตา แต่เขามาเพื่อทวงคืนความถูกต้อง "ดร. วาลต์ครับ..." ลีโอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องโถงเงียบงัด "สิ่งที่ท่านเพิ่งโยนลงถังขยะไปเมื่อครู่ ไม่ใช่เศษกระดาษเปื้อนหมึก แต่มันคือทางรอดเดียวที่จะป้องกันไม่ให้แกนควอนตัมของสถานีอวกาศวงโคจรต่ำเกิดการระเบิดและกวาดล้างประชากรสามล้านคนในเขตอุตสาหกรรม" "เหลวไหล!" ดร. วาลต์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "สมการระดับตำนานนี้ ทางเราใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ควอนตัม 'โอเมก้า-เก้า' ประมวลผลมาสามปีเต็มยังไม่พบคำตอบ แล้วแก... เด็กฝึกงานจากแผนกรื้อถอนเมชา ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ จะเอาปัญญาที่ไหนมาแก้ในเวลาชั่วข้ามคืน? อย่ามาทำเป็นอวดฉลาดในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!" เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทันที บรรดานักวิจัยต่างพากันส่ายหัวและซุบซิบถึงความเย่อหยิ่งของเด็กหนุ่ม ทันใดนั้นเอง อากาศเบื้องหน้าลีโอก็เกิดการบิดตัวเป็นระลอกคลื่นแสงสีฟ้าอ่อน ร่างโฮโลแกรมสามมิติของ 'เอวา' ปรากฏขึ้นในชุดสูททักซิโด้เข้ารูป เธอเอามือไขว้หลัง ดวงตาสีฟ้าใสราวกับกระจกคริสตัลกวาดมองผู้คนในห้องด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย [เรียน นายท่านผู้โง่เขลาเบื้องหน้า...] เสียงหวานใสแต่เจือกระแสประชดประชันดังขึ้นในโสตประสาทของลีโอผ่านระบบลิงก์ประสาทสัมผัส [ดิฉันว่าเรากำลังเสียเวลากับกลุ่มก้อนคาร์บอนที่มีสมรรถนะการประมวลผลต่ำกว่าหน่วยความจำแคชของเครื่องคิดเลขยุคศตวรรษที่ 21 เสียอีกนะคะ แต่อย่างว่า... มนุษย์มักจะกลัวในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจเสมอ] ลีโอยกมุมปากยิ้มตอบเล็กน้อยในใจ 'ใจเย็นๆ ก่อนเอวา... ปล่อยให้พวกเขาร1เบิดความมั่นใจไปให้สุดทางก่อน แล้วเราค่อยเหยียบเบรกให้มิดในโค้งสุดท้าย' "ถ้าท่านคิดว่าผมอวดฉลาด..." ลีโอก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันทางจิตวิทยาที่สะสมจากการผ่านความเป็นความตายในสนามรบถูกปลดปล่อยออกมาอย่างแนบเนียน จนทำให้ดร. วาลต์เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ทำไมเราไม่มาเดิมพันกันล่ะครับ?" "เดิมพัน? กับแกเนี่ยนะ?" ดร. วาลต์แค่นAหัวIเราะ "แกมีอะไรจะมาเดิมพันกับบริษัทโครโนส เมชาเทค? ชีวิตห่วยๆ ของแกงั้นเหรอ?" "ถ้าผมสามารถแก้โจทย์สมการควอนตัมของเตาปฏิกรณ์ฟิวชั่นที่ท่านค้างคาใจอยู่ให้เสร็จสมบูรณ์ภายในสามนาที... ท่านต้องยกสิทธิ์การเข้าถึงรหัสผ่านระดับมาสเตอร์ของโครงข่ายพลังงานทั้งหมดในเขตสลัมให้กับผม และเปิดทางให้ทีมรื้อถอนของผมเข้าไปกู้ซากเมชาสงครามรุ่นบุกเบิกในโกดังหมายเลขเจ็ด" ลีโอยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด และไร้ความลังเล "แล้วถ้าแกแพ้ล่ะ?" ดร. วาลต์หรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์ "ถ้าผมแพ้... ชีวิตของผมและสิทธิ์ทั้งหมดในฐานปฏิบัติการของเราจะตกเป็นของบริษัทโครโนสทันที ท่านจะเอาไปแยกชิ้นส่วนขายเป็นอะไหล่หุ่นยนต์ยังไงก็ได้" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะลั่นจะหลุดออกมาจากปากของดร. วาลต์ "ตกลง! ข้ารับคำท้า! มาดูกันว่าแกจะเอาปาฏิหาริย์ที่ไหนมาแก้โจทย์ที่อัลกอริทึมระดับจักรวรรดิยอมแพ้!" ดร. วาลต์รีบกดปุ่มบนแผงควบคุมหลัก ภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์กลางห้องปรากฏสมการคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนนับพันบรรทัด ตัวเลขและสัญลักษณ์ทางฟิสิกส์ควอนตัมไหลวนเวียนราวกับพายุหมุน ชุดสมการนี้ถูกเรียกว่า 'กำแพงสีชาด' เนื่องจากไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดสามารถหาค่าคงที่ตัวสุดท้ายเจอได้ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา "เวลาสามนาที เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่ตอนนี้!" ดร. วาลต์ประกาศพร้อมกับกดนาฬิกาจับเวลาดิจิทัลยักษ์บนผนัง *ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...* เข็มวินิจฉัยดิจิทัลเริ่มเดินหน้า ท่ามกลางสายตานับร้อยที่จ้องมองมาด้วยความสมเพช บางคนถึงกับเตรียมปรบมือรอเยาะเย้ยความพ่ายแพ้ของเด็กหนุ่มจากสลัม ทว่า... ลีโอกลับไม่ได้หยิบปากกาหรือเปิดแท็บเล็ตคำนวณใดๆ ทั้งสิ้น เขากลับหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้จิตสำนึกเชื่อมต่อกับระบบ AI ของเอวาโดยตรง [นายท่าน...] เสียงของเอวดังขึ้นในหัวด้วยความกังวลเล็กน้อย แม้เธอจะเป็น AI อัจฉริยะ แต่ชุดสมการนี้มีความซับซ้อนระดับโครงสร้างจักรวาล [อัลกอริทึมการคำนวณแบบดั้งเดิมต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมงในการประมวลผลความเป็นไปได้ทั้งหมดนะคะ!] 'เราไม่ได้ใช้การคำนวณแบบดั้งเดิม เอวา...' ลีโอตอบกลับในใจด้วยน้ำเสียงสุขุม 'เราจะใช้ทฤษฎีควอนตัมพัวพัน (Quantum Entanglement) ในการลัดวงจรตรรกะของมัน' ดวงตาของลีโอลืมโพลงขึ้นในเสี้ยววินาที ประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนอยู่ในม่านตา มือขวาของเขาพุ่งเข้าใส่แป้นพิมพ์โฮโลแกรมเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา นิ้วเรียวยาวรัวกระแทกสัมผัสปุ่มคำสั่งอย่างไร้ความลังเล *แกร๊ก! แกร๊ก! ฟรึบ!* เสียงระบบประมวลผลทำงานอย่างหนักหน่วง โค้ดคำสั่งนับแสนบรรทัดถูกเขียนขึ้นและลบทิ้งด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคม ลีโอไม่ได้แก้สมการด้วยการคำนวณทีละบรรทัดตามตำรา แต่เขาใช้หลักการ 'ย้อนศรตรรกะ'—มองหาจุดบกพร่องที่ตั้งใจสร้างขึ้นโดยผู้สร้างระบบ เพื่อสร้างทางลัดทะลวงเข้าสู่แกนกลางของปัญหา ดร. วาลต์ที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะค่อยๆ หุบยิ้มลง สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนจากความมั่นใจ เป็นความฉงน และแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในเวลาเพียงไม่ถึงเก้าวินาที! "เป็นไปได้ยังไง..." ดร. วาลต์พึมพำกับตัวเอง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "เขากำลัง... กำลังข้ามขั้นตอนการพิสูจน์ทฤษฎีบทที่สาม? นั่นมันทางลัดที่แม้แต่ศาสตราจารย์หัวกะทิยังไม่กล้าแตะต้อง!" [ตรวจพบการแทรกแซงโครงสร้างตรรกะระดับรากเหง้า...] เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไฟนีออนสีฟ้าในห้องประชุมเริ่มกะพริบเป็นสีส้มเตือนภัย เวลาผ่านไปเพียง 1 นาที 45วินาทีเท่านั้น! ลีโอยังคงรัวนิ้วอย่างต่อเนื่อง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม แต่สีหน้าของเขายังคงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ท ่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง เอวาในร่างโฮโลแกรมลอยตัวขึ้นสูง ยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ และเริ่มร่ายรำโค้ดข้อมูลสีทองคำพรั่งพรูออกมารอบตัวเธอราวกับสายฝนแห่งดิจิทัล "ศูนย์จุดเจ็ดแปดเปอร์เซ็นต์ที่แกเคยดูถูกเมื่อครู่..." ลีโอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่นิ้วชี้ข้างขวากดลงบนปุ่ม Enter ครั้งสุดท้าย *คลิก!* เสียงกังวานดั่งระฆังแห่งชัยชนะดังขึ้น ภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์กลางห้องเปลี่ยนจากสีแดงเดือดดาลกลายเป็นสีเขียวมรกตสว่างไสว สมการ 'กำแพงสีชาด' ถูกแก้ไขจนสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ค่าคงที่ควอนตัมถูกจัดเรียงใหม่ด้วยความแม่นยำสูงถึง 99.99% หน้าจอแสดงผลสถานะเตาปฏิกรณ์ฟิวชั่นทั่วทั้งจักรวรรดิแสดงสถานะ 'ปลอดภัย' ทันที นาฬิกาจับเวลาหยุดลงที่ตัวเลข: **02 นาที 48 วินาที** ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องประชุม ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตาจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มจากเขตสลัมราวกับกำลังเห็นสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากยุคบรรพกาล ดร. วาลต์ทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ลีโอดึงมือออกจากแป้นพิมพ์โฮโลแกรม ปัดฝุ่นที่เสื้อแจ็คเก็ตเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้อำนวยการผู้ยิ่งใหญ่ด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแฝงความเฉียบคมบาดลึก "สามนาทีพอดีครับ ดร. วาลต์..." ลีโอเอ่ยเสียงนุ่ม "หวังว่าท่านจะรักษาสัจวาจa ในการส่งมอบสิทธิ์การเข้าถึงให้ผมนะ" ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้ได้ข้อยุติลงแล้วนั้น... *ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!* เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกสภาวิศวกรรม หน้าจอโฮโลแกรมหลักทั้งหมดดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอสตรีมมิ่งจากห้องนิรภัยใต้ดินชั้นลึกที่สุด—ชั้นที่ถูกปิดตายมานานกว่าร้อยปี และที่นั่น... ดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมานับพันดวงกำลังค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันในความมืดมิด! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซูเปอร์คอร์ฟื้นคืนชีพ ยัยผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าดื้อสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%